FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

DSI

วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ปีที่ 23 ฉบับที่ 8229 ข่าวสดรายวัน

 

ตรวจแหลกรถหรูอธิบดี-เถระชันสมเด็จ ลุยอีก 7 จุด ยึด 126 คัน จ่อเปิดชื่อ'6 พันราย'

      ยึดเพิ่ม - นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ นำตรวจค้น 7 จุดในกทม.และตจว. ยึดรถหรูอีก 126 คันไว้ตรวจสอบ และเตรียมเปิดรายชื่อเจ้าของรถหลายพันคัน ต้องสงสัย ผิดกฎหมาย เมื่อ 9 มิ.ย.

       อธิบดี-บิ๊ก ตร.และพระชั้นสมเด็จติดต่อดีเอสไอ พร้อมส่งรถหรูมาให้ตรวจสอบความถูกต้อง ยันซื้อมาโดยบริสุทธิ์ใจ ด้าน"ธาริต"เผยเตรียมเปิดรายชื่อผู้ครอบครองรถหรูทั้งหมด และตรวจสอบอย่างละเอียดไม่สนใจว่าเป็นใครมาจากไหน ชุดสืบสวนดีเอสไอลุยตรวจอีก 7 จุดในกรุงและ 4 จว. มีทั้งโรงงานประกอบ เต็นท์ขายรถ และเจ้าของรถต้องสงสัย ยึดมาอีก 126 คัน พบส่วนใหญ่ตอนแรกแจ้งจดทะเบียนแบบติดแก๊ส แต่เมื่อได้ทะเบียนแล้วก็ทำเรื่องเปลี่ยนกลับมาใช้น้ำมันตามเดิม แฉบางโรงงานที่อ้างว่าเป็นสถานที่จดประกอบ เมื่อไปตรวจกลับเป็นอู่ซ่อมรถธรรมดา และเจ้าของก็เป็นคนละคน คาดถูกสวมรอยอ้างที่อยู่

       ความคืบหน้าคดีรถหรูจดประกอบต้องสงสัยเลี่ยงภาษี เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค เรียกประชุมพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เตรียมความพร้อมแบ่งกำลังเข้าตรวจค้นจุดต้องสงสัยรวม 7 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท ออโต้อาร์ต เซอร์วิส จํากัด อยู่ในพื้นที่วังหิน กทม. มีพ.ต.ท.วิจิตร์ ชาติกิจเจริญ เป็นหัวหน้าชุด

      เต็นท์รถเอกชัย บางบอน มี พ.ต.ท.เสฏฐ์สถิต สุวรรณกูด เป็นหัวหน้าชุดบริษัท เจดีพี ไฟเบอร์กลาสโปรดักส์ จำกัด จ.นครปฐม มี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ เป็นหัวหน้าชุดบ้านผู้ครอบครองรถ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มี พ.ต.ต.กล้าหาญ คล่องพยาบาล เป็นหัวหน้าชุดบ้านผู้ครอบครองรถ จ.นนทบุรี มีพ.ต.ต. กล้าหาญ คล่องพยาบาล เป็นหัวหน้าชุดผู้ครอบครองรถ สน.จักรวรรดิ กทม. มี ร.ต.อ.ชาญณรงค์ ทับสาร เป็นหัวหน้าชุด และโรงประกอบรถยนต์ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี มี ร.ต.อ.ธัชพงษ์ สายโสภา เป็นหัวหน้าชุด

       พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า กระบวนการการนำเข้ารถหรูเหล่านี้ ดีเอสไอมีข้อมูลบริษัทนำเข้ารถเหล่านี้แล้ว 15 บริษัท ส่วนความคืบหน้ารถหรูที่ไฟไหม้ที่สภ.กลางดง ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับทางกองพิสูจน์หลักฐานที่ส่งข้อมูลให้ดีเอสไอในวันพุธที่ 12 มิ.ย.นี้ ซึ่งรถดังกล่าวอยู่ระหว่างการนำไปจดทะเบียนจึงไม่มีความชัดเจนเรื่องเจ้าของรถ

     ต่อมา เวลา 15.00 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงผลการเข้าตรวจค้นแหล่งพักรถหรูจำนวน 7 แห่งว่า เข้าตรวจค้นโรงประกอบรถยนต์เป้าหมายที่อยู่ในข่ายมีพฤติกรรมน่าสงสัย เพราะจดทะเบียนครอบครองรถจำนวนมาก แบ่งเป็นโรงประกอบรถยนต์ 3 แห่ง เต็นท์รถยนต์ที่เป็นเครือข่าย 2 แห่ง และจุดต้องสงสัยอื่นรวมของกลางที่ยึดได้จำนวน 126 คัน

     จุดที่ 1 คือ บริษัท ออโต้ อาร์ต เซอร์วิส จำกัด เลขที่ 14 ซอยลาดพร้าว-วังหิน 85 ถ.ลาดพร้าว-วังหิน เขตลาดพร้าว กทม. พบสภาพเปลี่ยนเป็นอู่ซ่อมรถ มีร่องรอยการประกอบรถยนต์ แต่ไม่น่าจะมีศักยภาพในการประกอบรถหรูได้ ซึ่งผู้ครอบครองยืนยันว่าซื้อกิจการต่อจากบุคคลอื่น จุดที่ 2 คือ เต็นท์รถยนต์เอกชัย บางบอน เขตบางบอน กทม. พบในเต็นท์รถมีรถจดประกอบ จึงยึดรถ 3 คัน และอายัด 29 คัน รวม 32 คัน

      จุดที่ 3 โรงประกอบรถยนต์ บริษัท เจดีพี ไฟเบอร์กลาสโปรดักส์ จำกัด เลขที่ 50/2 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เป็นโรงงานประกอบรถยนต์มีลักษณะเป็นรถยนต์จดประกอบที่อำพรางโดยการติดแก๊ส จึงยึดรถ 1 คัน และอายัดจำนวน 13 คัน รวม 14 คัน จากนั้นขยายผลไปยังเต็นท์รถประกอบรถยนต์ชื่อเต็นท์ เบทเทอร์คาร์ ถ.กาญจนาภิเษก อายัดรถ 30 คัน และยึดรถ 4 คันมาตรวจสอบ เช่น โตโยต้า ซูปร้า และมินิคูเปอร์

      จุดที่ 4 คือ บ้านต้องสงสัยเลขที่ 68/31 ถ.พระองค์เจ้าสาย ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และบ้านเลขที่ 9 ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ยึดรถลัมโบร์กินี รุ่นกัลลาโด้ 2 คัน และปอร์เช่ 1 คันมาตรวจสอบ จุดที่ 5 คือโรงงานจดประกอบรถยนต์ที่มีสภาพเป็นเต็นท์รถยนต์เลขที่ 125 อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ยึดรถทั้งสิ้น 37 คัน เช่น เบนท์ลีย์ และเบนซ์ จุดที่ 6 คือคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท ซึ่งข้อมูลจากการสืบสวนทราบว่านำรถยนต์หรูราคาสูง อาทิ เฟอร์รารี่ ลัมโบร์กินี ฯลฯ มาจอดคลุมผ้าในลักษณะรวมกลุ่มเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

      ก่อนเข้าตรวจค้นมีเป้าหมายรถ 11 คัน แต่ขณะนำหมายเข้าตรวจค้นพบเพียง 5 คัน ส่วนที่เหลือคาดว่าผู้เกี่ยวข้องไหวตัวเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกไป และจุดที่ 7 เป็นการรับ มอบรถต้องสงสัยจากสน.จักรวรรดิ คือ รถ เฟอร์รารี่ สีแดง 1 คัน ซึ่งตำรวจยึดไว้นาน 4 วัน รอให้เจ้าของนำเอกสารมาแสดงแต่ไม่มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ โรงพักจึงได้ประสานส่งมอบของกลางให้ดีเอสไอนำไปขยายผล

       นายธาริต กล่าวต่อว่า ในวันที่ 10 มิ.ย.จะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมการขนส่งทางบก เพื่อหาข้อสรุปในการประกาศรายชื่อรถต้องสงสัยที่ต้องถูกตรวจสอบว่าเป็นรถจดประกอบอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยดีเอสไอจะนำข้อมูลรถต้องสงสัยมาวิเคราะห์ร่วมกับรายชื่อจากกรมการขนส่งทางบก และกรมสรรพสามิต ดีเอสไอจะประกาศรายชื่อแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่ 1 จำนวน 6,862 คัน ซึ่งเป็นกลุ่มรถที่จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่ยังอยู่ระหว่างรอการจดทะเบียนจำนวนกว่า 3,000 คัน และกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มรถหรูที่มีราคาเกิน 4 ล้านบาทจำนวนกว่า 100 คันที่ดีเอสไอจะเรียกมาตรวจสอบก่อนกลุ่มอื่น

     "สำหรับบุคคลที่ทีชื่อเสียง ข้าราชการ นักการเมือง และพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่ที่มีรายชื่อครอบครองรถยนต์จดประกอบ ติดต่อเข้ามาเพื่อขอแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ดีเอสไอตรวจสอบ เช่น สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ช่วง สุดประเสริฐ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งให้ผู้ดูแลรถยนต์ติดต่อเข้ามา นอกจากนี้ มีนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน และพล.ต.ต.เกษม รัตนสุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม" นาย ธาริตกล่าว

      อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลีกเลี่ยงภาษี แต่เป็นเพียงผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าเป็นมือสุดท้าย หรือได้รับการถวายจากญาติโยม ซึ่งการเรียกตรวจสอบของดีเอสไอจะเรียกตรวจทั้งคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ และตรวจสอบสภาพรถยนต์ โดยมีเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สมอ. และช่างผู้เชี่ยวชาญของผู้นำเข้ารถยนต์ยี่ห้อดัง มาร่วมกันตรวจสอบ หากพบว่าไม่เคยถอดเครื่องยนต์หรือชิ้นส่วนใดๆ จะเป็นหลักฐานยืนยันว่าเป็นรถยนต์ที่นำเข้ามาทั้งคัน แต่หลบเลี่ยงภาษีโดยสำแดงเป็นรถจดประกอบ ในกลุ่มนี้จะถูกดำเนินคดีและยึดรถให้ตกเป็นของแผ่นดิน แต่หากตรวจสอบพบว่าเป็นรถจดประกอบจริง เสียภาษีและนำเข้าถูกต้อง จะได้รับการรับรองว่าเป็นรถยนต์ที่ถูกกฎหมาย

      ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับการตรวจค้นครั้งนี้ดีเอสไอพบข้อพิรุธชัดเจนถึงการจดทะเบียนติดแก๊ส เพราะรถที่พบส่วนใหญ่ไม่ได้ติดแก๊สไว้แล้ว แต่ใช้วิธีติดตั้งแก๊สเฉพาะตอนไปขอจดทะเบียน เมื่อจดทะเบียนแล้วเสร็จก็ถอดชุดแก๊สออกแล้วนำไปที่ขนส่งทำเรื่องขอเปลี่ยนกลับมาใช้น้ำมันตามเดิม ซึ่งขั้นตอนนี้เพียงให้ขนส่งตรวจสภาพพอเป็นพิธีเท่านั้น ซึ่งเมื่อสอบถามผู้ครอบครองก็อ้างว่าทำได้ตามกฎหมาย ไม่ถือว่าทำอะไรผิด

      ด้านพ.ต.ท.วิจิตร์ ชาติกิจเจริญ รอง ผบ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคกล่าวว่า จากการนํากำลังเข้าตรวจค้นภายในบริษัท ออโต้อาร์ต เซอร์วิส จำกัด ซอยลาดพร้าววังหิน 85 ซึ่งเป็นจุดที่นายพันธุ์วศิน วิไลแก้ว ใช้อ้างอิงเป็นสถานที่ในการจดทะเบียนรถจดประกอบ ช่วงปี 2554-2555 จำนวน 76 คัน แต่เมื่อไปที่อู่และสอบถามพนักงานพบว่าเจ้าของชื่อนายพรเทพ สุขะหุต ซึ่งเปิดกิจการเป็นอู่ซ่อมรถตั้งแต่ปี"54 และก็ไม่เคยรู้จักนายพันธุ์วศินมาก่อน รวมถึงอู่ดังกล่าวก็รับซ่อมแต่รถยนต์ทั่วไป คาดว่าอาจถูกใช้เป็นสถานที่เพื่อสวม รอยเป็นสถานที่จดประกอบเท่านั้น

       ที่จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชุดของพ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วิเศษเขตการณ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ เข้าตรวจค้นบริษัท เอสเคทีมอเตอร์ จำกัด มีนายวัชรไกรศร เกตจรัส อายุ 38 ปี เป็นกรรมการ ผู้จัดการพาเข้าตรวจสอบอาคารเก็บรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนเก่าเป็นรถยนต์สำเร็จพร้อมใช้ 2 อาคาร เก็บรถยนต์หลายยี่ห้อ จึงดูหลักฐานก่อนตรวจยึดไว้จำนวน 37 คัน และอายัดไปตรวจสอบ 4 คัน แต่นายวัชรไกรศรไม่ยินยอม อ้างว่ารถทั้งหมดเป็นของกลางคดีที่บริษัทฟ้องศาลปกครอง ให้ดำเนินการกับสรรพสามิต ปราจีนบุรี ที่ไม่ยอมรับชำระภาษีรถจำนวน 106 คัน

      นายวัชรไกรศร ชี้แจงว่ารถยนต์ทั้งหมดนี้บริษัทซื้อชิ้นส่วนจากผู้นำเข้า แต่หยุดประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ตั้งแต่ปลายปี 2555 เนื่องจากการยื่นขอจดทะเบียนรถยนต์กับสรรพสามิตส่วนหนึ่งไม่ผ่านจึงได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครองตั้งแต่เดือนพ.ย. 2555 ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านั้นยื่นขอชำระภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนเก่าใช้แล้วต่อสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี รวมทั้งสิ้นจำนวน 183 คัน แต่ผ่านการชำระภาษีจำนวน 77 คัน ที่เหลือ 106 คันสรรพสามิตไม่รับชำระภาษีสรรพสามิตทำให้บริษัทเสียหาย จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครองดังกล่าว

     ทางดีเอสไอเจรจากับนายวัชรไกรศร ก่อนสรุปว่าจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจดูรถที่อายัดไว้ 4 คันที่บริษัท โดยไม่นำรถออกจากโรงงาน ซึ่งนายวัชรไกรศรจึงยอมตกลง

      วันเดียวกัน น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่อง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในสายตาของสาธารณชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทั่วไปใน 17 จังหวัดทั่วประเทศจำนวน 2,156 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 3-8 มิถุนายน 2556 เมื่อถามถึงการรับรู้ของสาธารณชนต่อผลงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.1 ระบุเห็นผลงาน ส่วนความเชื่อมั่นต่อการทำงานของดีเอสไอ พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.3 ค่อนข้างเชื่อมั่นถึงเชื่อมั่นมากที่สุด

      เมื่อถามถึงคดีพิเศษของดีเอสไอที่ได้รับความสนใจมากที่สุด อันดับแรก หรือร้อยละ 43.7 ระบุคดีรถหรู รองลงมาคือ ร้อยละ 21.4 ระบุคดีทุจริตโรงพัก ร้อยละ 15.3 ระบุคดีกากสารพิษ มลพิษโรงงาน และร้อยละ 8.9 ระบุคดีอื่นๆ นอกจากนี้ ร้อยละ 83.8 ยังชื่นชมและยกย่องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ในฐานะ สุดยอดซีอีโอของหน่วยงานรัฐ ร้อยละ 16.2 ไม่รู้สึกชื่นชม

'ธาริต'เล็งเรียกสอบเจ้าของรถหรูบัญชีดำกว่า 6,800 ราย

     กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยเผยรายชื่อผู้ครอบครองรถหรูที่ได้ขึ้นบัญชีเป็นรถต้องสงสัย จำนวน 6,862 คัน และเตรียมเชิญเจ้าของรถมาให้ข้อมูลในเร็วๆ นี้

      นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยรายชื่อของผู้ที่ครอบครองรถหรู ที่ดีเอสไอ ขึ้นบัญชีเป็นรถต้องสงสัย จำนวน 6,862 คัน ซึ่งมีทั้งมีทั้งในกลุ่มของนักการเมือง อดีตนักการเมืองและเครือญาติ ข้าราชการ อดีตข้าราชการและเครือญาติ นักแสดง รวมทั้งบุคคลที่มีชื่อเสียง

      ในกลุ่มของนักแสดง มีชื่อของ นายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หรือ บอย ปกรณ์ เจ้าของนิสสัน 1 คัน นายชรัส เฟื่องอารมณ์ เจ้าของเบนซ์ 1 คัน และนาย ศรันยู ประชากริช เจ้าของนิสสัน 1 คัน โดยนายปกรณ์ ยอมรับว่า ได้ครอบครองรถหรูจริง แต่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง และพร้อมให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน หากได้รับการประสานมา

      กลุ่มข้าราชการ มีรายชื่อของ พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว เจ้าของรถแลน โรเวอร์ 1 คัน ร.ท.ชนเทพ ม้าประเสริฐ เจ้าของรถโตโยต้า 1 คัน พ.ต.ท.ณรงค์เดช มูลศาสตรสาทร เจ้าของรถโตโยต้า 1 คัน พล.ต.อ.ธวัชชัย ภัยลี้ เจ้าของรถโตโยต้า 1 คัน ,พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ เจ้าของรถโตโยต้า 1 คัน ,พลเอกเธียรชัย โกมารทัต เจ้าของรถนิสสัน 1 คัน ,พล.ต.ประกาศเกียรติ หิญชีระนันทน์ เจ้าของรถนิสสัน 1 คัน,พล.อ.ประสงค์ ไชยสิทธิ์ เจ้าของเบนซ์ 1 คัน ,พ.ต.ท.ประสงค์ พันธุ์สวัสดิ์ เจ้าของรถเบนซ์ 1 คัน ,พล.ต.สุรพงศ์ ปราการรัตน์ เจ้าของเบนซ์ 2 คัน

     กลุ่มเครือญาตินักการเมืองและบุคคลมีชื่อเสียง อาทิ นายกิจก้อง กิตติขจร เจ้าของรถนิสสัน 1 คัน ,นายฐานพัฒน์ วิชัยดิษฐ เจ้าของเบนซ์ นิสสัน โตโยต้า รวม 13 คัน ,นายณรงค์ เหล่าธรรมทัศน์ เจ้าของเบนซ์ 1 คันนายณัฏฐ์ ไกรฤกษ์ เจ้าของมาสด้า 1 คันนางเต็มใจ ดามาพงศ์ เจ้าของรถมินิคูเปอร์ 1 คัน,นายประเสริฐ สะสมทรัพย์ เจ้าของรถโตโยต้า 1 คัน ,นายโส ธนวิสุทธิ์ เจ้าของนิสสัน 1 คัน ,นายกฤต อมาตยกุล เจ้าของรถเบนซ์ 1 คันนายกฤช ยมาภัย เจ้าของรถโฟล์คซวาเก้น1 คันม.ล.เขมนัดดา เกษมสันต์ เจ้าของรถมินิ คูเปอร์ โฟล์คซวาเก้น รวม 5 คัน

      นอกจากนี้ นายเฉลิมชัย สมบัติทวีพูน เจ้าของรถเล็กซัส มินิคูเปอร์ นิสัสัน แลนโรเวอร์ รวม 7 คัน นางชนกสุดา อมาตยกุล เจ้าของรถนิสสัน 1 คันร.ต.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน เจ้าของรถนิสสัน 1 คัน ,น.ส.ณิศรา ศุภราทิตย์ เจ้าของรถนิสสัน 1 คัน ,นายทศพล อิศรางกูร ณ อยุธยา เจ้าของรถเบนซ์ 1 คัน ,นายธนิก วีระไวทยะ เจ้าของรถนิสสัน โฟลค์ซวาเก้น รวม 2 คัน ,ปภาวรินทร์ กุญชร ณ อยุธยา เจ้าของรถนิสสัน โฟลค์ซวาเก้น รวม 3 คัน,นายวิฑูรย์ ชลายนาวิน เจ้าของรถเบนซ์ นิสสัน โตโยต้า รวม 3 คัน,นายสัจจา อนันตกูล เจ้าของมิสซูบิชิ นิสสัน รวม 2 คัน ,นายสันต์ พัธโนทัย เจ้าของโตโยต้า 1 คัน ,สุธิดา ตันเจริญ เจ้าของรถนิสสัน 1 คัน,สุพร ดนัยตั้งตระกูล เจ้าของเบนซ์ 1 คัน,นายอนุชา เทวานฤมิตรกุล เจ้าของรถโตโยต้า 1คัน ,นางพัชรา บุรุษพัฒน์ เจ้าของนิสสัน 1 คัน,นายภูผา เอ่งฉ้วน เจ้าของนิสสัน 1 คัน

     ทั้งนี้ ยังพบว่าในจำนวนนี้บุคคลกลุ่มหนึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกันต่างมีชื่อถือครองรถหรูจำนวนมาก อาทิ นายทรงยศ ลาภพาทรัพย์ไพศาล เจ้าของรถโฟลค์ซวาเก้น รวม 3 คัน,นายทรงวิทย์ ลาภพาทรัพย์ไพศาล เจ้าของรถมาสด้า โฟลค์ซวาเก้น รวม 2 คันนายทรงวุฒิ ลาภพาทรัพย์ไพศาล เจ้าของรถมาสด้า โตโยต้า รวม 3 คัน,นายทรงเกียรติ ลาภพาทรัพย์ไพศาล เจ้าของออดี้ นิสสัน แลนโรเวอร์ โตโยต้า โฟลค์ซวาเก้น รวม 7 คัน

       ขณะที่ นางนันทนา ลักษมีเศรษฐ เจ้าของบีเอ็มดับบลิว นิสสัน แลนโรเวอร์ รวม 3 คัน ,น.ส.อรนัส ลักษมีเศรษฐ เจ้าของบีเอ็มดับบลิว ฮอนด้า มินิ คูเปอร์ โตโยต้า ซูบารุ โฟลค์ซวาเก้น โรสรอยด์ รวม 14 คัน ,น.ส.อรทัย ลักษมีเศรษฐ เจ้าของรถออดี้ มินิคูเปอร์ นิสสัน โตโยต้า โฟลค์ซวาเก้น รวม 8 คัน

      น.ส.อิงอร ลักษมีเศรษฐ์ เจ้าของออดี้ บีเอ็มดับบลิว นิสสัน มินิคูเปอร์ โตโยต้า รวม 7 คัน ,นายพรชัย ลักษมีเศรษฐ์ เจ้าของบีเอ็มดับบลิว มินิ คูเปอร์ มาสด้า ไดฮัทสุ แลนโรเวอร์ รวม 7 คัน ,นายพุทธิชัย ลักษมีเศรษฐ เจ้าของเบนซ์ มินิ คูเปอร์ นิสสัน รวม 3 คัน นายมงคล ลักษมีเศรษฐ เจ้าของบีเอ็มดับบลิว มาสด้า มินิ คูเปอร์ นิสสัน โตโยต้า โฟลค์สวาเก้น รวม 10 คัน และน.ส.มธิตา ลักษมีเศรษฐ เจ้าของบีเอ็มดับบลิว เบนซ์ นิสสัน มินิ คูเปอร์ มิสซูบิชิ รวม 10 คัน

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด