FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

DSI

วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 ปีที่ 23 ฉบับที่ 8275 ข่าวสดรายวัน


'รมต.-ดีเอสไอ'ยกทีมลุยมาเฟียภูเก็ต ลั่นขีดเส้น 15 วัน ไม่เลิก-จัดหนัก!


ลุยภูเก็ต - นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.การท่องเที่ยวฯ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ตรวจสอบข้อมูลแก๊งมาเฟียทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมตั้งศูนย์ปราบผู้มีอิทธิพล เตรียมดำเนินคดีเฉียบขาด

 

      รมต.ท่องเที่ยว ควงดีเอสไอ ลงภูเก็ต ตั้งเป้าล้างมาเฟียต่าง ชาติตั้งนอมินีดูดเงินท่องเที่ยว หายไปจากระบบ และกวาดล้างแท็กซี่ป้ายดำ สั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เผยมีบริษัทนอมินีกว่า 200 บริษัท และแท็กซี่ป้ายดำอีก 15 แห่ง ลั่นหากภายใน 15 วัน ไม่หยุดพฤติกรรมเล่นงานหนักแน่ ทั้งใช้กฎหมายอาญา อั้งยี่ ซ่องโจร พร้อมประสานปปง.ลุยยึดทรัพย์ต่อไป 
     เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมแถลงถึงการลงพื้นที่กวาดล้างมาเฟียภูเก็ต โดยนายสมศักย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนรับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการในพื้นที่ และเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และอินเดีย และลงพื้นที่รับฟังปัญหาจาก ผู้ประกอบการภูเก็ต 2 ครั้ง พบปัญหาเรื่องแท็กซี่ป้ายดํา และการว่าจ้างคนไทยเป็น นอมินี จึงหารืออธิบดีดีเอสไอให้เร่งแก้ไข และ จัดการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มอิทธิพลในจ.ภูเก็ต
    นายสมศักย์ กล่าวว่า นอกจากนี้กระทรวงจะเสนอพ.ร.บ.คุ้มครองนักท่องเที่ยว เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีกฎหมายของประเทศฝรั่งเศสเป็นต้นแบบ ซึ่งหวังว่า จะสามารถออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ได้ภายในปีนี้
      นายธาริต กล่าวว่า หลังรับการประสานจากกระทรวงการท่องเที่ยว ก็ส่งเจ้าหน้าที่ลงสํารวจพื้นที่จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบกรณี ดังกล่าว ก็พบกลุ่มรถแท็กซี่ป้ายดํามีพฤติกรรมยื้อยุด ฉุดลาก ข่มขู่ ทําร้าย หรือแสดงอาวุธให้นักท่องเที่ยวหวาดกลัวตั้งแต่บริเวณท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ตไปจนถึงตามชายหาดสําคัญและหน้าโรงแรมต่างๆ โดยแก๊งแท็กซี่ป้ายดําเหล่านี้มีอยู่กว่า 15 กลุ่ม ส่วนอีกกรณีคือ ชาวต่างชาติที่ว่าจ้างคนไทยเป็นนอมินีและทําธุรกิจผิดกฎหมายหลายประเภท ซึ่งมีอยู่กว่า 200 บริษัท จากนี้จะจัดตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่เป็นภัยต่อการท่องเที่ยวหรือศปอท.
      โดยเบื้องต้นจะเริ่มที่ จ.ภูเก็ต กับพัทยา จ.ชลบุรี โดยตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และจัดกำลังเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 ฝ่ายร่วมปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งในส่วนของภูเก็ตจะตั้งอยู่ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวภายในสนามบินภูเก็ตและอีกจุดจะอยู่ภายในตัวเมืองภูเก็ตซึ่งยังอยู่ระหว่างการหาพื้นที่ในการจัดตั้ง ทั้งนี้กฎหมายที่จะนํามาใช้ คือ เรื่องการกรรโชกทรัพย์ อั้งยี่ ซ่องโจร และการฟอกเงิน หากพบการกระทําผิดจริง ดีเอสไอจะประสานปปง.ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้กระทําผิดต่อไป
      "การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนต่อกลุ่มผู้มีอิทธิพลทั้งไทย และต่างชาติว่าหากภายใน 15 วันนี้ ยังไม่เลิกพฤติกรรมดังกล่าว จะดําเนินการขั้นเด็ดขาด ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นอาจจะเกรงใจไม่กล้าจับ ทําให้ทํางานลําบาก รวมทั้งมีนักการเมืองท้องถิ่นหนุนหลัง ดังนั้นดีเอสไอจะเป็นหน่วยงานที่เข้ามาช่วยดูแลปัญหานี้โดยบูรณาการร่วมกับทุกฝ่าย"นายธาริตกล่าว
      ต่อมาเวลา 14.30 น. ภายหลังการประชุมหารือร่วมกับภาคส่วนต่างต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง คณะทั้งหมดลงพื้นที่บริเวณสวนสาธารณะโลมา หาดป่าตอง อ.กะทู้ เพื่อตรวจสภาพ ข้อเท็จจริงรวมถึงสอบถามข้อมูลต่างๆ กับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว โดยมีนายวีระ เกิดสิริมงคล นายอำเภอกะทู้ พ.ต.อ.จิรภัทร โพธิ์ชนะพันธ์ ผกก.สภ.กะทู้ ตลอดจนตัว แทนจากเทศบาลเมืองป่าตอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูล โดยเฉพาะปัญหาการใช้พื้นที่บริเวณชายหาด ซึ่งพบว่าปัจจุบันมีการ นำเตียงและร่มผ้าใบมาจัดวางไว้เป็นจำนวนมาก จากที่เคยมีข้อตกลงไว้ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สะดวกในการขึ้นชายหาด รวมไปถึงปัญหาที่จอดรถสาธารณะเนื่องจากส่วนหนึ่งถูกรถเช่านำไปใช้เป็นที่จอดรถเพื่อทำธุรกิจบริการให้เช่าซึ่งมีเป็นจำนวนมาก

 

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด