FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

สัมภาษณ์พิเศษ

 

สัมภาษณ์พิเศษ : จับตา ASK กำไรปีนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

 โดย ชัชชญา อังคุลี eFinanceThai.com     

            นับตั้งแต่รัฐบาลขยายโครงการรถคันแรกออกไปจนถึงสิ้นปีนี้ ส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์คึกคัก และยังรวมถึงอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องอื่นๆ เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ เหล็ก รวมถึงอุตสาหกรรมสินเชื่อทั้งรถยนต์ และแม้กระทั่งรถจักรยานยนต์เองก็ได้อานิสงส์ตามไปด้วย แต่วันนี้ เราจะมาพูดถึงธุรกิจการให้สินเชื่อรถบรรทุก แม้จะไม่ใช่รถที่เข้าข่ายโครงการรถคันแรก แต่ก็ถือได้ว่าสินเชื่อประเภทรถบรรทุกก็ได้อานิสงส์จากโครงการดังกล่าวในทางอ้อม ทำให้ตลาดสินเชื่อรถบรรทุกเติบโตตามไปด้วย และยิ่งมีประเด็นบวกสนับสนุนกรณ๊ที่ไทยจะเข้าสู่การเปิดเสรีอาเซียนในปี 2558 แล้ว ความต้องการใช้รถบรรทุกก็จะเพิ่มขึ้นตามการลงทุนด้านสาธารณูปโภคของรัฐบาลที่จะต้องมีการก่อสร้าง มีการใช้รถบรรทุกในการขนส่ง

            บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ASK เป็นอีก 1 บริษัทที่เน้นการให้สินเชื่อรถบรรทุก จะสังเกตเห็นได้ว่าในช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเคยขึ้นไปทำระดับสูงสุดของวันที่ 17 บาทกว่า ในช่วงปลายเดือน ก.ย.55 ที่ผ่านมา ขณะที่ช่วงกลางปีนี้ ราคาหุ้นวิ่งอยู่บริเวณ 10 บาทกว่าเท่านั้น จึงเป็นที่น่าสนใจว่า บริษัทดังกล่าวมีแนวโน้มธุรกิจเป็นอย่างไร ทำไมนักลงทุนถึงให้ความสนใจและเข้ามาทยอยเก็บหุ้นดังกล่าว ซึ่งหากย้อนหลังไปหาอ่านข่าวในอดีตนั้น จะพบว่าหาอ่านข้อมูลบริษัทได้ยากมาก  วันนี้ ทีมงาน eFinanceThai.com มีโอกาสได้เข้าพูดคุยกับผู้บริหารของ ASK ' โล จุน ลอง กรรมการผู้จัดการบริษัท  จึงไม่ลืมที่จะนำมาฝากให้อ่านกันอย่างจุใจ ถึงทิศทางผลประกอบการ สาเหตุที่นักลงทุนในใจหุ้นของบริษัท และอีกหลายประเด็นที่น่าจะครอบคลุมความสนใจของแฟนคลับ special interview ทุกท่าน

 

*** ประวัติของ ASK

             ' เราก่อตั้งมาแล้ว 28 ปี โดยกลุ่มธนาคารกรุงเทพ ASK ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์ ลีสซิ่งเครื่องจักร แฟคตอริ่ง พอมาถึงปี 2540 มีวิกฤตต้มยำกุ้ง ธนาคารกรุงเทพจึงต้องหาพันธมิตรมาช่วยในเรื่องการเงิน ซึ่งคุณชาตรี โสภณพนิช มีเพื่อนที่รักกันมา 30-40 ปีทำธุรกิจการเงินอยู่ไต้หวัน จึงชวนมาอยู่ด้วยกัน และทางไต้หวัน หรือที่เรียกว่ากลุ่มคูส์ จึงส่งผมมาบริหารที่นี่ ตอนนี้บริหารงานผ่านไป 10 กว่าปีแล้ว แต่อยู่ในไทยเกือบ 20 ปี มีลูกน้องที่นี่ 400 คน'นายโล จุน ลอง ระบุ

            พร้อมกล่าวต่อว่า ภาพรวมของธุรกิจปีนี้ มองว่าดีกว่าที่คาด ปล่อยสินเชื่อก็ทำได้เกินเป้าที่ตั้งไว้ ครึ่งปีหลังก็ยังจะไปได้ดีต่อจากครึ่งปีแรก เพราะปัจจุบันจะเห็นว่า รถที่ผลิตเพื่อส่งมอบตามคำสั่งซื้อที่สูงมาก จึงทำได้ไม่ทัน แต่บริษัทไม่ได้ประโยชน์จากตรงนี้มากนัก เพราะส่วนใหญ่จะปล่อยเช่าซื้อรถบรรทุก ในขณะที่รถคันแรกซึ่งเป็นรถขนาดเล็ก ไม่ใช่ตลาดที่บริษัทโฟกัส แต่ยอมรับว่าจากมาตรการของภาครัฐที่สนับสนุนโครงการรถคันแรก ส่งผลดีต่อบรรยากาศของธุรกิจเช่าซื้อรถในภาพรวมทิศทางตลาดเช่าซิ้อรถยนต์ปีหน้า

            ปีหน้าตลาดรถยนต์ก็น่าจะโตประมาณ 10 เปอร์เซนต์ โตจากรถยนต์ทุกประเภท ถามว่าปัญหาจากยุโรปกระทบไหม ก็มีบ้างในแง่ของการส่งออกรถของผู้ประกอบการ แต่ไม่มากเราเชื่อว่ายังไงคนก็ต้องใช้รถยนต์ ยังไงคนก็ต้องขับรถอยู่แล้ว ขณะที่ทิศทางของดอกเบี้ยคิดว่าคงทรงๆ ปีหน้าคงนิ่งๆ เหมือนปีนี้

 

***ภาพรวมการแข่งขันสินเชื่อปีนี้

            สูงอยู่แล้ว แต่เราต้องมองว่าเราจะเข้าทางไหนเพื่อสู้กับคู่แข่ง เราจึงต้องหาช่องทางที่เหมาะสมกับเรา เช่น ประเภทของรถ เราจะไม่เจาะจง เราทำหลายประเภท ทั้งรถเก๋ง ปิกอัพ บรรทุก แท็กซี่ รถบัส และเราก็ทำหลายยี่ห้อ แต่ส่วนมากเป็นรถญี่ปุ่น

            ดังนั้น เราจึงต้องทำตลาดให้หลากหลาย เพราะคู่แข่งในตลาดนั้น มีอยู่ 3 กลุ่ม ซึ่งจะมีจุดแข็งแตกต่างกันออกไป 1.กลุ่มแบงก์ ก็จะมีจุดแข็งเรื่องสาขา เรื่องเงินทุน 2.บริษัทรถ ที่หันมาทำลีสซิ่งเอง เช่น โตโยต้าลีสซิ่ง พวกนี้จะมีจุดแข็งคือ สาขามีมาก และต้นทุนการดำเนินงานต่ำ 3.บริษัททั่วๆ ไป ที่ไม่ใช่แบงก์และบริษัทรถ ซึ่งเราอยู่ในกลุ่มที่สามนี้สาขาเรามีกี่แห่ง ณ ปัจจุบัน มี 3 สาขา แต่เราใช้เป็นศูนย์กลาง เพราะคอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อได้ทุกจุด โดยในรอบๆ 3 จังหวัดนี้เราจะส่งเจ้าหน้าที่การตลาดออกไป มีเช่าห้องพักให้อยู่ ดังนั้น รวมๆ แล้วมีมากกว่า 10 จังหวัดที่เราครอบคลุมการให้บริการ ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้เราประหยัดต้นทุนได้ ส่วนถ้าจะขยายสาขาเราคงดูว่าสาขาไหนที่เหมาะสม เรามองที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะถ้าการเปิดเสรีอาเซียนมาถึง เท่าที่ทราบมี 9 เส้นทางผ่านเมืองไทยและที่ติดกับไทยมี 10 จุด และเรากำลังศึกษาว่า 10 จุดนี้เราจะทำอย่างไร เพราะการเปิดเสรีอาเซียน เราจะได้ประโยชน์มากเพราะเราทำรถบรรทุก

            ' ช่วงแรกคงหา 3-4 จุดก่อน เช่น ทางหนือ อีสาน อาจปีหน้า อาจตั้งเป็นสาขาก็ได้ เพราะศักยภาพที่ดีทางอีสานที่เรามอง เช่น ไปมุกดาหารดังนั้น คิดว่าภายในสิ้นปีนี้เราต้องตัดสินใจว่าจะเปิดสาขาอีกกี่แห่ง '

 

*** เล็งขยายสาขาเพิ่มอีสาน - เหนือ รองรับเปิด AEC  

            ขณะนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาแผนการขยายสาขาใหม่เพิ่ม ทั้งนี้ เพื่อที่จะรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จากปัจจุบันซึ่งมี 3 สาขาหลัก อยู่ที่ ระยอง สมุทรสาคร และพิษณุโลก โดยบริษัทฯ มองจุดยุทธศาสตร์บริเวณจังหวัดรอบชายแดนที่เป็นเส้นทางหลักหลังเปิดเสรี คือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าจะได้ข้อสรุปการเปิดสาขาภายในสิ้นปีนี้

            นายโล จุน ลอง กล่าวต่อว่า หลังการเปิดเสรีอาเซียนจะส่งผลดีต่อบริษัทฯ มาก เนื่องจากการคมนาคม และงานด้านสาธารณูปโภคจะขยายตัวอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความจำเป็นในการใช้รถบรรทุก ซึ่งเริ่มเห็นตั้งแต่ปีนี้แล้ว ในขณะที่บริษัทฯ เป็นผู้ให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ โดยมุ่งเน้นรถบรรทุกมากที่สุด ก็จะได้รับประโยชน์จากตรงนี้อย่างเต็มที่

   

*** เป้าหมายสินเชื่อปีนี้

            นายโล จุน ลอง  กล่าวต่อว่า มั่นใจว่าในปีนี้บริษัทฯ จะปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นประมาณ 20-25% จากปีก่อน ซึ่งมียอดปล่อยสินเชื่อ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกบริษัทฯ ปล่อยสินเชื่อใหม่สุทธิ 9,300 ล้านบาท และคาดว่าในครึ่งปีหลังยอดปล่อยสินเชื่อใหม่จะไม่ต่ำกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการทยอยส่งมอบรถล็อตที่มีการจองไว้ในครึ่งปีแรก ซึ่งจะทำให้ยอดสินเชื่อในครึ่งปีหลังเพิ่มขึ้น

           ประกอบกับปัจจัยบวกจากการเติบโตของตลาดรถบรรทุก สืบเนื่องจากโครงการเมกะโปรเจ็กของรัฐบาลที่ทำให้ความต้องการใช้รถบรรทุกมีมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อบริษัทฯ เพราะมีพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกสูงที่สุด คือ 31% เมื่อเทียบกับสัดส่วนการให้เช่าซื้อรถยนต์ประเภทอื่นของบริษัทฯ

           'ครึ่งปีแรกเราก็ปล่อยได้ 9,300 ล้านบาท ปีที่แล้วปล่อยใหม่ประมาณ 15,000 ล้านบาท ซึ่งเรามองว่าครึ่งปีหลังไม่น่าจะต่ำกว่าครึ่งปีแรกทั้งจากการทยอยส่งมอบรถจากโครงการรถคันแรกของรัฐบาล และโครงการเมกะโปรเจ็กต์กระตุ้นดีมานด์รถบรรทุกให้เพิ่มขึ้น ซึ่งปีนี้คาดว่าตลาดรถบรรทุกจะขยายตัวถึง 40%' นายโล จุน ลอง   ระบุ

           ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2554 ASK  มีพอร์ตสินเชื่อคงค้าง 17,686 ล้านบาท และมียอดปล่อสินเชื่อใหม่สุทธิ 14,959 ล้านบาท

 

***  ตั้งเป้ากด NPL ปีนี้ต่ำกว่า 1% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10

             ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ของบริษัทฯ ในปีนี้ คาดว่า จะลดลงต่ำกว่าปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 0.42% ของสินเชื่อรวม ทำให้บริษัทฯ มี NPL ต่ำกว่า 1% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 นับจากปี 2003 เป็นต้นมา เนื่องมาจากความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจเช่าซื้อของบริษัทฯ มายาวนานกว่า 20 ปี โดยบริษัทฯ มีดีลเลอร์ที่ดี จึงทำให้ได้ลูกค้าที่ดีเข้ามา ส่วนฝ่ายการตลาดก็แยกเป็นกลุ่มอย่างชัดเจนในการประเมินสินเชื่อตามชนิดของรถ ในขณะที่ฝ่ายติดตามหนี้ก็จะแยกกลุ่มตามประเภทของรถเช่นเดียวกัน 

           ทั้งนี้ บริษัทฯ มีสัดส่วนการให้สินเชื่อรถบรรทุกมากที่สุด รองลงมาเป็นรถตู้ รถยนต์โดยสาร รถแท็กซี่ และรถยนต์มือสอง

           ' NPL ปีนี้ 6 เดือนแรกไม่ได้เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมีน้ำท่วมในปลายปีที่แล้ว ส่วนทั้งปีก็น่าจะต่ำกว่าปีก่อน ซึ่งเราคาดว่าตราบใดที่เศรษฐกิจยังดีอยู่ NPL คงไม่เพิ่ม ซึ่งไม่ใช่เพราะว่าฐานสินเชื่อเราใหญ่ขึ้นอย่างเดียวแล้วจะทำให้สัดส่วน NPL ลดลงโดยอัตโนมัติ แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญมากกว่านั้นคือ เราสามารถควบคุม NPL ให้อยู่ในระดับต่ำได้' นายโล จุน ลอง กล่าว

  

***  คาดปีนี้จะทำรายได้-กำไร สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

            นายโล จุน ลอง  กล่าวต่อว่า ในปีนี้บริษัทฯ จะทำรายได้และกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่ทำรายได้สูงสุด 1,657 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 332 ล้านบาท เนื่องจากสินเชื่อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี  ทำให้รายได้และกำไรเติบโตเพิ่มขึ้นตาม โดยครึ่งแรกปีนี้บริษัทฯ มีรายได้ 962 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และคาดว่าในครึ่งปีหลังรายได้ก็ไม่น่าจะต่ำกว่าครึ่งปีแรกเพราะสินเชื่อยังเติบโตดี  ส่วนรายได้และกำไรในช่วง 3 ปีจากนี้ไป บริษัทฯ คาดว่าจะรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีไว้ไม่ต่ำกว่า 15% ซึ่งก็มีโอกาสเป็นไปได้ เพราะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีจากนี้ยังไม่น่าจะปรับเพิ่มขึ้นสูงจนกระทบต่อการตัดสินใจซื้อรถของประชาชน และต้นทุนกู้ยืมของบริษัทเพิ่มขึ้น ส่วนหนี้เสียบริษัทฯ ยังคงสามารถควบคุมได้

           ' เรามอง 3 ปีจากนี้รายได้และกำไรน่าจะโตเฉลี่ยไม่น่าต่ำกว่าปีละ 15% ซึ่งตัวที่จะฉุดเราก็ คือ ต้นทุนดอกเบี้ย แต่ตอนนี้ทุกคนก็ไม่คิดว่าดอกเบี้ยจะแพงขึ้นเราก็สบายใจ ส่วนหนี้เสียจะมากไหม จนกระทั่งจะทำให้กำไรเราแย่ลง ก็คงไม่ค่อยมี เพราะเราควบคุมได้ค่อนข้างดี' นายโล จุน ลอง กล่าว

  

***  เผยเหตุหุ้นวิ่งในรอบ 1 เดือนกว่า  หลังกองทุนรุมจีบ -กูรูเชียร์ซื้อ

           ส่วนสาเหตุที่ราคาหุ้นของบริษัทฯ  ปรับเพิ่มขึ้นในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา น่าจะเกิดจากการที่นักลงทุนมีความมั่นใจในผลประกอบการของบริษัทฯ มากขึ้น ซึ่งในระยะหลังพบว่ามีกองทุนในประเทศแสดงความสนใจ และขอเข้ารับฟังข้อมูลจากบริษัทฯ และเมื่อได้รับข้อมูลพื้นฐานแล้วก็ทำให้เกิดความเชื่อมั่น ประกอบกับนักวิเคราะห์ในแต่ละสำนักต่างก็ได้เขียนบทวิเคราะห์ ASK มากขึ้น ทำให้ระยะหลังหุ้น ASK ได้รับความสนใจจากนักลงทุน

            นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เพิ่มทุนทำให้สัดส่วนของนักลงทุนรายย่อยมีมากขึ้น ส่งผลให้การซื้อขายเปลี่ยนมือของนักลงทุนมีความคล่องตัวมากกว่าในอดีต

            ' เดิมทีเราเป็นหุ้นปันผล คนก็เริ่มรู้จักเราแบบนั้นมา พอระยะหลังคนก็ยิ่งรู้จักเรามากขึ้นจากการมีบทวิเคราะห์ต่างๆ และกองทุนในประเทศก็ให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมเยียนเรามากขึ้น ประกอบกับพื้นฐานของบริษัทฯ เอง มีผลประกอบการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี นักลงทุนเลยสนใจ' นายโล จุน ลอง  กล่าว

 

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด