FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

สัมภาษณ์พิเศษ

อาทิตย์เอกเขนก: นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศเจ้าพ่อ 'บิวตี้ บุฟเฟต์' ความงามเป็นความสุข

    ไทยโพสต์ : ไม่มีใครไม่รู้จัก เครื่องสำอางแบรนด์'บิวตี้ บุฟเฟต์'ที่ถือว่ามาแรงแซงทางโค้งกันเลยทีเดียว ที่ขณะนี้มีกว่า 161 สาขาทั่วประเทศ แต่ใครจะรู้ว่ากว่าที่จะประสบความสำเร็จมาถึงปัจจุบัน ต้องผ่านร้อนผ่านหนาว ลองผิดลองถูกอย่างไรบ้าง วันนี้ถือเป็นโอกาสดี 'อาทิตย์เอกเขนก'ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้บริหารตัวจริงเสียงจริงต้นตำรับ นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัทบิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) เรามารู้จักที่มาที่ไปกันดีกว่า

     นายแพทย์สุวิน จบการศึกษาชั้นประถม-มัธยมต้นฯ ที่โรงเรียนเซนต์ยอแซฟ จังหวัดสกลนคร ในปี พ.ศ.2525 จากนั้นก็ได้เข้ามาศึกษาต่อมัธยมปลายฯ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จังหวัดนนทบุรี และต่อปริญญาตรีแพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งคุณหมอเล่าว่า หลังเรียนจบก็เข้าทำงานเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ทำได้ระยะหนึ่ง ก็ย้ายมาทำงานที่โรงพยาบาลเซ็นทรัลเจนเนอรัล กรุงเทพฯ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัทบิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด ( มหาชน )

    คุณหมอสุวิน เล่าให้ฟังว่า หลังจบแพทย์ก็เป็นหมอรักษาโรคทั่วไปในโรงพยาบาล หลังจากนั้นระยะหนึ่ง ก็เริ่มมองหาธุรกิจที่อยากทำ ซึ่งธุรกิจนั้นเกี่ยวข้องกับความสวยความงามโดยเฉพาะกับผู้หญิง เพราะไม่ว่ายุคสมัยไหน ผู้หญิงก็ขอสวยไว้ก่อน และด้วยความคิดที่จะทำธุรกิจนี้อย่างจริงจังนี้เอง ทำให้ คุณหมอสุวิน ได้ทำการศึกษาลู่ทางการทำธุรกิจอย่างจริงๆ จังๆ จนมั่นใจว่ามีช่องว่างและโอกาสที่ดีในตลาด และน่าจะเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตได้ดีในอนาคตจึงเริ่มเปิดร้านจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิวนำเข้าร้านแรก โดยใช้ชื่อว่า "นีโอ" ที่ศูนย์การค้าย่านสยามสแควร์ ต่อมาทำการขยายธุรกิจโดยการเปิดร้านจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิวนำเข้า โดยใช้ชื่อว่า "โมนา" ที่ศูนย์การค้ามาบุญครอง

    คุณหมอสุวิน เล่าอีกว่า ก่อนที่จะมาทำธุรกิจเกี่ยวกับความงามนั้น ได้ทำงานเกี่ยวกับส่งออกมอเตอร์ไซค์ในประเทศเวียดนาม แต่เพราะอยู่ไกลไป กับภรรยาทำให้เกิดปัญหากันบ้าง มีทะเลาะกันบ้าง เลยตัดสินใจเลิกกิจการกลับมาอยู่เมืองไทย พร้อมกับย้ำอีกว่า

     "ช่วงที่อยู่เวียดนามก็นั่งคิดจะทำอะไรต่อดี พอดีเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ไปเจอหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง เขาบอกว่า ถ้าจะทำธุรกิจ มี 2 อย่าง ที่ควรทำ คือ 1.เรื่องอาหาร 2. เรื่องความสวยความงาม ความคิดมาตกผลึกที่ธุรกิจความงาม เพราะภรรยาชอบเรื่องแฟชั่น ความงาม วันหนึ่งไปเดินตลาดสดในนครโฮจิมินห์ ไปเจอเครื่องสำอางยี่ห้อดังๆ ราคาถูก ก็เลยซื้อมาฝากภรรยา พอเห็นเท่านั้นหละ แบบนี้เมืองไทยไม่มีขายนะ คราวหน้าซื้อมาอีกเยอะๆ ทำให้ทุกครั้งที่กลับมาเมืองไทยก็จะหิ้วมาตลอด แฟนก็เริ่มเอาไปขายให้แม่ค้าที่มาบุญครอง พอแม่ค้าเห็นเขาดีใจมาก ซื้อกันใหญ่ เพราะมันไม่มีขายในเคาน์เตอร์"

     คุณหมอ ยังเล่าว่า หลังจากนั้นไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้ และเริ่มสังเกตการณ์ทิศทางและแนวทางการทำธุรกิจเครื่องสำอางด้วยตนเองอยู่นานหลายเดือน จนค้นพบช่องว่างทางการตลาดของธุรกิจประเภทนี้ ด้วยแนวคิดที่ว่าอยากจะพลิกโฉมรูปแบบการขาย และราคาเครื่องสำอาง โดยจะนำเครื่องสำอางคุณภาพดีมาขายในราคาไม่แพง ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย มีสินค้าให้ทดลองใช้ และสร้างความโดดเด่น โดยเปิดศูนย์รวมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ความงามที่หลากหลายตราสินค้าและราคา มีทั้งนำเข้าจากต่างประเทศและที่ผลิตภายในประเทศ และยังมีพนักงานให้คำแนะนำการแต่งหน้าทุกขั้นตอน

     เมื่อตกผลึกความคิด ก็ได้เปิดสาขาแรก สยามสแควร์ ร้านเล็กๆ 6 ตารางเมตร ได้ 2 ปี จากนั้นก็ตามมาอีกด้วยการเปิดสาขา 2 ชื่อร้าน ‘โมนา’ที่ชั้น 2 ห้างมาบุญครอง ซึ่งร้านโมนาเป็นร้านเดียวที่เปิดเพลง แดนซ์ คนขายใส่สายเดี่ยว คุณหมอสุวินเล่าถึงที่มาที่ไปของการเปิดเพลงและใส่สายเดี่ยวว่า ได้พาลูกน้องไปเที่ยว RCA บ่อยมาก เพราะอยากให้รู้ว่าเพลงอะไรมันส์และดังจะได้เอามาเปิดที่ร้าน จากนั้นก็ขยายสาขามาเรื่อยๆ อย่างสาขาที่ชั้นใต้ดินเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซีคอนสแควร์ ฟิวเจอร์ รังสิต เดอะมอลล์ บางกะปิ เป็นต้น ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบเครื่องสำอางที่มีสีสัน โดยร้านโมนาได้ขยายสาขาในศูนย์การค้าต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 7 สาขา และในปี 2549 จากนั้นได้พัฒนารูปแบบร้าน รวมถึงเปลี่ยนชื่อร้านเป็น ‘บิวตี้ บุฟเฟต์ (BEAUTY BUFFET)’โดยการปรับปรุงรูปโฉมของร้านใหม่ ยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ภายใต้แนวคิด บิวตี้ บุฟเฟต์

      คุณหมอสุวิน เล่าว่า ความสำเร็จและการก่อตั้งธุรกิจจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีแรงบันดาลใจที่สำคัญ คือ "การยึดถือความงามเป็นความสุข" พร้อมกับย้ำว่า เพราะฉะนั้นการที่ได้ทำธุรกิจที่เกี่ยวกับความสุขของมนุษย์ก็ถือเป็นความสุขของผู้ดำเนินธุรกิจด้วย และธุรกิจเครื่องสำอางเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ทั้ง 2 ประการ

      สอดคล้องกับคุณสมบัติของคุณหมอสุวิน ที่จะได้ใช้ทั้งความรู้ทางการแพทย์และความชอบในศิลปะและการดีไซน์ส่วนแนวคิดในการทำงาน คุณหมอสุวิน เป็นคนที่มีความจริงจังในการทำงานทุกอย่างยึดหลักเหตุและผล ละเอียดรอบคอบ และสิ่งที่คุณหมอสุวินยึดมั่นมาตลอด คือ ทำงานด้วยความหลงใหล ใส่ใจ และจริงจัง และ ทำอะไรทำจริง ลงลึกต่อเนื่อง ต้องใส่ใจทุกรายละเอียดของงาน เพื่อที่จะทำให้งานที่ทำออกมาประสบความสำเร็จ

       แต่ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการคิดนอกกรอบ ความคิดสร้างสรรค์และความงามในทางศิลปะ อีกทั้งยังมีเป้าหมายชัดเจนในการทำงานเสมอ โดยตั้งเป้าหมายที่อิงกับความจริงภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่และเป็นไปได้ แล้วกำหนดความเสี่ยงและทางเลือกต่างๆ เพื่อหาจุดที่เหมาะสมที่สุด และให้ความสำคัญกับการสื่อสารเป็นประการสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้เกิดเป็นผลสำเร็จอย่างรวดเร็ว

      สำหรับเวลาว่างหลังจากการทำงานของคุณหมอสุวิน ชอบออกกำลังกายหลากหลายประเภท โดยกีฬาที่ชื่นชอบ ได้แก่ การขับรถโกคาร์ท เล่นเจ็ตสกี เตะฟุตบอล อีกทั้งยังมีงานอดิเรกที่โปรดปราน คือ การถ่ายภาพ การสะสมรถโบราณ รถสปอร์ต และกล้องโบราณคุณหมอเล่าว่า "จะมีเวลาว่างที่ไม่ชัดเจน ดังนั้นจึงใช้เวลาว่างควบคู่ไปกับการทำงาน และถือว่าโชคดีที่เป็นคนรักศิลปะ ซึ่งงานศิลปะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้".

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด