FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

DSI

DSI เจอเพิ่ม 17 รายโกงแวตส่งออก

       ไทยโพสต์ : คลองเตย * ดีเอสไอนำทีมบุกการท่าเรือฯ เข้าตรวจสอบการโกงแวตส่งออก 4,000 ล้านบาท เผยเจอผู้กระทำผิดเพิ่มอีก 17 ราย รวมเป็น 49 ราย

       นายชำนาญ ฉันทวิทย์ ผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมทีมพนักงานสอบสวน ได้เดินทางเข้าพบ นายสัมพันธ์ จารุรัตนานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคการตรวจสอบสินค้า ที่ศูนย์เอกซเรย์ และเทคโนโลยีศุลกากร ภายในการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ถนนอาจณรงค์ แขวงและเขตคลองเตย เพื่อเข้าขอตรวจสอบการโกงขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากการส่งออกมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมศุลกากรมาร่วมชี้แจงด้วย

       นายชำนาญ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจำนวน 32 ราย ซึ่งมีการขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นเท็จ จากการส่งออกสินค้าประเภทโลหะออกนอกประเทศในปี 2555-2556

       จากการสืบสวนได้พบข้อ มูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีกลุ่มคนที่มีการกระทำความผิดเพิ่มขึ้นอีก 17 ราย รวมทั้งสิ้นตอนนี้ 49 ราย โดยมีพฤติการณ์เป็นทั้งผู้ขายสินค้าและออกใบกำกับภาษีขายให้กับนิติบุคคลในกลุ่มผู้ออกสินค้าประเภทโลหะอัดแท่งไปยังต่างประเทศ และสำแดงราคาสูงกว่าราคาตลาดทั่วไป ซึ่งเกินกว่าความเป็นจริง

       โดยดีเอสไอได้เร่งรัดการขอเอกสารจากกรมศุลกากร หน่วยงานราชการ และธนาคารทุกแห่ง รวมทั้งได้ออกหนังสือเรียกบุคคลผู้เกี่ยวข้องมาพบเพื่อให้การในชั้นสอบสวน หากไม่มาพบจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ซึ่งเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ดีเอสไอได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่การท่าเรือฯ เพื่อขอตรวจสอบกระบวนการการขนส่งภายในการท่าเรือ ว่ามีขั้นตอนอย่างไร เพื่อหาข้อผิดพลาดว่าเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใด

      ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ ธนะวัฒนานนท์ นักวิชาการศุลกากร ชำนาญการ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการย้อนไปตรวจสอบว่าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบผิดพลาดในส่วนใดบ้าง ซึ่งรายละเอียดยังไม่แน่นอน.

สาวโกงแวต ขรก.ร่วมก๊วน'เบญจารู้ทันสั่งทีมสอบจัดการเด็ดหัวโกงชาติ

       บ้านเมือง : "เบญจา" ลั่นรู้ทันขบวนการโกงภาษี มีข้าราชการสรรพากรมีส่วนรู้เห็น โกงแวตกว่า 4 พันล้านบาท ระบุระบบการตรวจสอบมีช่องโหว่ เร่งตรวจสอบเชิงลึกทุกด้าน หวังสาวให้ถึงตัวการใหญ่โกงชาติ ให้อภัยไม่ได้ ป้องกันการทุจริตซ้ำซาก

        นางเบญจา หลุยเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า การโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) มูลค่าเกือบ 4,000 ล้านบาท ของกรมสรรพากร ต้องมีเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรให้ความร่วมมืออย่างแน่นอน จึงกำชับให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงการคลังสืบข้อมูลในเชิงลึกทุกด้าน เพื่อสาวให้ถึงตัวการใหญ่ และป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซาก เพราะถือว่าเป็นการโกงชาติแบบให้อภัยไม่ได้

        "เมื่อปีที่แล้ว ขณะดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมศุลกากรก็ตรวจสอบพบการโกงภาษีมูลค่าเพิ่มในลักษณะดังกล่าว และได้แจ้งเตือนกรมสรรพากรไปแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่มีการดำเนินการใดๆ จึงทำให้ขบวนการโกงภาษีขยายวงกว้าง และสร้างความเสียหายให้แก่ทางการราชการอย่างมากมาย จึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องปราบปรามขบวนการโกงภาษีให้หมดสิ้น" นางเบญจา กล่าว

       นางเบญจา กล่าวด้วยว่า ในฐานะที่เคยเป็นผู้ตรวจสอบภาษีของกรมสรรพากรมาก่อนจึงทราบว่า วิธีการโกงภาษีมูลค่าเพิ่มของขบวนการนี้ เป็นวิธีการใหม่ รู้จุดอ่อนและจุดแข็งของกรมสรรพากรเป็นอย่างดี คนที่ไม่มีความรู้เรื่องภาษี ขั้นตอนและวิธีการในการตรวจสอบการคืนภาษีจะไม่สามารถทำแบบนี้ได้ จึงเชื่อว่าคนในกรมสรรพากรมีส่วนในการกระทำความผิดแน่นอน และต้องมีตำแหน่งสูงไม่น้อยกว่าผู้ตรวจสอบภาษีของกรมสรรพากร

       สำหรับวิธีการในการโกงภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น หลักพื้นฐานคือ เมื่อผู้ประกอบการส่งออกส่งสินค้าไปต่างประเทศ ในกรณีที่มีภาระภาษีเกิดขึ้น จากการที่ผู้ส่งออกได้สั่งซื้อสินค้าภายในประเทศ ที่ได้บวกรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เข้าไปในราคาสินค้า ผู้ส่งออกก็จะทำการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะถือว่าสินค้าที่ส่งออกไม่ได้บริโภคภายในประเทศ ผู้ส่งออกจึงไม่ควรมีภาระภาษีเกิดขึ้น และยังเป็นการสนับสนุนผู้ส่งออกไทยอีกด้วย

      สำหรับขั้นตอนการยื่นภาษีขอคืนภาษี มีหลักปฏิบัติทั้งเร็วและช้า ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของผู้ส่งออก หากเป็นบริษัทใหญ่ๆ ส่งออกเป็นประจำ (หน้าเดิม) มีมาตรฐานบัญชีที่ดี ก็จะคืนภาษีเร็ว เพราะกรมสรรพากรสามารถตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้ แต่หากเป็นพวกหน้าใหม่ มีประวัติหรือหลักฐานการส่งออกไม่ชัดเจน หัวทีมตรวจสอบก็จะต้องตรวจสอบเอก สารหลักฐานอย่างเข้มงวด ซึ่งมีมาตรฐานที่ใช้กันอยู่ทั่วไป 6 ขั้นตอน บางทีมอาจมีมากกว่านั้น เช่น ใบสั่งซื้อสินค้าภายในประเทศ ใบสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เอกสารทางการเงินของบริษัทกับคู่ค้าหรือธนาคารพาณิชย์และใบขนสินค้าของกรมศุลกากรเพื่อยืนยันว่า สินค้าได้ส่งออกไปจริง เป็นต้น

       นางเบญจา กล่าวอีกว่า บริษัท ก.เป็นผู้ส่งออก ก็ต้องมีใบสั่งซื้อสินค้าจากบริษัท ข. และอาจจะมีบริษัท ค.หรือ ง. เข้าร่วมในฐานะที่เป็นผู้ซื้อและผู้ขายที่มีส่วนร่วมในการผลิตและจำหน่ายสินค้าซึ่งสินค้า หนึ่งรายการอาจจะนำชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบมา จากหลายบริษัทหรือหลายโรงงานก็ได้ โยงกันเป็นห่วงโซ่ขึ้นไปเรื่อยๆ หากพบบริษัทใดบริษัทหนึ่งของห่วงโซ่ ไม่มีตัวตนถือว่าเป็นบริษัทผี ตั้งบริษัทขึ้นมาลอยๆ ไม่ได้จดทะเบียนบริษัท แต่ขบวนการนี้ ทุกบริษัทของห่วงโซ่มีตัวตนจริง มีกรรมการบริษัท มีสถานที่ตั้งของบริษัทอย่างชัดเจน มีใบสั่งซื้อสินค้า ใบเสร็จจริงและมีใบขนอีกด้วย แต่ไม่มีสินค้าส่งมอบตามการที่ระบุไว้ และเมื่อได้เงินจากการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้ว ก็จะปิดบริษัทหนีทันที

      "ขอยืนยันว่า ขั้นตอนการตรวจสอบการคืนภาษีไม่ครบถ้วน จึงทำให้เกิดช่องโหว่ หากเจ้าหน้าที่ไม่สมรู้ร่วมคิดด้วย จะได้รับคืนภาษีรวดเร็วได้อย่างไร เพียง 3-7 วัน ก็ได้เงินจากกรมสรรพากร 100 ล้านบาทแล้ว จึงเชื่อว่าระบบการตรวจสอบมีช่องโหว่ เพราะตามปกติต้องใช้เวลา 1-2 เดือน หรือมากกว่านั้น แต่หากเป็นบริษัทที่ดีเราก็จะเร่งคืนให้เร็วขึ้น" นางเบญจา กล่าว

       นางเบญจา กล่าวต่อว่า ในฐานะที่เคยเป็นอธิบดีกรมศุลกากรมาก่อน ทราบว่า ผู้ส่งออกหรือตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) จะเป็นผู้คีย์ (บันทึก) ข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศของศุลกากร เพื่อกรอบข้อมูลลงในใบขน เจ้าหน้าที่ก็จะทำการสุ่มตัวอย่าง เช่น เอ็กซเรย์ตู้คอนเทรนเนอร์ หรือเปิดตู้กรณีที่มีความสงสัย เจ้าหน้าไม่มีโอกาสรู้ล่วงหน้าเลยว่า ใบขนกับสินค้าที่ส่งออกตรงกันจริงหรือไม่ ขบวนการโกงก็ทราบขั้นตอนปฏิบัติของกรมศุลกากรอีก ก็กลายเป็นช่วงโหว่เหมือนกัน แต่ในครั้งนี้ ไม่ได้โกงภาษีชดเชยการส่งออก หรือ 19 ทวิ แต่โกงภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีความรุนแรงมากกว่า

       "กรมศุลกากรตรวจพบว่า ใบขนสินค้าส่งออกโดยระบุเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อเปิดตู้พบเป็นผักหรือพืชทางการเกษตร ซึ่งสินค้าเกษตรไม่มีภาระมูลค่าเพิ่ม แต่คอมพิวเตอร์มีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ก็แสดงให้เห็นว่าผู้ส่งออกไม่ได้ส่งสินค้าตรงตามที่ระบุไว้ในใบขน แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม ทางกรมศุลกากรก็รายงานให้กรมสรรพากรไปตรวจสอบบริษัทดังกล่าว เมื่อปีที่แล้ว แต่เรื่องก็ยังเงียบ ก่อนที่จะเป็นข่าวโกงภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างทุกวันนี้"

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด