FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

สภาพัฒน์ฯ สศช.

วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 35 ฉบับที่ 12554 มติชนรายวัน


ผุดถนน'ทวาย-แหลมฉบัง' เปิดด่านถาวร 
'ปู-เต็งเส่ง'ถกร่วมมือฉลุย อุ้มพม่าประธานอาเซียน ปลื้มไทยช่วยปฏิรูปปชต.

 


ตรวจแถว - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำ พล.อ.เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม

 

       'เต็ง เส่ง'รับปากช่วย 92 คนไทยแต่รอศาลตัดสิน 27 ก.ค. 'ยิ่งลักษณ์'ลงนามเดินหน้าแผนร่วมมือ 4 สาขา หนุนท่าเรือน้ำลึกทวาย-แหลมฉบัง เปิด 3 ด่านชายแดนรับการค้าบูม

         เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่สนามหญ้าหน้า ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ พล.อ. เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า และคณะในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ซึ่งมีการตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ 3 กองร้อย ได้แก่ทหารเรือ 1 กองร้อย ทหารบก 1 กองร้อยและทหารอากาศ 1 กองร้อย ก่อนจะมีการหารือข้อราชการแบบทวิภาคีและเต็มคณะที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล 

           หลังจากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ พล.อ. เต็ง เส่ง แถลงข่าวร่วมกัน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ในนามรัฐบาลและประชาชนไทยรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ พล.อ.เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า และคณะในโอกาสมาเยือนประเทศไทย ขอขอบคุณประธานาธิบดีที่ร่วมกันผลักดันความร่วมมือ ต่างๆ ให้มีความคืบหน้า ทั้งความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนรวมถึงการแรงงานพม่าในไทย และการปราบปรามยาเสพติด โดยสองประเทศจะฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 65 ปี ในปี 2556 

         น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ฝ่ายไทยพร้อมขยายความร่วมมือกับเมียนมาร์เพิ่มเติม คือ ความพร้อมของฝ่ายไทยที่จะเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (เจซี) ซึ่งพม่าจะเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมครั้งต่อไป และยังเสนอให้มีการจัดตั้งสมาคมมิตรภาพพม่า-ไทย คู่ขนานกับ สมาคมไทย-พม่า เพื่อมิตรภาพ ซึ่งฝ่ายไทยได้จัดตั้งขึ้นแล้ว และพร้อมสนับสนุนพม่าอย่างเต็มที่ โดยไทยได้เสนอแผนงานความร่วมมือการพัฒนาประกอบด้วย 4 สาขาหลัก คือ 1.การเสริม สร้างขีดความสามารถของบุคลากรของพม่า 2.การเตรียมความพร้อมในการเป็นประธานอาเซียนของพม่าในปี 2557 3.การปฏิรูปเศรษฐกิจและพัฒนาทางเลือก 4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

          "ดิฉันยังได้ยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการร่วมกันผลักดันท่าเรือน้ำลึกทวายให้สำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกที่ทวายเข้ากับท่าเรือแหลมฉบังของไทย เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศและภูมิภาค โดยฝ่ายพม่าจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ส่วนไทยจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีสเทิร์นซีบอร์ด ของไทย" น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

         น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า นอกจากนั้นทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันที่จะจัดตั้งคณะทำงาน โดยมีระดับรัฐมนตรีซึ่งจะประชุมร่วมกันในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อที่จะพิจารณาประเด็นต่างๆ ที่ คั่งค้างและแนวทางการขยายพื้นที่เศรษฐกิจ ร่วมกัน และเห็นพ้องต้องกันว่าควรส่งเสริมในการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวชายแดนเพิ่ม มากขึ้น โดยตนเสนอให้มีการเปิดด่านผ่านแดนถาวรระหว่างไทย-พม่าเพิ่มเติม ได้แก่ 1.ด่านกิ่วผาวอก จ.เชียงใหม่ 2.ด่านบ้านห้วยต้นนุ่น จ.แม่ฮ่องสอน และ 3.ด่านบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี นอกจากนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาตามความเหมาะสมของการเปิดจุดผ่อนปรนที่ตะโกบน จ.ราชบุรีด้วย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการหารือในครั้งนี้ ไทยกับพม่า ยังได้ลงนามข้อตกลงความสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ 1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาที่ครอบคลุมในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นการยืนยันพันธะของฝ่ายไทยที่ร่วมมือกับพม่าในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรมทวาย รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนาในพม่า อยู่ใน 4 สาขาหลัก คือ การเสริมสร้างขีด ความสามารถของบุคลากรของพม่า, การเตรียมความพร้อมในการเป็นประธานอาเซียนของพม่าในปี 2557, การปฏิรูปเศรษฐกิจและพัฒนาทางเลือก และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และ 3.ถ้อยแถลงร่วมว่าด้วยการจัดตั้งเวทีหารือด้านพลังงาน 

         ด้าน พล.อ.เต็ง เส่ง แถลงตอนหนึ่งว่า ขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทยที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และขอบคุณที่ให้การสนับสนุนการปฏิรูปการเมืองการปกครองของพม่าให้ก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งพม่าขอยืนยันว่าพร้อมและมีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าในการพัฒนาการเมือง เศรษฐกิจต่อไป นอกจากนี้จะเร่งในการพัฒนาบุคลากร เศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการประสานการติดต่อระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะความร่วมมือเรื่องของท่าเรือน้ำลึกทวายและโครงการของอีสเทิร์นซีบอร์ด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีกลุ่มนักศึกษาประมาณ 20 คน ที่อ้างตัวว่ามาจาก 5 กลุ่มคือ สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม สมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเครือข่ายนักศึกษาและเยาวชนเพื่อพิทักษ์ประชาชน เดินทางมาชูป้ายชุมนุมด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนพิษณุโลก ทั้งนี้ กลุ่มนักศึกษาทำแถลงการณ์ถึง พล.อ.เต็ง เส่ง เรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย รวมทั้งประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด กดดันเพื่อให้เกิดการปกป้องรักษาชีวิตและสอบสวนให้ความเป็นธรรมกับชาวโรฮิงญา 

          นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การเยือนไทยของ พล.อ.เต็ง เส่ง เป็นการเยือนครั้งแรกหลังได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีพม่า ถือว่ามีนัยสำคัญและตอกย้ำถึงความสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายให้ซึ่งกันและกันในการกระชับความร่วมมือ ความมุ่งมั่นที่ทั้งสองฝ่ายจะขยายความร่วมมือทั้งในเรื่องวิชาการ การค้า และการลงทุนระหว่างกันอีกด้วย นอกจากนี้ ยังจะมีการหารือถึงโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย รัฐบาลไทยจะย้ำความมุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว

         นายธานี กล่าวถึงคืบหน้าเรื่องการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ถูกทางการพม่าจับกุมว่า ทางการพม่าจะนำตัวคนไทยทั้ง 92 คน ไปขึ้นศาลพม่าในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ โดยแบ่งการพิจารณาเป็น 3 ส่วน คือ 1.ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย 2.ครอบครองอาวุธ และ 3.เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กระบวนการให้ความช่วยเหลือจะเป็นอย่างไรต้องรอฟังคำตัดสินของศาลพม่าก่อน

            พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายก รัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.เต็ง เส่ง ได้ชี้แจง กับนายกรัฐมนตรีว่ามีคนไทยหลายคนใน 92 คน นี้ที่ทำผิดกฎหมายร้ายแรงที่มีอาวุธสงครามหรือไปปลูกพืชยาเสพติด จะต้องถูกตัดสินตามกฎหมายของพม่าก่อน และคงไม่มีใครช่วยได้ หลังจากตัดสินแล้วจะหาทางช่วยเหลือและลดหย่อนโทษ 

           นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า มีการลงนามในถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการยืนยันว่าจะมีการเจรจาในการทำงานร่วมกันทางด้านพลังงานในเร็วๆ นี้ ทั้งจากก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ รวมถึงการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมก่อสร้างโรงไฟฟ้าใน นิคมอุตสาหกรรมทวาย หากจะต้องมีการเจรจาจริงจะต้องขอการอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน 

          นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.เต็ง เส่ง ได้พูดคุยถึงแรงงานพม่าที่อยู่ในประเทศไทย 2 ล้านคน โดยนายเต็ง เส่ง อยากเห็นการบริการแบบจุดเดียว (วันสต๊อปเซอร์วิส) กับแรงงานพม่า เพราะจะช่วยประหยัดเวลาและแรงงานไม่ต้องเดินทาง 

          นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า รัฐบาลไทยเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศโดยหนึ่งในนั้น มีแผนที่จะก่อสร้างมอเตอร์เวย์ เส้นทางบางใหญ่-กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 45,000 ล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการศึกษาก่อสร้างเส้นทางเพิ่มเติมจากกาญจนบุรี-บ้านพุน้ำร้อน ระยะทาง 70 กิโลเมตร ส่วนเส้นทางจากบ้านพุน้ำร้อน-ท่าเรือน้ำลึกทวาย ระยะทาง 132 กิโลเมตร บริษัท อิตาเลี่ยนไทยฯ ได้รับสัมปทานจากพม่าเพื่อให้มีเส้นทางเชื่อมต่อ ทำหน้าที่รับผิดชอบการก่อสร้างหากโครงการเสร็จจะสามารถขนส่งสินค้าจากท่าเรือน้ำลึกทวาย ผ่านกาญจนบุรีมายังกรุงเทพฯ ออกไปยังท่าเรือแหลมฉบังสะดวกมากขึ้น

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด