FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

การแพทย์-สธ.

ไทย สเตมไลฟ์ รับลูก 'แองเจลินา โจลีปลุกคนไทยตื่นตัวป้องกันมะเร็งเต้านม

        บ้านเมือง : 'ไทย สเตมไลฟ์'ปลุกกระแสคนไทยตื่นตัว ตรวจ BRCA 1 และ BRCA 2 เพื่อตอบโจทย์ให้กับผู้มีความกังวล หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง ชี้การตรวจยีนมีแต่ผลดี โชว์ศักยภาพเทคโนโลยี และห้องแล็บ พร้อมรู้ผลใน 2 สัปดาห์ ราคาเหมาะสม 1 หมื่น-1 แสนบาท

       น.พ.ดร.คอนสตานตินอส พาพาโดพูลอส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัย และพัฒนาทางการแพทย์ บริษัท ไทย สเตมไลฟ์ จำกัด ผู้นำด้านการตรวจยีนและการจัดเก็บสเตมเซลล์ เปิดเผยว่า กระแสข่าวการตัดสินใจครั้งสำคัญของ "แองเจลินา โจลี" ที่ผ่าตัดตัดเต้านมทิ้งทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็งเต้านมกับภาวะเสี่ยง หลังการทำการทดสอบยีนในกลุ่ม BRCA1 และ BRCA2 ที่มีสูงถึง 87% นั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วกับการผ่าตัด และยังเป็นการปลุกกระแสให้ประชาชนทั้งโลกตื่นตัว และตระหนักถึงภัยร้ายที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง

      ล่าสุดบริษัทฯ จึงได้เปิดตัวนวัตกรรมการตรวจ BRCA 1 และ BRCA 2 เพื่อตอบโจทย์ให้กับผู้มีความกังวล หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นนวัตกรรมการตรวจหาความผิดปกติในระดับดีเอ็นเอของยีน BRCA โดยสามารถอ่านผลได้จากการเจาะเลือด และสามารถทราบผลได้ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน ผลของการตรวจจะทำให้คุณทราบว่าคุณมีโอกาสเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งเต้านมมากกว่า 90% และมะเร็งรังไข่ประมาณ 50% ในช่วงชีวิต ซึ่งผลจากการตรวจดังกล่าวจะทำให้คุณสามารถวางแผนการรักษาเพื่อหาแนวทางป้องกันได้ในอนาคต

       "ยีน BRCA1 และ BRCA2 เป็นยีนที่มีอยู่ในร่างกายของมนุษย์ ทำหน้าที่รักษาสมดุลของดีเอ็นเอ (DNA repair) และป้องกันไม่ให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ที่ผิดปกติ หากยีนชนิดนี้มีความผิดปกติ จะเป็นตัวบ่งชี้ของโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ ชนิดที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและยังเป็นยีนที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับอ่อนและมะเร็งผิวหนังอีกด้วย ผู้หญิงที่มียีน BRCA1 หรือ BRCA2 ที่ผิดปกติ จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ โดยมักจะเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย และมักจะมีญาติสายเลือดเดียวกันที่เป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่หลายคน นอกจากมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่แล้ว คนที่มียีน BRCA 1 ที่ผิดปกติ ก็ยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งของเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก สำหรับผู้ชายที่มียีน BRCA1 ที่ผิดปกติ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน มะเร็งอัณฑะ และมะเร็งต่อมลูกหมากตั้งแต่อายุยังน้อย อย่างไรก็ตาม มะเร็งเต้านมในผู้ชาย มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งต่อมลูกหมาก มักจะสัมพันธ์กับยีน BRCA 2 ที่ผิดปกติมากกว่า" ดร.คอสตาส กล่าว

      ดร.คอสตาส ยังกล่าวอีกว่า ผู้หญิงทุกคนมีอัตราเสี่ยงที่อาจจะเกิดมะเร็งเต้านมและหรือมะเร็งรังไข่ จากการคาดการณ์ของความเสี่ยงในตลอดชีวิต พบว่า โอกาสที่จะเกิดมะเร็งเต้านมของผู้หญิงทั่วไป มีประมาณร้อยละ 12 (120 คนใน 1,000 คน) เมื่อเปรียบเทียบกับโอกาสที่จะเกิดมะเร็งเต้านมของผู้หญิงที่มีกรรมพันธุ์ของยีน BRCA1 หรือ BRCA2 ที่ผิดปกติ มีประมาณร้อยละ 60 (600 คนใน 1,000 คน) หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ผู้หญิงที่มีกรรมพันธุ์ของยีน BRCA1 หรือ BRCA2 ที่ผิดปกติ มีโอกาสจะพัฒนากลายเป็นมะเร็งเต้านมได้ ประมาณ 5 เท่า เมื่อเทียบกับผู้หญิงทั่วไป จากการประมาณความเสี่ยงตลอดชีวิตของการเกิดมะเร็งรังไข่ในผู้หญิงทั่วไปพบว่า ร้อยละ 1.4 (14 คนใน 1,000 คน) จะเป็นมะเร็งรังไข่ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่มียีน BRCA1 หรือ BRCA2 ที่ผิดปกติ จะมีสูงถึงร้อยละ 15-40 (150-400 คนใน 1,000 คน) หรือ มีโอกาสสูงมากกว่าถึง 10-40 เท่า

       สำหรับปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม ได้แก่ อายุ ประวัติการรักษาโรค โรคอ้วน ไขมันในอาหาร การออกกำลังกาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อิทธิพลด้านฮอร์โมน การได้รับฮอร์โมนเสริม การใช้ยาคุมกำเนิด ประวัติครอบครัว ซึ่งมักจะพบในครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่ในคนเดียวกัน

     อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย ถือได้ว่า บริษัท เป็นผู้นำในเรื่องการตรวจยีน BRCA1 และ BRCA2 เนื่องจากมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ห้องปฏิบัติการ และผู้เชี่ยวชาญในด้านการแปลผล ซึ่งในโรงพยาบาลของรัฐบาล และสถาบันการสอนแพทย์ในประเทศไทย สามารถทำได้และมีความรู้ แต่ยังไม่มีความพร้อมเท่ากับทางบริษัท และระยะเวลาการตรวจของบริษัทฯใช้ระยะเวลา 2 สัปดาห์ ขณะที่โรงพยาบาลของรัฐบาลใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี ส่วนค่าใช้จ่าย ทางบริษัทฯ ให้บริการแบบเป็นแพ็กเกจ อยู่ที่ระหว่าง 1 หมื่นบาท ถึง 1 แสนบาทต้นๆ แล้วแต่ประเภทของการตรวจ

       สำหรับเทคโนโลยีทางการแพทย์ในการรักษาโรคมะเร็งจากนี้ไป 5-10 ปี จะมีการรักษาโดยใช้ยากับคนไข้แต่ละคน แต่ละชนิดที่แตกต่าง เฉพาะเจาะจงไป ซึ่งจะทำให้ได้ผลในการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดผลกระทบจากการฉายแสง

       "การตรวจทางพันธุกรรม มีแต่เรื่องดี ตรวจครั้งเดียวตลอดชีวิต เพื่อให้เรารู้ว่าความเสี่ยงของเราจะเป็นโรคอะไรในอนาคต และเราสามารถปรับตัว ปรับพฤติกรรม เพื่อผ่อนหรือลดความเสี่ยงของโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับเราให้น้อยลง และยังทำให้เราระมัดระวังในการที่จะเป็นโรคนั้นๆ มากขึ้น หากจะมีในด้านลบ ก็จะเป็นเรื่องการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนถึงประโยชน์ และต้องมีกฎหมายในการเปิดเผยข้อมูลผู้ตรวจ เฉพาะกับแพทย์และผู้ตรวจเท่านั้น"

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด