FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

สัมภาษณ์พิเศษ

สัมภาษณ์พิเศษ: น้องใหม่ BEAUTY เข้าเทรดในกระดาน SET วันแรก 12 ธ.ค.นี้

By:Chatchaya Angkhulee www.efinancethai.com 

แนวคิดในเรื่องของการกินอาหารแบบมีให้เลือกชิมและลองหลากหลายประเภท ให้อิ่มหนำสำราญใจ แบบไม่ต้องกังวลกับเงินในกระเป๋า จะทานเท่าไหร่ก็ได้ หรือที่เราๆ ท่านๆ ชอบกัน นั่นคือ แบบบุฟเฟต์ (buffet)

         หลักการหรือแนวคิดนี้ ได้ถูกนำมาใช้กับเครื่องสำอางยี่ห้อหนึ่ง ที่กำลังเป็นที่รู้จักในบ้านเรา และที่จะขอพูดถึงในวันนี้ นั่นคือ ' BEAUTY BUFFET ' ที่หลายท่านน่าจะคุ้นหูคุ้นตากันบ้าง เพราะมีสาขาของ BEAUTY BUFFET อยู่ตามสถานีรถไฟฟ้า BTS หรือตามห้างโมเดิร์นเทรด รวมถึงห้างสรรพสินค้าทั่วไป ให้เราไปเดินช็อปปิ้งเลือกสินค้าได้ตามใจชอบ ในราคาที่ไม่สูงนัก

         วันนี้ทีมงานอีไฟแนนซ์ไทย มีโอกาสได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่า เป็นเจ้าของ BEAUTY BUFFET เพราะสินค้าเป็นเครื่องสำอาง นั่นคือ 'นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ' ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY ได้มาพูดคุยกันแบบเจาะลึก ถึงที่มาที่ไปของบริษัทนี้

          รวมถึงล่าสุด ที่น่าสนใจมากกว่าสิ่นอื่นใด คือแผนการก้าวข้ามจากธุรกิจเอกชนทั่วๆ ไป สู่การเป็นบริษัทมหาชน ด้วยการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในอีกไม่กี่วันนับจากนี้

 

*** ประวัติของ BEAUTY  BUFFET

           เดิมชื่อบริษัท 'โมนาโพลิแตนท์' ก่อตั้งเมื่อปี 2543 ขายปลีกเครื่องสำอางอยู่ที่ห้างมาบุญครองเซ็นเตอร์ ภายใต้ชื่อแบรนด์ MONA  ด้วยแนวคิดที่อยากจะนำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อความงามอันหลากหลาย นอกจากมาบุญครองตอนนั้นก็มีขายที่สยามสแควร์ และก็โตมาเรื่อยๆ พอปี 2549 ก็ปรับเปลี่ยนคอนเซ็ปต์เป็น BEAUTY BUFFET

           โดยผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายของบริษัทฯ มี 3 รูปแบบ ได้แก่ BEAUTY BUFFET (บิวตี้ บุฟเฟต์) BEAUTY COTTAGE (บิวตี้ คอทเทจ) และ MADE IN NATURE (เมดอิน เนเจอร์)โดย 3 แนวคิดนี้จะจับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน และเป็นการสร้างฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทุกระดับของการใช้ผลิตภัณฑ์

           แนวคิดบุฟเฟต์นี้ มาจากร้านอาหารบุฟเฟต์ เราเอาคอนเซ็ปต์ของร้านอาหารมาใช้กับเครื่องสำอาง แต่ก่อนที่จะตั้งเป็น BEAUTY  BUFFET เราก็เป็นของเราอย่างนี้อยู่แล้ว คือมีสินค้าหลากหลาย ราคาเหมาะสม เวลาที่ผู้หญิงเดินเข้ามาในร้านของเรามาเทสต์ผลิตภัณฑ์ ก็เหมือนกับผู้หญิงที่ชิมอาหารบุฟเฟต์

 

*** MADE IN NATURE มีวางขายที่ไหนบ้าง

          เราขายในโมเดิร์นเทรด ฟู้ดแลนด์ วิลล่า ตั้งฮั่วเส็ง ต่อไปจะมีในท็อปด้วย คงไม่เกินช่วงปลายปี ส่วนปีหน้าก็จะมี BIGC และ LOTUS ซึ่งสินค้าแต่ละแบบจะจับกันคนละกลุ่มเป้าหมาย เช่น แบรนด์ BEAUTY  BUFFET ก็จะแยกย่อยเป็น Gino McCray จะเป็นเครื่องสำอางสำหรับคนที่แต่งหน้าเก่ง จนถึงระดับมืออาชีพ  ส่วน MADE IN NATURE ก็สำหรับคนทั่วๆ ไปที่รักสุขภาพ

 

*** จุดเด่นของ BEAUTY  BUFFET

         ข้อแตกต่างของเรา คือ ความหลากหลาย พอเดินเข้ามาในร้านของเรา ก็จะเป็นลักษณะ one stop survice ทั้งแชมพู ทรีทเมนต์ เมคอัพ และก็อีกหลายๆ อย่างที่เกี่ยวข้องกับความงาม คือสามารถเลือกชมได้หลากหลาย ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ  โดยตอนนี้เรายังคงทำสินค้าที่

ขายเฉพาะผู้หญิงก่อน ส่วนเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายคงเป็นเรื่องของอนาคต 

  

*** แผนการกระจายหุ้น

          บริษัทจะทำการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 82.5 ล้านหุ้น แบ่งเป็นการเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปจำนวน 80 ล้านหุ้น เสนอขายผู้บริหาร พนักงานจำนวน 2.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในราคาหุ้นละ 8 บาท โดยจะทำการเสนอขายในระหว่างวันที่ 29 - 30 พ.ย.และ 3 ธ.ค. นี้ คาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นวันแรกในวันที่ 12 ธันวาคม 2555

 

*** แผนการใช้เงิน

           สำหรับการระดมทุนในครั้งนี้  จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้สำหรับการขยายสาขาร้าน BEAUTY BUFFET และ BEAUTY COTTAGE เพื่อการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งปรับปรุงระบบการดำเนินงานภายใน เช่น ระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมพนักงาน การขยายคลังสินค้า และใช้รองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ซึ่งมีแนวโน้มจะเติบโตเป็นอย่างมากในช่วงต่อจากนี้ และนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน

 

***  แผนการขยายสาขา  

          คาดว่า ในปี 2556 รายได้จะเติบโตต่อเนื่องจากปีนี้ที่บริษัทฯ วางเป้าหมายการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%  ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีสาขาเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 230 แห่ง โดยแบ่งเป็นสาขา BEAUTY  BUFFET จำนวน 180 แห่ง และสาขา  BEAUTY COTTAGE ประมาณ 50 แห่ง ซึ่งจะใช้งบประมาณในการขยายสาขาและฝึกอบรมรวมทั้งสิ้นประมาณ 125 ล้านบาท

           

*** มีสาขาต่างประเทศไหม

          กัมพูชาเพิ่งเปิดเมื่อต้นปีนี้ ตามแผนจะขยายแฟรนไชส์ไปในกัมพูชา เพราะสาขาแรกเริ่มลงตัวแล้ว มีลูกค้าต้องการเปิด ลงทุนก็ 1.5 ล้านต่อสาขา ตลาดที่กัมพูชายังคงสดใส และวัฒนธรรมใกล้เคียงกับคนไทย การกินอยู่การใช้สินค้า แต่ถ้าขยายเราคงทำลักษณะของแฟรนไชส์มากกว่า  

 

***  เป้าหมายรายได้-กำไร ปีนี้ 

         ตั้งเป้ารายได้และกำไรปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 615 ล้านบาท และกำไร 134 ล้านบาท ตามลำดับ โดยรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทฯ จะมาจากธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำอาง ภายใต้แบรนด์ BEAUTY BUFFET ในสัดส่วนประมาณ 90% ส่วนอีกประมาณ 10% มาจากแบรนด์ BEAUTY COTTAGE ขณะที่ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ 'MADE IN NATURE' ยังมีสัดส่วนไม่มาก เพราะเพิ่งเปิดตัวไม่นาน

         'COTTAGE จะเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ มาร์จิ้นจะสูงกว่า BUFFET ดังนั้น ราคาจะสูงกว่าประมาณ 20% ส่วน MADE IN NATURE เป็นพรีเมียม แมส และเฉพาะ MADE IN NATURE  เราวางขายในตั้งฮั่วเส็ง วิลล่า ฟู้ดแลนด์  ต่อไปแบรนด์ MADE IN NATURE จะเข้าไปวางในท็อป ปีหน้าบิ๊กซี และโลตัส' นายแพทย์สุวิน กล่าว         

         ครบถ้วนสำหรับข้อมูล BEAUTY หวังว่าจะทำให้ทุกท่านได้ข้อมูลเพิ่มเติมของบริษัทมากขึ้น เพราะธุรกิจของบริษัทฟังดูแล้วไม่มีอะไรซับซ้อนมาก เป็นธุรกิจที่ใครๆ ก็อยากจะลงมาจับตลาดนี้ เพราะขึ้นชื่อว่าเครื่องสำอาง ใช้แล้วหมดไป  มีการซื้อซ้ำ และที่สำคัญ ผู้หญิงอย่าหยุดสวย คำนี้ยังใช้ได้ตลอดกาล และนี่น่าจะเป็นโอกาสของ BEAUTY ในการเจาะตลาดทั้งในและต่างประเทศ 

         ที่สำคัญ เรามาลุ้นกันต่อว่า ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ราคาหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกจะเหนือจองหรือไม่ ...ติดตามกันค่ะ

 

BEAUTY เคาะราคาไอพีโอ 8 บาท เปิดจอง 29-30 พ.ย. และ 3 ธ.ค.นี้ เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรก 12 ธ.ค.

            BEAUTY เคาะราคาไอพีโอ 8 บาท เปิดจอง 29-30 พ.ย. และ 3 ธ.ค.นี้ เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรก 12 ธ.ค. ประกาศลุยขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ รักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปี ฟิลลิป ที่ปรึกษาการเงินและ แกนนำจำหน่ายหุ้น ระบุธุรกิจน่าสนใจลงทุน ผลประกอบการโดดเด่นเติบโตสูง มั่นใจ IPO กระแสตอบรับดี กำหนดราคามีส่วนลด 48.92%

        นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน)(BEAUTY) ผู้นำในธุรกิจจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เพื่อความงามประเภทเครื่องสำอางและบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ เปิดเผยว่า บริษัทจะทำการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 82.5 ล้านหุ้น แบ่งเป็นการเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปจำนวน 80 ล้านหุ้น เสนอขายผู้บริหาร พนักงานจำนวน 2.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในราคาหุ้นละ 8 บาท โดยจะทำการเสนอขายในระหว่างวันที่ 29 - 30 พ.ย.และ 3 ธ.ค. นี้ คาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นวันแรกในวันที่ 12 ธันวาคม 2555

       สำหรับการระดมทุนในครั้งนี้ BEAUTY จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้สำหรับการขยายสาขาร้าน BEAUTY BUFFET และ BEAUTY COTTAGE เพื่อการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งปรับปรุงระบบการดำเนินงานภายใน เช่น ระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมพนักงาน การขยายคลังสินค้า และเพื่อนำไปใช้ในการรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ซึ่งมีแนวโน้มจะเติบโตเป็นอย่างมากในช่วงต่อจากนี้ และนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน

       "ในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจร้านเครื่องสำอาง BEAUTY BUFFET และ BEAUTY COTTAGE มีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อีกทั้งมีพัฒนาการในด้านการบริหารจัดการที่ดีขึ้นเป็นลำดับ อย่างไรก็ตาม การระดมทุนในครั้งนี้จะมีส่วนสำคัญในการเสริมศักยภาพ ประสิทธิภาพ การดำเนินงานด้านต่างๆของเราให้ดียิ่งขึ้น และนำมาสู่การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญต่อไป โดยบริษัทวางเป้าหมายรักษาการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 20% ต่อปี และมีการขยายสาขาออกไปให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ"นายแพทย์สุวิน กล่าว

       นายวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้น เปิดเผยว่า ราคาหุ้น BEAUTY ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนถือเป็นราคาที่มีความน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการทำกำไร และแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท ซึ่งเชื่อว่าการเปิดจองหุ้น IPO ในระหว่างวันที่ 29 -30 พ.ย. และ 3 ธ.ค. นี้ จะได้รับความสนใจและมีกระแสตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากจากนักลงทุน โดยการเสนอขายหุ้นไอพีโอของ BEAUTY มีผู้จัดจำหน่ายร่วม ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซียไซรัส จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

       ทั้งนี้ ราคาหุ้นไอพีโอที่เสนอขาย 8.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ประมาณ 16.25 เท่า ซึ่งคำนวณจากประมาณการกำไรสุทธิต่อหุ้น 4 ไตรมาสย้อนหลัง คือ ไตรมาสที่ 4 ของปี 2554-ไตรมาสที่ 3 ของปี 2555 ซึ่งเท่ากับ 147.68 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่เรียกชำระแล้วภายหลังการเสนอขายไอพีโอในครั้งนี้ จำนวน 300 ล้านหุ้น ซึ่งได้เท่ากับ 0.49 บาทต่อหุ้น โดยค่า P/E ของหุ้นสามัญที่เสนอขายคิดเป็นส่วนลดประมาณ 48.92% เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจใกล้เคียงกัน ซึ่งได้แก่ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. 55 ถึงวันที่ 21 พ.ย. 55 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 24.20 เท่า ซึ่ง P/E Ratio ดังกล่าวคำนวณจากผลการดำเนินงานในอดีต นอกจากนี้ P/E Ratio ที่เสนอขายไอพีโอยังคิดเป็นอัตราส่วนลดประมาณ 8.98% จากค่า P/E ของหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. 55 จนถึงวันที่ 21 พ.ย.55 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 17.71 เท่า 

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด