FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

สภาพัฒน์ฯ สศช.

สภาพัฒน์ประเมินปี 56 เศรษฐกิจขยายตัว 5%  

            สศค.ประเมินปีนี้ บาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบเดิมที่ 30.7 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ส่งออกขยายตัวได้ 10% เหตุเศรษฐกิจประเทศคู่ค้ายังขยายตัวได้ดี ส่งผลให้ทั้งปีเศรษฐกิจขยายตัวได้ 5%...

            เมื่อวันที่ 30 ม.ค. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2555 ขยายตัวในอัตราเร่งขึ้น จากปัจจัยฐานในปีที่แล้วขยายตัวในอัตราต่ำ ซึ่งเป็นผลจากปัญหาอุทกภัย ประกอบกับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่ส่งสัญญาณขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งการใช้จ่ายภายในประเทศและการส่งออก รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวสูงมาก

          ทั้งนี้ สศค.ประเมินว่า ในไตรมาส 4 ดังกล่าว เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 15.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัวติดลบ 8.9% และเมื่อรวมกับ 3 ไตรมาสก่อนหน้า ที่ขยายตัวได้ 2.6% จะทำให้อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยทั้งปีอยู่ที่เป้าหมายเดิม คือ 5.7%

          สำหรับการขยายตัวเศรษฐกิจในปี 56 นั้น สศค.ยังประเมินที่ 5% ภายใต้สมมติฐานที่มูลค่าการส่งออกขยายตัว 10% ขณะที่มองการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงต้นปีนี้ ยังไม่กระทบต่อมุมมองการเติบโตของเศรษฐกิจ เพราะเงินบาทยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่ สศค.ประเมินไว้ อย่างไรก็ตาม สศค.จะประเมินการขยายตัวเศรษฐกิจทั้งปีอีกครั้งในเดือน มี.ค.นี้

         "จีดีพี ในปีนี้ สศค.ยังมองที่ 5% แม้ว่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้มากกว่าที่ประมาณการไว้ โดยปีนี้เรามองว่าบาทต่อดอลลาร์จะเฉลี่ยอยู่ที่ 30.7 หรือมีช่วงคาดการณ์ที่ 29.70- 31.70 ทำให้ยังไม่ได้ปรับประมาณการจีดีพี ทั้งนี้ เหตุที่ประเมินว่า การส่งออกยังสามารถขยายตัวได้ดี เพราะการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ประเมินว่ายังมีการเติบโตที่ 3.7%"

          ส่วนกรณีของค่าเงินบาทในขณะนี้ เงินบาทค่อนข้างผันผวน แต่ยังเคลื่อนไหวตามภูมิภาค เพราะเศรษฐกิจโลก ทั้งสหรัฐฯ และยุโรปยังมีปัญหา และทำให้มีเงินไหลเข้ามาลงทุนในเอเชีย รวมทั้งไทยด้วย แต่เมื่อใดที่ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศดังกล่าวมีมากขึ้น เงินทุนก็พร้อมที่จะไหลกลับ ดังนั้น ทิศทางสถานการณ์เงินบาทก็ค่อนข้างจะผันผวน จึงต้องเตรียมพร้อมที่จะรองรับ โดยแนวทาหนึ่งที่จะช่วยลดแรงกดดัน คือ การเร่งลงทุน

         "โมเดลที่ สศค.นำมาคำนวณผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ คือ กรณีเงินบาทแข็งค่า 1% จะกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 0.3% ส่งผลต่อปริมาณการส่งออกลดลง 0.4% แต่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง 0.2%"

         ด้านนายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สศค. กล่าวว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/55 ขยายตัวได้ในระดับสูง ทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน หน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล โดยเครื่องชี้ด้านการบริโภคภาคเอกชน เช่น การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคมีการขยายตัว 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และการจำหน่ายรถยนต์นั่งและรถจักรยานยนต์ก็มีการขยายตัวดีเช่นกัน

           เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและการลงทุนในหมวดก่อสร้างสะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว 43.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รวมถึงภาษีจากการทำธุรกรรม อสังหาริมทรัพย์ ขยายตัวได้ดีอยู่ในระดับ 45.2%

            ด้านการส่งออกในเดือน ธ.ค. 55 ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ส่งผลให้ไตรมาส 4/55 การส่งออกขยายตัว 18.5% และขยายตัว 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ เครื่องชี้ทางด้านการผลิตก็พบว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมในไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 44.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัว 4.5% จากไตรมาสก่อนหน้า สำหรับภาคการท่องเที่ยวเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4/55 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น 39.3% เร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 8.6%

           ส่วนของนโยบายการคลังยังคงสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยการใช้จ่ายของรัฐบาลในไตรมาส 4 ของปี 55 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 60.5% ขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจยังมีความมั่นคง โดยอัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.4% ของกำลังแรงงาน เงินเฟ้อเร่งขึ้นเล็กน้อยและทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นปี 55 อยู่ในระดับสูงกว่า 181.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ.

ที่มา : www.thairath.co.th

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด