FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

DSI

วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ปีที่ 23 ฉบับที่ 8290 ข่าวสดรายวัน


เปิดโปง 11 ก๊ก มาเฟียภูเก็ต สมศักย์-ธาริต ตร.ท่องเที่ยว เปิดศูนย์ปราบ


ปราบมาเฟีย - นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.การท่องเที่ยวฯ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ร่วมประชุมและเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามมาเฟียท่องเที่ยว ที่สนามบิน จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 9 ส.ค.

       เปิดแล้วศูนย์ปราบมาเฟียภูเก็ต'สมศักย์-ธาริต-ศิธา'ร่วมประชุมและเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการ 'ธาริต'เผยรายชื่อ11 กลุ่มที่เข้าข่ายแก๊งมาเฟียสั่งจับตาเข้ม ใช้กฎหมายฟอกเงินจัดการขั้นเด็ดขาด ประเดิมเรื่องแรกเตรียมสอบลูกชายนักการเมืองใหญ่ เซ็นค้ำประกันรถยนต์ถึง 200 คัน พร้อมจัดระบบแท็กซี่สนามบินใหม่ ยึดแบบสุวรรณภูมิเป็นหลัก 'ศิธา'ระบุแท็กซี่เก็บค่าหัวคิวแพงถึง 3 แสนต่อคัน จนโชเฟอร์ต้องลวงนักท่องเที่ยวไปซื้อสินค้าราคาแพงเพื่อกินเปอร์เซ็นต์

      เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) พร้อมด้วยนายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกก. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานกรรมการบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ร่วมประชุมและตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการร่วม เพื่อป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่เป็นภัยต่อการท่องเที่ยว หรือศปอท. บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต
     โดยมีนายไมตรี อินทุสุต ผวจ.ภูเก็ต พล.ต.ต. โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต นางธันย รัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา และวุฒิสภา จ.ภูเก็ต และคณะหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ พร้อมร่วมประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมที่ห้องประชุมท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ทั้งนี้ ศูนย์ ศปอท.เป็นการสนธิกำลังกันทั้ง 4 ส่วนราชการประกอบด้วย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปกครองจังหวัด ดีเอสไอ และตำรวจภูธร ร่วมมือกันปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่เป็นภัยต่อการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต

     นายธาริต กล่าวระหว่างการประชุมว่า หลังจากที่ดีเอสไอร่วมกับตำรวจบก.ภ.จว.ภูเก็ต ลงพื้นที่เก็บข้อมูล พบว่ามี 11 กลุ่มที่เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล ที่ต้องตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ เพราะมีเบาะแสว่าประกอบธุรกิจฝ่าฝืนกฎหมายและมีลักษณะเป็นผู้มีอิทธิพล

    "ขณะนี้ ศปอท.ได้เริ่มทำงานแล้ว ดังนั้นหากรับแจ้งจากผู้ที่ถูกกลุ่มเหล่านี้คุกคาม เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการทันที และต้องรายงานผลปฏิบัติการให้กับผู้บังคับบัญชา จากนั้นจะนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาบันทึกเป็นสถิติ กลุ่มไหนที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด ศปอท.จะใช้กฎหมายการฟอกเงิน รวมทั้งส่งเรื่องให้ทางป.ป.ช. และป.ป.ท. เข้าไปจัดการอย่างจริงจัง อย่างเช่นกรณีที่มีลูกนักการเมืองท้องถิ่น ไปเซ็นค้ำประกันรถยนต์กว่า 200 คัน ดังนั้นจึงต้องเข้าไปตรวจสอบ" นายธาริตกล่าว

     นายธาริต ยังกล่าวถึงการจัดระเบียบรถบริการรับส่งผู้โดยสาร บริเวณท่าอากาศยานภูเก็ตว่า จะนำเอาวิธีการจัดการหรือรูปแบบของสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ มาเป็นต้นแบบ แทนที่ระบบเดิม คือเปิดสัมปทาน ประกอบกับสัญญาสัมปทานที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ที่ทำข้อตกลงกับบริษัทรถแท็กซี่ทั้ง 2 แห่งนั้น ได้สิ้นสุดลงมาเป็นระยะหนึ่ง ดังนั้น ศปอท.จึงประสานไปยังบอร์ดบริหารท่าอากาศยาน ขอให้ยกเลิกระบบสัมปทาน แล้วเปลี่ยนมาใช้รูปแบบใหม่แทน

     "โดยจะเปิดให้ผู้ประกอบการรถแท็กซี่มาลงทะเบียนกับท่าอากาศยานฯ จากนั้นจะประชุมหารืออัตราค่าบริการต่างๆ ให้สอด คล้องกับความเป็นจริง เพื่อขจัดปัญหากลุ่ม ผู้มีอิทธิพลที่เข้ามาเรียกค่าหัวคิวกับผู้ขับขี่ จนเป็นการบีบบังคับให้แท็กซี่ต้องใช้วิธีออกนอกลู่นอกทาง บังคับนักท่องเที่ยวไปแวะซื้อของตามร้านค้าแล้วขอแบ่งเปอร์เซ็นต์ ถือเป็นสิ่งที่ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในภูเก็ต คาดว่าหลังจากวันที่ 31 ส.ค.นี้จะประกาศใช้อย่างเป็นทางการ และภายใน 30 วัน จากนี้ไปจะมีจับกุมและปราบปรามผู้มีอิทธิพลได้อย่างแน่นอน" นายธาริตกล่าว

     ด้านน.ต.ศิธา เผยว่า ทางทอท.พร้อมที่จะปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ที่ผ่านมาจากข้อมูลเชิงลึกผู้ประกอบการรถแท็กซี่ที่ได้สัมปทาน เรียกเก็บค่าหัวคิวเป็นเงินคันละ 300,000 บาทต่อคัน ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเปรียบเสมือนลูกโซ่ ผู้ขับรถแท็กซี่ถูกบีบบังคับจากเจ้าของบริษัท จึงต้องพยายามหาหนทางที่จะนำลูกค้าซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวเข้าไปหารายได้จากช่องทางอื่นๆ

    "ดังนั้น จึงพร้อมที่จะดำเนินการจัดระเบียบ ใหม่ให้คล้ายกับสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนอัตราค่าโดยสารนั้นจะมอบให้กับกฎหมายการท่าฯและขนส่งจังหวัดภูเก็ต ร่วมกำหนดอัตราค่าบริการขึ้นมาใหม่ พร้อมทั้งมีการแยกส่วนอย่างชัดเจน ระหว่างรถลีมูซีนและรถแท็กซี่" ประธานบอร์ดทอท.กล่าว

    ต่อมานายสมศักย์พร้อมคณะ ไปตรวจเยี่ยม ศปอท.แห่งที่ 2 บริเวณสภ.เมืองภูเก็ต พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มมีชาวบ้านโทร ศัพท์เข้ามาแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี ประกอบกับจากนี้ไปจะเริ่มดำเนินการอย่างจริงจัง ให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เนื่อง จากที่ผ่านมาปัญหาเหล่านี้ได้สร้างผลกระทบด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต และทำให้คนภูเก็ตดั่งเดิมได้รับความเดือดร้อนจากคนต่างถิ่นที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ หากมีการปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง เชื่อว่าจังหวัดภูเก็ตคงหนีไม่พ้นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ที่ชาวต่างชาติให้ความนิยม

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด