FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

สัมภาษณ์พิเศษ

อาทิตย์เอกเขนก: มนัส แจ่มเวหา..กับแนวคิดมุ่งมั่นทำงาน..ด้วยความเพียร 

     ไทยโพสต์ : สำหรับงานของ กรมบัญชีกลางนั้น เป็นงานที่มีขอบข่ายกว้างขวางมาก และเป็นงานที่ท้าทาย มีอะไรให้ต้องทำ ต้องติดตามมากมาย เป็นประโยคที่กลั่นออกมาจากใจของ มนัส แจ่มเวหาผู้ชายคนนี้กับตำแหน่ง อธิบดีกรมบัญชีกลาง

      ชีวิตคลุกคลีและทำงานในวงราชการมาหลายสิบปี เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ในการทำงานมากมาย จากหลากหลายหน้าที่ หลากหลายบทบาท ซึ่งเป็นบทเรียนที่ช่วยปูพื้นฐานให้ใช้วิธีการคิดในการทำงานอย่างรอบคอบ แยบยล

      'มนัส'เริ่มเล่าถึงเรื่องราวของตัวเองคร่าวๆ ว่า "ผมมีชื่อเล่นว่า 'เขียว' และโตมากับความฝันตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อเวลาที่เติบใหญ่ขึ้นอยากจะประกอบอาชีพเป็น'หมอ'แต่ชีวิตก็พลิกผัน เพราะเมื่อเรียนจบ ม.ศ.3 ที่โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยา

      ก่อนจะมาเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และสอบติดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนจบในสาขานิติศาสตร์ ด้วยความใฝ่ฝันในวัยที่เติบโตขึ้นมาหน่อยกับการอย่างเป็นผู้พิพากษา อัยการ หรือทนาย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำตามความฝัน เพราะพ่อและแม่ไม่อยากให้เป็น เพราะท่านไม่อยากให้ผมไปพิพากษาใคร แต่อยากให้รับราชการมากกว่า"

     ด้วยความต้องการของพ่อและแม่'มนัส'จึงเดินหน้าเข้ารับราชการตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.2524 ที่ 'กรมบัญชีกลาง'ทำงานอยู่ในส่วนนี้เรื่อยมา จนถึงในปี 2547 จึงได้รับเกียรติให้ไปดำรงตำแหน่งเป็น'ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานด้านกฎหมายและระเบียบการคลัง' ทำอยู่ในส่วนนี้ราว 1 ปี ก็ได้รับเกียรติอีกเป็นครั้งที่ 2 ให้ขึ้นมารับตำแหน่งเป็น "รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง" ในปี 2548 และทำงานอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวประมาณ 3 ปี

     จนถึงปี 2551 ก็ได้รับเลือกให้ขึ้นไปดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง ก่อนจะมารับตำแหน่งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในปี 2553 ซึ่งก็ทำหน้าที่ดังกล่าวได้ราว 1 ปี จนถึงปี 2554 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง "รองปลัดกระทรวงการคลัง"

     จนกระทั่งในปี 2555 จนถึงปัจจุบัน กับตำแหน่ง "อธิบดีกรมบัญชีกลาง"

     "ผมรู้สึกดีใจ และภาคภูมิใจ รวมถึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้กลับมาทำงานที่เรารัก ในบ้านหลังเก่าที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตวัยทำงานของผม อีกสิ่งหนึ่งที่ผมรับรู้ได้นั่นคือ ผมรู้สึกว่าผู้ใหญ่หลายท่านยังให้โอกาสผม และเชื่อมั่นในตัวผม ในการทำงานของผม ซึ่งผมยืนยันว่าจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดี และเต็มความสามารถทั้งหมดที่มี"

     นอกจากนี้ 'มนัส'ยังเล่าอีกว่า การเข้ามารับตำแหน่ง "อธิบดีกรมบัญชีกลาง" ถือเป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตเรื่องหนึ่ง เพราะเป็นความภาคภูมิใจที่มาจากการได้รับโอกาสที่ดี ได้รับการยอมรับจากผู้บังคับบัญชา ไปจนถึงผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย ตรงนี้เป็นสิ่งที่ถือเป็นกำลังใจ เป็นแรงผลักดัน และเป็นแรงกระตุ้นให้อยากทำงานในทุกๆ วัน

      เมื่อได้รับเกียรติ และความไว้วางใจให้ทำงานในหน้าที่สำคัญ ในการเป็นกลไกหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านกระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ดังนั้นการทำงานในทุกๆ ส่วนจึงต้องประกอบไปด้วย "ความขยัน" และคิดว่าทุกสิ่งที่ทำจะต้องสำเร็จได้ด้วยความพากเพียรของเรา

      "ผมคิดเสมอว่า ถ้าคนเราทุกคนไม่มีความพากเพียร การจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จก็คงจะเป็นเรื่องยาก หรืออาจเลวร้ายถึงขั้นเป็นไปไม่ได้เลย ซึ่งผมคิดตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง"

      "มนัส" ยังเล่าถึงการวางนโยบายในการทำงานกับบทบาทหน้าที่ในปัจจุบันว่า งานของกรมบัญชีกลางนั้นเป็นงานที่มีความท้าทาย และมีอะไรให้ต้องทำมากมาย จึงพยายามวางนโยบายกับหน้าที่ให้เดินไปควบคู่และสอดคล้องกันมากที่สุด และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา คิดว่าการทำงานต้องขยันขันแข็ง และปรับระบบต่างๆ ให้ทันสมัยขึ้น โดยการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมมากขึ้นกว่าในอดีต ซึ่งส่วนนี้จะเป็นตัวเสริมทำให้งานของเราสัมฤทธิผลมากกว่าที่ผ่านๆ มา

       "ผมยอมรับว่าค่อนข้างผูกพันกับกรมบัญชีกลาง เพราะทำงานอยู่ในหน่วยงานนี้มากกว่า 30 ปี และส่วนตัวเองก็อยากเห็นกรมบัญชีกลางเป็นหน่วยงานที่มีความทันสมัย รวมถึงอยากให้บุคลากรในกรมฯ ทุกคนมีความภาคภูมิใจว่า หน่วยงานของเราเป็นสถาบันที่พัฒนาให้บุคลากรเป็นที่เชื่อมั่น และนับถือของคนทั่วไป"

       ตอนนี้ 'มนัส' เหลือระยะเวลาการทำงานราชการอีก 3 ปี จึงจะเกษียณ ช่วงเวลาที่เหลือนี้ 'มนัส'ตั้งเป้าชัดเจนว่าจะทุ่มเททำงานอย่างหนัก เพราะอยากให้กรมบัญชีกลางเป็น CFO ของประเทศอย่างมืออาชีพอย่างแท้จริง โดยดูแลเรื่องของการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน พร้อมทั้งการพัฒนาให้ความรู้ด้านการเงิน การคลังของภาครัฐ กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้มีความรู้เพิ่มมากขึ้น เพื่อนำไปใช้ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

      "ผมเชื่อมั่นว่าหากทุกส่วนประสานความร่วมมือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จะทำให้การทุจริตลดน้อยลง และผมเชื่อว่าเมื่อผมเกษียณออกไปแล้ว ผมจะได้เห็นภาพภาพนั้นอย่างแน่นอน"

      'มนัส'ยังกล่าวทิ้งท้ายฝากถึงคนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ชีวิตวัยทำงานว่า "ตำแหน่งไม่ทำให้คนมีเกียรติ แต่คนทำให้ตำแหน่งมีเกียรติได้!!"

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด