FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

สภาพัฒน์ฯ สศช.

สภาพัฒน์ มั่นใจเศรษฐกิจไทยไม่ถดถอยต่อเนื่อง เชื่อจีดีพีไตรมาส 3/56 เป็นบวก

       นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคหลังผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) รายไตรมาส ติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกัน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะไม่ถดถอยต่อเนื่องในไตรมาส 3/56 โดยคาดว่าจีดีพีในไตรมาส 3 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ 

       "ถ้าลบ 2 ไตรมาส ก็เป็นภาวะถดถอยทางเทคนิค จากฐานปีก่อนที่สูงมาก ส่วนไตรมาส 3 จะถดถอยต่อเนื่องหรือไม่ คงไม่มี เพราะไตรมาส 3 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนน่าจะเป็นบวก และปัจจัยฤดูกาลก็น่าจะเป็นบวก" นายอาคม กล่าว 

สั่งรัฐหารือเอกชนฟื้นเศรษฐกิจ'นายกฯ'ยันไม่นิ่งนอนใจเร่งลงทุน-ส่งออก

      'ยิ่งลักษณ์'ยืนยันอีกครั้งเศรษฐกิจไทยไม่ถดถอย ลุยหารือกับเอกชนเพิ่มความเชื่อมั่นการลงทุน สั่ง “นิวัฒน์ธำรง” คุยผู้ส่งออกรายอุตสาหกรรมเร่งขยายตลาดระยะยาว ด้าน “เวิลด์แบงก์” มองเศรษฐกิจไทยโต 4–4.5% เชื่อเงินบาท ไม่ถูกโจมตีเหมือนค่าเงินอินโดนีเซีย–อินเดีย

     น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการแก้ปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในขณะนี้ว่า ขอทำความเข้าใจ อย่างที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เรียนว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ไม่ใช่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ขนาดของการเติบโตของเศรษฐกิจมีขึ้นกับลงแล้วแต่ไตรมาส โดยเฉพาะในส่วนของไตรมาสสองจะมีเรื่องของวันหยุดทำการ และผลกระทบต่างๆมากมาย

     อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีแผนในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังเพิ่มเติมแล้ว เช่น การเร่งการใช้จ่ายของภาครัฐ ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะได้พูดคุยกับภาคของเอกชนในเรื่องของการลงทุนอย่างชัดเจน ซึ่งจริงๆแล้วภาคเอกชนมีผู้สนใจอยากจะลงทุนมากขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้กระบวนการการลงทุนของภาครัฐนั้นเร็วขึ้น และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้เพิ่มขึ้น

     “ต้องขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐด้วยว่า ประชาชนต้องการความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอย หรือการลงทุนต่างๆในอนาคต ซึ่งรัฐบาลต้องทำหน้าที่นี้ ส่วนปัญหาการส่งออกนั้นได้มอบให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพูดคุยกับภาคเอกชน ภาคการส่งออกในรายอุตสาหกรรมเพื่อที่จะได้ดูว่า ในส่วนของการส่งออกระยะยาวจะมีตลาดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างไร”

     ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า เราต้องช่วยกันคิดว่าจะทำให้บรรยากาศต่างๆไปต่อได้อย่างไร เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจ คือความมั่นคงทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ได้เป็นปัญหาที่กระทบกับประเทศไทยประเทศเดียวเท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับหลายประเทศในภูมิภาค

      ขณะที่นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสธนาคารโลก สำนักงานประจำประเทศ ไทย (เวิลด์แบงก์) กล่าวว่า ธนาคารโลกอาจจะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจลง โดยความเห็นส่วนตัว คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้เป็นไปได้ที่อาจจะขยายตัวประมาณ 4-4.5% ส่วนปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะดีกว่าปีนี้ เนื่องจากการลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐจะมีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

      “เศรษฐกิจไทยปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวมากกว่าปีนี้เพราะฐานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาคือ 2554-2555 สูงมาก ทำให้ปีนี้การขยายตัวลดลง แต่ในปีหน้าฐานจากปีนี้กลับสู่ภาวะปกติ ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ ทั้งการท่องเที่ยว การลงทุนภาครัฐ และเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว”

      สำหรับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงต่ำว่า 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯนั้น เกิดจากนักลงทุนกังวลเรื่องที่สหรัฐฯจะชะลอมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) และความกังวลเรื่องการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย จึงทำให้ค่าเงินบาทมีความผันผวนตามกระแสเงินทุนไหลเข้าออกของต่างชาติ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า เมื่อภาวะเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้นการส่งออกไทยในครึ่งปีหลังจะขยายตัวดีขึ้นด้วยจากครึ่งปีแรก และหากสหรัฐฯไม่ชะลอคิวอีลงมากอย่างที่หลายฝ่ายกังวลก็จะทำให้นักลงทุนนำเงินกลับเข้ามาลงทุนในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีการเติบโตสูงและให้ผลตอบแทนดี ซึ่งรวมถึงไทย เพราะยังคงมีความมั่นใจว่าเอเชียจะเป็นศูนย์กลางการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า

      “ในระยะยาวถือว่า ภูมิภาคอาเซียนยังเป็นจุดสนใจของนักลงทุนแน่นอน ดังนั้น การที่ในระยะนี้เงินทุนไหลออกจากตลาดทุนในภูมิภาคนี้ หรือมีความผันผวนอยู่บ้าง จึงถือเป็นเรื่องปกติที่จะทำให้ค่าเงินอ่อนลงบ้างแต่จะเป็นปริมาณมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก คือความมั่นใจของนักลงทุนที่มีต่อเศรษฐกิจไทยและความชัดเจนในมาตรการคิวอีของสหรัฐฯ ประเทศไทยจะต้องปรับตัวรองรับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายที่จะมีมากขึ้นในอนาคต”

      ส่วนข้อวิตกกังวลว่า อาจมีการโจมตีค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงไปอีกเหมือนกับเงินรูเปีย ของอินโดนีเซีย และรูปีของอินเดียนั้น นางสาวกิริฎา มองว่า เป็นไปได้ยากเพราะปัจจุบันเงินบาทของไทยเคลื่อนไหวลอยตัวแบบมีการจัดการ ไม่ได้เป็นอัตราคงที่เหมือนในอดีต ดังนั้นการจะเข้ามาโจมตีจึงไม่ใช่เรื่องง่าย รวมทั้งโอกาสในการทำกำไรยังมีไม่มาก และพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังมีความแข็งแกร่งจึงไม่น่าเป็นห่วง แต่อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทควรเคลื่อน ไหวไปตามภูมิภาคและประเทศคู่แข่ง เพื่อไม่ให้เสียเปรียบโอกาสด้านการส่งออก

       “ความผันผวนในระยะนี้ อาจมีผลต่อการนำเข้าอยู่บ้าง โดยเฉพาะการนำเข้าพลังงานที่มีผลต่อต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ก็จะเป็นผลดีต่อการส่งออก แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าค่าเงินประเทศคู่แข่งอ่อนค่าลงเท่าไร สำหรับนโยบายอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะไม่ลดลงไปจาก 2.5% เพราะมีความกังวลเรื่องหนี้ภาคครัวเรือน”.

กิตติรัตน์โต้ ศก.ถดถอย ชี้ค่าบาทอ่อนระดับเหมาะสม 

     รองนายกฯ และ รมว.คลังยืนยันเศรษฐกิจไทยไม่ได้ถดถอย ชี้ไตรมาส 2 เพียงเกิดผลกระทบกับการส่งออกจากปัจจัยค่าบาทแข็งและพม่าหยุดส่งก๊าซ ลั่นรัฐลุยลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 3 ส่วนค่าบาทอ่อนยังอยู่ในระดับเหมาะสมเอื้อส่งออก...

     เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ว่า ยืนยันเศรษฐกิจไทยไม่ได้ถดถอย การเปรียบเทียบตัวเลขเศรษฐกิจต้องเปรียบเทียบกับในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น คือ กรณีพม่าหยุดจ่ายก๊าซให้ไทย 1 สัปดาห์ เอกชนต้องหยุดการผลิต ค่าเงินบาทแข็งค่าที่สุดซึ่งเคยถึง 28 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้มีผลกระทบต่อการส่งออก ดังนั้น ช่วงดังกล่าว จึงเป็นแค่ปัจจัยประกอบ แต่ไม่ใช่เศรษฐกิจถดถอย

    ทั้งนี้ ในส่วนของค่าเงินบาทอ่อนค่าลงนั้น ถือว่าอยู่ในระดับเหมาะสม ดีต่อการส่งออกให้สามารถแข่งขัน และควบคุมเงินเฟ้อได้ สำหรับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ รัฐบาลยังคงเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้นักลงทุนต่างชาติมั่นใจ ยังมีกองทุนน้ำมันดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันผันผวน ส่งผลให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้

                ที่มา : www.thairath.co.th

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด