FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

เมกะโปรเจกต์

วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 ปีที่ 23 ฉบับที่ 8280 ข่าวสดรายวัน


ย้ำ' 2 ล้านล้าน'พลิกโฉมไทย 
ฟังชัชชาติ กิตติรัตน์ เนืองแน่น


2 ล้านล. - นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม สัมมนาในหัวข้อ "Moving Forward 2 ล้านล้าน ขับเคลื่อนไทยทัดเทียมโลก ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ เมื่อวันที่ 30 ก.ค.  

         2 รัฐมนตรี ′โต้ง-ชัชชาติ′ ประสานเสียงย้ำโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านจะทำให้ไทยทัดเทียมโลก ′กิตติรัตน์′ระบุที่ผ่านมาไม่เคยมีการลงทุนภาครัฐโครงการใหญ่นอกจากสุวรรณภูมิ มั่นใจไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แจงทุกโครงการมีหน่วยงานที่ศึกษา-รับผิดชอบ ไม่ใช่ตีเช็คเปล่า ขณะที่รมว.คมนาคมระบุ 10 ปีที่ผ่านมา ไทยสูญเสียโอกาส ชี้โครงการดังกล่าวจะทำให้ไทยพัฒนาทัดเทียมประเทศในอาเซียน ชี้รถไฟความเร็วสูงไม่ใช่แค่รถไฟแต่มันคือโกรทว์ เอนจินขยายความเจริญไปยังภูมิภาค

      เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม ร่วมจัดสัมมนา "Moving Forward 2 ล้านล้าน ขับเคลื่อนไทยทัดเทียมโลก" มี ผู้เข้าร่วมฟังจากหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนประมาณ 1,000 คน

         นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวปาฐกถาในหัวข้อพิเศษ "ก้าวเดินไปข้างหน้า เพื่อเศรษฐกิจการค้าและการลงทุน" ว่า ขณะนี้การเสนอร่างกฎหมายเพื่อให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนั้น อยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร และพร้อมที่จะเสนอสภาพิจารณาวาระ 2 และ 3 ต่อไป ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวคณะรัฐมนตรี มาตราที่สำคัญคือมาตรา 5 ให้อำนาจของกระทรวงการคลังโดยการอนุมัติของครม.มีอำนาจกู้เงินมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศวงเงินไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันที่ 31 ธ.ค.2563

       ส่วนมาตรา 14 กำหนดขั้นตอนการเสนอโครงการ โดยหน่วยงานต้องจัดทำรายละเอียดให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เสนอต่อไปยังครม. เพื่ออนุมัติโครงการและการจัดสรรเงินกู้ โดยมีสำนัก งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง เสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของครม. ดังนั้นพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นการเขียนเช็คเปล่า จึงไม่เป็นความจริง

      นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า การลงทุนของประเทศควรเป็นการลงทุนที่มีสัดส่วนทั้งจากภาครัฐและเอกชนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 มีการลงทุนถึงร้อยละ 42 ต่อจีดีพี ทำให้เศรษฐกิจในช่วงนั้นร้อนแรงมาก แต่หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ ไทยไม่เคยลงทุนใกล้กับระดับร้อยละ 25 ต่อจีดีพีเลย

      "หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจมานับ 10 ปี ไทยมีการลงทุนน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และไม่ได้มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งที่หลายโครงการนั้นจำเป็น ยังดีหน่อยที่กล้าลงทุนสนามบินสุวรรณภูมิเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ไม่เช่นนั้นไทยคงแย่กว่านี้" นายกิตติรัตน์กล่าว

      นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า การลงทุนในโครงการ 2 ล้านล้านบาท แบ่งยุทธศาสตร์การลงทุนออกเป็น 3 ด้าน คือ 1.ยุทธศาสตร์สนับสนุนให้ขนส่งสินค้าและการโดยสารไประบบราง (รถไฟ) น้ำ แทนจากระบบถนน เพราะการขนส่งทางรางและน้ำมีต้นทุนที่ถูกกว่า 2.ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงระบบถนน น้ำ ราง มีการเชื่อมโยงกันมากขึ้น 3.ยุทธศาสตร์สร้างความมีประสิทธิภาพในการเคลื่อนตัว มีความสำคัญที่จะทำให้การเคลื่อนย้ายสินค้าและรถเป็นไปด้วยความรวดเร็วมากขึ้น

      "ที่ผ่านมาถนนยังไม่เชื่อมรถไฟ ส่วนรถไฟไม่เชื่อมน้ำและยังไม่เชื่อมเมือง เส้นทางถนนด้านตะวันตกและตะวันออกที่พยายามเชื่อม เมียวดี พม่า ผ่านพิษณุโลก ไปยังสะหวันนะเขต ยังเป็นสองเลนจำนวนมาก และสี่เลนมีไม่ทั่วถึง การลงทุน 2 ล้านล้าน ทำให้เกิดการเชื่อมโยงการเดินทางในระบบต่างๆ ให้มีประสิทธิ ภาพมากขึ้น" นายกิตติรัตน์ระบุ

     นายกิติรัตน์ กล่าวว่า ในการลงทุนมีทั้งระบบราง ถนน น้ำ และด่านศุลกากรมีทั้งหมด 41 แต่ไม่มีทางลงทุนด้านอากาศ เพราะมอบให้โดยรัฐวิสาหกิจลงทุนแทน ในการลงทุนนี้จะเปิดโอกาสให้เอกชนมาลงทุนในบางโครงการ ตามพ.ร.บ.ร่วมลงทุน ซึ่งหากเอกชนมาร่วมลงทุนวงเงินกู้จะลดต่ำกว่า 2 ล้านบ้านบาทลงไปอีก สำหรับการกู้เงินนั้นยืนยันว่าจะกู้เงินบาทในประเทศเป็นหลัก สภาพคล่องของไทยขณะนี้มีสูงมากถึง 3 ล้านล้านบาท โดยสามารถระดมเงินถึงปีละ 1.15 ล้านล้านบาท ยังไม่ได้กระทบต่อตลาดการเงิน แต่รัฐบาลต้องการเพียง 2 ล้านล้านบาทเป็นเวลาถึง 7 ปี จึงยืนยันว่าสภาพคล่องมีเพียงพอที่จะให้รัฐบาลกู้มาลงทุน และการกู้เงินในช่วง 7 ปี หนี้สาธารณะจะไม่เกินร้อยละ 50 ต่อจีดีพีอย่างแน่นอน

      นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุนนั้นจะทำให้ต้นทุนขนส่งลดลงร้อยละ 2 จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 15.2 ช่วยลดอุบัติเหตุทางการเดินทาง และช่วยเพิ่มความเร็วให้รถไฟจาก 60 ก.ม.ต่อชั่วโมงเป็น 100 ก.ม.ต่อชั่วโมง ช่วยทำให้จีดีพีของประเทศเติบโตแบบก้าวกระโดด ขณะนี้มีการคัดค้านและจะใช้สิทธิ์ยื่นคัดค้านต่อองค์กรอิสระ อาจทำให้การลงทุนล่าช้าไปบ้าง และอาจทำให้เศรษฐกิจไม่เติบโตตามเป้าหมายที่คาดไว้

      "กระทรวงการคลังเชื่อมั่นว่าการลงทุนครั้งนี้รักษาวินัยการคลังเป็นอย่างดี และไม่ขัดต่อกฎหมาย รวมถึงรัฐธรรมนูญ หวังว่ากฎหมายฉบับนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี เพื่อประโยชน์ของประเทศ และรัฐบาลยืนยันจะดูแลการลงทุนให้เกิดความโปร่งใส และซื่อตรง" นายกิตติรัตน์ กล่าว

      ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวปาฐกถาหัวข้อ "เชื่อมภาค เชื่อมชีวิต บูรณาการทุกทิศสู่ความเจริญ" ว่า ประเทศไทย จำเป็นจะต้องเร่งผลักดันโครงการ 2 ล้านล้านบาทให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นจะสูญเสียความสามารถทางการแข่งขัน และโอกาสการเป็นศูนย์กลางการขนส่งของอาเซียน เพราะจากการจัดอันดับโครงสร้างพื้นฐานที่ผ่านมา ไทยถดถอยลงต่อเนื่องทั้งทางถนน น้ำ อากาศ และระบบราง มีอันดับรวมอยู่ที่ 49 ของโลก เป็นรองมาเลเซียที่ 29 และสิงคโปร์ที่ 2 ที่สำคัญยังมีเงินลงทุนขยายตัวเพียงร้อยละ 5 น้อยกว่าประเทศอื่นที่ขยายตัวร้อยละ 11-23 เนื่องจากที่ผ่านมาไทยมีการลงทุนด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานน้อยเพียงร้อยละ 0.86 ของจีดีพี อีกทั้งยังมีปัญหาภายในประเทศมาตลอดช่วง 10 ปีหลัง

      นายชัชชาติ กล่าวว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เราสูญเสียโอกาส เรียกว่า "ทศวรรษที่สูญหาย" จากตัวเลขการแข่งขันหลายสาขาประเทศไทยแย่ลงทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นด้านถนน รถไฟ เรือ หรืออากาศ ที่ผ่านมาไม่มีการลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่ ดังนั้นอนาคตจึงต้องมอง 4 ด้านที่สำคัญ คือโกรทว์ เอนจิน ได้แก่ 1.ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ 2.การเชื่อมโยงเออีซี ตลาดแหล่งทรัพยากร พลังงาน 3.การพัฒนาสู่สังคมเมืองกระจายความเจริญไปต่างจังหวัดและเมืองชายแดน และ 4.การอุปโภคบริโภคภายในประเทศ ซึ่งทั้ง 4 ตัวนี้ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม

     "ถ้าถามว่า เราได้อะไรจากการลงทุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ อาจจะมองว่าเราเน้นรถไฟความเร็วสูง แต่ความจริงไม่ใช่แค่รถไฟ โครงการรถไฟลงทุนเพียง 39.2% เท่านั้น เรายังจะมีมอเตอร์เวย์ 3 สาย ทำถนนเส้นหลักจาก 2 เลน เป็นถนน 4 เลนสร้างสะพานข้ามจุดตัดรถไฟ มีสถานีขนส่งสินค้า 15 แห่ง กระจายตามหัวเมืองใหญ่ มีท่าเรือใหม่ ส่งเสริมการขนส่งทางแม่น้ำ มีด่านศุลกากร 40 กว่าแห่ง" นายชัชชาติระบุ

      นายชัชชาติ กล่าวว่าโครงการยุทธศาสตร์ประเทศไทย ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง มีการวางแผนการใช้งบประมาณตามยุทธศาสตร์แห่งชาติในพ.ร.บ.งบประมาณ เน้นไปทำเรื่องหลักที่เป็นกระดูกสันหลังและเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ ส่วนเรื่องย่อยๆ เช่น ถนนสายย่อยนั้นจะอยู่ในงบประมาณประจำปีตามปกติ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะเป็นภาพรวมทั้งประเทศ สำคัญที่สุดคือพ.ร.บ.งบประมาณ 2 ล้านล้านบาท ไม่ได้ใช้ทีเดียวทั้งหมด หากกฎหมายผ่าน ปีแรกเราจะทยอยใช้ตามความจำเป็น กฎหมายทุกฉบับต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเข้มงวด หากอันไหนไม่ผ่านเราก็ยังทำไม่ได้ ไม่มีการชอร์ตคัต หรือหลีกเลี่ยง และทุกอย่างทยอยทำในระยะเวลา 7 ปี

      นายชัชชาติยกตัวอย่างว่าไต้หวัน ที่มีรถไฟความเร็งสูง ลดความแออัดในเมือง เกิดเมืองใหม่ กระจายคนออกไป ซึ่งประเทศไทยทำได้ อาทิ ปากช่อง หัวหิน นครปฐม สร้างเมืองใหม่ตามเส้นทางได้ จากจุดเหล่านี้สามารถทะลุเข้าไปในเมืองต่อที่สถานีบางซื่อ ขึ้นรถไฟฟ้าซึ่งเปลี่ยนชีวิตคนได้ ทั้งมิติทางสังคมและมิติทางเศรษฐกิจ เช่น รถไฟชินคังเซ็นในญี่ปุ่นก่อสร้างเสร็จมีเศรษฐกิจที่ตามขึ้นมา รถไฟความเร็วสูงไม่ใช่แค่เรื่องซื้อตั๋ว แต่ได้ความเจริญที่ตามมาด้วย เป็นโกรทว์ เอนจิน ซึ่งเป็นการสร้างเศรษฐกิจและมูลค่าเพิ่มที่มากับรถไฟความเร็วสูง

      "ไม่อยากให้มองเรื่องตัวเงิน 2 ล้านล้านบาทมากเกินไป แต่อยากให้มองเรื่องโอกาสและเวลาที่ไทยต้องเสียไป หากไม่สร้างตอนนี้ต่อไปก็เสียดอกเบี้ย ค่าก่อสร้างแพงขึ้น และนับตั้งแต่ลงทุนสนามบินสุวรรณภูมิมา ไทยก็ไม่เคยลงทุนโครงการขนาดใหญ่มาเลย อีกทั้งตอนนี้หลายประเทศเร่งมือลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่แล้ว ทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ ก็ร่วมมือกันสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมประเทศกัน ซึ่งจะเสร็จในปี 2563 หากไทยเดินหน้า พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทได้ตามแผน กะเสร็จได้ใช้ทันกันพอดี สามารถรองรับการท่องเที่ยว การเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้าชายแดนที่กำลังเติบโตได้ในอนาคต"นายชัชชาติกล่าว

       นายชัชชาติยืนยันว่า การใช้งบประมาณ 2 ล้านล้านบาท มีการตรวจสอบได้เต็มที่ ไม่ได้มีการหลบเลี่ยงขั้นตอน มีการแบ่งใช้งบฯ ระยะยาว 7 ปี ตั้งแต่ปี 2557-2563 และเบิกจ่ายผ่านระบบงบประมาณรายปี ทุกโครงการดำเนินโครงการตามระบบปกติ หากไม่เหมาะสมหรือติดปัญหาสิ่งแวดล้อมก็ยกเลิกได้ทันที ส่วนที่กังวลว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าโครงการนี้ทำตามแบบการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์อื่นๆ หากผิด โครงการก่อนหน้านี้ 20 ปี ก็ต้องผิดด้วย

     หลังจากนั้น มีเสวนาหัวข้อ "2 ล้านล้านขับเคลื่อนไทยทัดเทียมโลก" โดยผู้นำด้านเศรษกิจการค้าและการลงทุนของประเทศ ประกอบด้วยนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นาย กลินท์ สารสิน กรรมการเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลา และนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารบริษัท ทรู คอร์ปอ เรชั่น จำกัด (มหาชน)

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด