FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

DSI

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ปีที่ 36 ฉบับที่ 12756 มติชนรายวัน


'จูดี้'ไม่เกี่ยวคดี 396 สภ. 'ธาริต'ยัน ชี้ปธ.ทีโออาร์คนละยุค ถึงคิว'พัชรวาท'แจงวันนี้ เรียกบิ๊กอ็อบ-อดุลย์ด้วย พท.ขู่ยื่นยุบปชป.-ใส่ร้าย


รุดแจง - พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ลงสมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคเพื่อไทย หมายเลข 9 เดินทางเข้าพบนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อยื่นหนังสือแสดงความบริสุทธิ์ใจ กรณีถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำร่างทีโออาร์โครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ที่ดีเอสไอ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์

         'ธาริต'แถลงยัน'พงศพัศ'ไม่เกี่ยวทีโออาร์รวมสัญญาสร้างโรงพัก 396 แห่ง เผยคนทำคือ' พล.ต.ท.ธีรยุทธ' เห็นใจ'เพรียวพันธ์-อดุลย์'ต้องมารับมรดกบาป เตรียมเรียกมาให้การด้วย 'พัชรวาท'ให้ปากคำดีเอสไอวันนี้ โฆษก ตร.แจงขยายสัญญาให้'พีซีซี'เป็นไปตามระเบียบ-กม.

@ 'จูดี้'ยื่นหลักฐานให้'ดีเอสไอ'
        เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) เดินทางไปยื่นเอกสารชี้แจงกรณีโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุว่า เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดขอบเขตของงาน (ทีโออาร์) กับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ จากนั้นนายธาริต ใช้เวลาตรวจสอบเอกสารประมาณ 20 นาที ก่อนแถลงข่าว
        นายธาริต กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ พล.ต.อ.พงศพัศ มายื่นกับพนักงานสอบสวนพบว่าเป็นเอกสารที่ดีเอสไอรวบรวมมาแล้วซึ่งข้อมูลตรงกัน โดยเอกสารปรากฏข้อเท็จจริงว่าเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2552 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งให้ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ (ยศในขณะนั้น) เป็นประธานคณะกรรมการทีโออาร์ จากนั้นวันที่ 18 พฤษภาคม 2552 คณะกรรมการร่างทีโออาร์ ได้ประชุม และมีมติเห็นสมควรดำเนินการจัดจ้างโดยส่วนกลางและแยกการเสนอราคาเป็นรายภาค สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้รับอาคารที่ทำการใช้ในระยะเวลาใกล้เคียงกันทุกจังหวัด ในการประกวดราคาเพียงครั้งเดียว ทั้งนี้ จะให้แต่ละภาคช่วยประกาศเชิญชวน ผู้รับจ้างในทุกส่วนภูมิภาคเข้าร่วมเสนอราคา

@ 'ธาริต'ยัน'จูดี้'ไม่เกี่ยวข้อง
        ต่อมาวันที่ 29 พฤษภาคม 2552 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ในขณะนั้น มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เสนอแยกการเสนอราคาเป็นรายภาค โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯในขณะนั้น เห็นชอบตามเสนอ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2552 จากนั้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2552 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำร่างทีโออาร์ ลงประกาศในเว็บไชต์ของหน่วยงานและกรมบัญชีกลาง ปรากฏว่า ไม่มีผู้ใดวิจารณ์หรือให้ข้อเสนอแนะแต่อย่างใด แสดงว่าเป็นที่ยอมรับและพอใจทุกฝ่าย 
        "แต่จุดเปลี่ยนหรือจุดซีเรียสของเรื่องนี้ เริ่มเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. มีหนังสือกราบเรียนนายกฯ โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ลงนามเห็นชอบตามเสนอ โดยอนุมัติยกเลิกการดำเนินการแยกการเสนอราคาเป็นรายภาค และอนุมัติให้จัดจ้างก่อสร้างทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียว เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.เสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ที่ดีเอสไอกำลังดำเนินการ" นายธาริตกล่าว
         นายธาริต กล่าวว่า ดังนั้นจากเอกสารหลักฐานที่ พล.ต.อ.พงศพัศนำมาชี้แจงกับเอกสารที่ดีเอสไอสอบสวนไว้ ตรงกัน ทั้งหมดเป็นเอกสารราชการ จึงไม่พบว่า พล.ต.อ.พงศพัศ มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดทีโออาร์การก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งทุกอาคารร่วมกันครั้งเดียวที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ แต่ปรากฏชื่อของ พล.ต.ท. ธีรยุทธ กิตติวัฒน์ เป็นประธานกำหนดทีโออาร์ ฉบับหลังจากที่นายสุเทพ อนุมัติให้รวมการจัดจ้างสัญญาเดียว 

@ ชี้'บิ๊กอ๊อบ-อดุลย์'รับมรดกบาป
       นายธาริต กล่าวว่า ขณะนี้มีฝ่ายการเมืองบางฝ่ายใช้วิธีที่ทำให้สังคมเกิดความไขว้เขวว่า ผู้บริหารสัญญาหลังการอนุมัติรวบสัญญามีความผิด ตนคิดว่าข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะจุดเริ่มความผิดคือการดำเนินการรวบสัญญา ที่เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ฮั้วประมูล มาตรา 11,13 จุดนี้เป็นจุดที่สร้างปัญหามาอย่างต่อเนื่อง 
       "คนที่เข้ามาบริหารสัญญาหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นสมัย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ หรือ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ล้วนแต่รับกรรรม ภาษาชาวบ้านเรียกว่า รับมรดกบาป เป็นเรื่องที่สร้างปัญหามาตั้งแต่ต้น แล้วน่าจะเข้าข่ายหรืออยู่ในฐานะผู้เสียหายได้รับผลร้ายจากการเข้ามาบริหารสัญญาต่อ อย่างไรก็ตาม เพื่อความเป็นธรรมและให้เกิดความสบายใจกับทุกฝ่าย นอกเหนือจากการเรียกอดีต ผบ.ตร.ทั้งสามคน (พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี) มาให้การกับดีเอสไอแล้ว หลังจากนี้จะเชิญ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ และพล.ต.อ.อดุลย์ มาให้การกับดีเอสไอเช่นเดียวกัน" นายธาริตกล่าว
       นายธาริต กล่าวว่า ความจริงแล้วการให้ข้อมูลไม่จริงกับผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ถือว่าเป็นการใส่ร้ายหมิ่นเหม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เลือกตั้ง แต่พล.ต.อ.พงศพัศ ก็บอกว่าไม่ติดใจฟ้องร้อง ซึ่งเป็นสิทธิของ พล.ต.อ.พงศพัศ แต่ดีเอสไอเป็นหน่วยกลางที่ดำเนินเรื่องนี้ คงปล่อยให้สังคมเกิดความสับสนไม่ได้ 

@ 'จูดี้'ยันไม่ฟ้องคนกล่าวหา
        ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ที่ต้องรีบเข้าพบนายธาริตเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สื่อข่าวนำข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบและไม่ใช่ข้อเท็จจริงไปนำเสนอ ขณะนี้มีกฎหมายการเลือกตั้งบังคับใช้อยู่ เกรงว่าผู้สื่อข่าวที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์นำเรื่องดังกล่าวไปเสนอทำให้เกิดการเข้าใจผิดและจะกลายเป็นการให้ร้ายผู้สมัคร ซึ่งมีโทษรุนแรงจึงไม่อยากให้ใครถูกดำเนินคดี ดังนั้น จึงมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบถึงเอกสาร 2 ส่วนที่แยกกัน และมีข้อเท็จจริงปรากฏชัด 
       "ส่วนที่หนึ่งเป็นเรื่องการมีชื่อเป็นกรรมการในการร่างทีโออาร์ ซึ่งเป็นการแยกประมูลแบบรายภาค 1-9 ในสมัย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ตร. ผมดูแลกลั่นกรองเรื่องนี้ก็ดำเนินการแยกประมูลเป็นรายภาค แต่ก็ไม่มีโอกาสดำเนินการต่อ เพราะต่อมา พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. นำเสนอการประมูลจากรายภาคมาเป็นแบบรวม ซึ่งทีโออาร์อันหลังนี้ยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องมีท่านอื่นเป็นประธานทีโออาร์แทน" พล.ต.อ.พงศพัศกล่าว และว่า ไม่กังวลหรือท้อใจยืนยันว่าไม่เคยคิดฟ้องใคร เพราะอยากให้บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสมานฉันท์ โปร่งใส และยุติธรรม 

@ 'ธีรยุทธ'ปธ.ทีโออาร์รวมงา
          รายงานข่าวแจ้งว่า หนังสือที่ พล.ต.อ.พงศพัศมอบให้ดีเอสไอ สอดคล้องกับเอกสารที่ดีเอสไอได้รับจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนหน้านี้ เป็นหนังสือจากสำนักส่งกำลังบำรุง (สกบ.) ที่ 0008.322/253 เรื่องขออนุมัติ แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง และคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน และร่างเอกสาร การประกวดราคางานก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2552 โดยหนังสือดังกล่าวมี 6 หน้า ท้ายหนังสือมี พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิตติวัฒน์ รรท.ผบช.สกบ. เป็นผู้ลงนามเสนอ 
          ทั้งนี้ รายละเอียดในหนังสือมีข้อพิจารณา 4.3.1 ขอยกเลิกการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง และคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน ที่มี พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. (บร 11) เป็นประธาน และกรรมการ 4 นาย คือ พล.ต.ต.วิชัย ปิยะวงศ์วัฒนา ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุรศักดิ์ บุญกลาง รอง ผบ.ก.พธ. พ.ต.อ.ณัฐเดช พงศ์ วรินทร์ ผกก.ฝ่ายโยธาธิการ พธ. และ พ.ต.อ.หญิง ดารารัตน์ ผลยงค์ ผกก.กลุ่มงานวิชาชีพและเชี่ยวชาญ พธ. และข้อ 4.3.3 เสนอแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงานชุดใหม่มี พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิตติวัฒน์ รรท.ผบช.สกบ. เป็นประธาน และกรรมการ 4 นาย คือ พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ รรท.รอง ผบช.สกบ. พ.ต.อ.ณัฐเดช พงศ์วรินทร์ ผกก.ฝ่ายโยธาธิการ 2 ยธ. พ.ต.อ.ณัฎฐชัย บุญทวี ผกก.ฝ่ายโยธาธิการ 1 ยธ. และ พ.ต.ท.ณัฐ วุฒิเสถียร สว.กลุ่มงานวิชาชีพและเชี่ยวชาญ ยธ. ต่อมาวันที่ 11 ธันวาคม 2552 พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ลงนามอนุมัติตามเสนอ

@ 'ดีเอสไอ'ลุยเชียงใหม่-อีสาน
          นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดีเอสไอ ในฐานะพนักงานสอบสวนคดีการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง กล่าวว่า วันที่ 11 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. ดีเอสไอจะสอบปากคำ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ในฐานะพยานเป็นการสอบยืนยันเอกสารที่ดีเอสไอได้รับจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งในสมัย พล.ต.อ. พัชรวาทเป็นการเสนอแบบรายภาค 1-9 และ 1 กองบัญชาการ ประเด็นคำถามคงไม่มีอะไรมาก เพราะที่เป็นประเด็นปัญหาคงเป็นสมัย พล.ต.อ. ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทน ผบ.ตร. ที่เสนอยกเลิกสัญญาแบบรายภาค มาเป็นร่วมสัญญาเดียว 
         พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ดีเอสไอ ในฐานะพนักงานสอบสวนการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะทยอยสอบปากคำผู้รับเหมาช่วงใน จ.เชียงใหม่ และ ในภาคอีสาน ทั้งนี้พบปัญหาคือผู้รับเหมาใน จ.เชียงใหม่ ไม่กล้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน โดยอ้างว่าไม่ได้รับความเสียหาย แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีการรับงานจากบริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด และมีการทิ้งงาน

@ ตร.แจงขยายเวลา'พีซีซี'
         ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ออกเอกสารชี้แจงว่า ตามที่มีผู้ให้ข่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญา มีการขยายเวลาให้บริษัทพีซีซีฯถึง 3 ครั้ง ครั้งละ 60 วัน รวม 180 วัน เป็นเหตุให้ราชการเสียหายไม่ได้ค่าปรับถึง 1,026 ล้านบาทนั้น ไม่เป็นความจริง การบริหารโครงการให้เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญานั้น มีคณะกรรมการตรวจการจ้าง ตรวจสอบอยู่ตามกฎหมาย การขอขยายสัญญานั้นสามารถดำเนินการได้ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งนี้ตามระเบียบและกฎหมายระบุเหตุผลการขยายสัญญามีหลักการใหญ่ๆ คือ 1.เหตุที่เกิดจากข้อบกพร่องของผู้ว่าจ้าง เช่น ส่งมอบพื้นที่บางแห่งไม่ทันเวลา หรือ 2.เหตุสุดวิสัยคือเหตุอุทกภัย เมื่อปลายปี 2554 ต่อต้นปี 2555 หรือ 3.เหตุที่ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เช่น การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ แล้วผู้ผลิตไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทัน เป็นต้น
          ดังนั้น การขยายสัญญาการสร้างสถานีตำรวจ จึงเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมาย ผู้อนุมัติให้ขยายสัญญาคือ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง (ผบช.สกบ.) ซึ่งเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือ ผบ.ตร.แต่อย่างใด ข้อความที่กล่าวหามานั้น จึงเป็นเท็จไม่ตรงกับความเป็นจริง 

@ ย้ำ'จูดี้'ไม่เกี่ยวรวมสัญญา
        เอกสารของ พล.ต.ต.ปิยะยังระบุว่า ส่วน กรณีที่มีผู้ให้ข่าวว่า พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ขณะดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานคณะกรรมการจัดทำทีโออาร์ ในการจัดสร้างสถานีตำรวจรวมสัญญาเดียวแบบบริษัทเดียว ทั้ง 396 แห่ง รวมทั้งลงนามให้จ่ายเงินล่วงหน้าร้อยละ 15 ให้บริษัทที่ชนะการประมูลไปก่อนนั้น ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะ พล.ต.อ.พงศพัศมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเป็นประธานหรือจัดทำทีโออาร์รวมสัญญาแบบบริษัทเดียวดังกล่าว
        ข้อเท็จจริงการจัดทำทีโออาร์และมีเงื่อนไขจ่ายเงินล่วงหน้าร้อยละ 15 ให้กับบริษัทที่ชนะการประมูลนั้นมี พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิตติวัฒน์ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง (ผบช.สกบ.) ขณะนั้น เป็นผู้ลงนาม พล.ต.อ.พงศพัศจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง 

@ 'พท.'ขู่ร้องกกต.ยุบ'ปชป.'
         นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า ที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้ข้อมูลว่า พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรค พท. เป็นประธานทีโออาร์การสร้างโรงพัก 396 แห่งนั้น น่าจะบิดเบือนข้อมูล โดย พล.ต.อ.พงศพัศกำหนดทีโออาร์ในยุค พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ตร. ซึ่ง พล.ต.อ.พงศพัศกำหนดให้มีการแยกประมูลเป็นรายภาค 
         นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า เป็นการกำหนดทีโออาร์ก่อนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ขณะนั้นจะเซ็นยกเลิก แล้วมากำหนดทีโออาร์โดยรวมสัญญาในยุค พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. โดย พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิตติวัฒน์ เป็นประธานร่างทีโออาร์ ซึ่ง พล.ต.อ.ปทีปไม่ใช่มือปราบ แต่เป็นตำรวจฝ่ายงบประมาณ ดังนั้น จึงเข้าใจได้ว่าทำไมถึงตั้ง พล.ต.อ.ปทีป รักษาราชการแทน ผบ.ตร.จนเกษียณอายุราชการ 
         "นายชวนนท์แกล้งรู้หรือไม่รู้ แต่โยนบาปให้ พล.ต.อ.พงศพัศ ถือว่าเข้าข่ายมาตรา 57(5) ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เรื่องนี้นายชวนนท์น่าจะดำเนินการลักษณะมุ่งโจมตี พล.ต.อ.พงศพัศ ใส่ร้าย ป้ายสี อาจยื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกทั้งนายชวนนท์เป็นกรรมการบริหารพรรค อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้" นายพร้อมพงศ์กล่าว และว่า ขณะนี้ได้หลักฐานและมีพยานปากเอกที่เป็นผู้รับเหมาช่วงจะให้การกับ ดีเอสไอว่า บริษัทพีซีซีฯมีการดำเนินการอย่างไร โดยพยานปากเอกบอกว่าเรื่องนี้น่าจะโยงผู้มีอำนาจในอดีต ตนจะนำเอกสารหลักฐานส่งให้ดีเอสไอในสัปดาห์นี้ 

@ 'มาร์ค'แจงไม่แทรกประมูล
         ที่อาคารชายชล สวนหลวง ร.9 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ว่า ดีเอสไอพยายามลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง ทั้งที่ทุกคนทราบดีว่าการร้องเรียนช่วงที่ประมูลงานเป็นเรื่องปกติ แต่ตนไม่มีหน้าที่แทรกแซงการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ทำได้ก็คือส่งเรื่องร้องเรียนให้ผู้ที่รับผิดชอบไปพิจารณาและติดตาม และจำไม่ได้ว่ามีการร้องเรียนเรื่องนี้หรือไม่ แต่การที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ อ้างว่ามีการร้องคัดค้านเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ก่อนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯขณะนั้น จะอนุมัติวันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 นั้น ต้องถามนายธาริตว่า หนังสือจะมาถึงได้อย่างไรเพราะเวลาห่างกันเพียงแค่ 2 วัน 
          นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นายธาริตไม่ควรพูดลอยๆ เพราะเป็นพนักงานสอบสวน เรื่องไหนที่ยังไม่ได้ข้อยุติก็ไม่ควรให้สัมภาษณ์ ต้องดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เรื่องนี้ไม่เป็นห่วงว่าจะมีการปั้นเอกสารขึ้นมาใหม่เพื่อเอาผิด เพราะเชื่อว่าความจริงไม่มีวันตาย

 

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8110 ข่าวสดรายวัน

ธาริต ยันทีโออาร์ จดี้เคลียร์ เอาคืนปชป.ใส่ร้าย "เพื่อไทย"ลุยยื่นยุบพรรค ดีเอสไอจ่อสอบ"ธีรยุทธ" โฆษกตร.แจง-ยืดสัญญา

          คดีโรงพักร้างบานปลาย "พท." เล็งยื่นยุบปชป. ฐาน "ชวนนท์" โฆษกพรรคบิดเบือนข้อมูลใส่ร้าย "พงศพัศ" ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เอี่ยวคดีโรงพักเน่า เข้าข่ายมาตรา 57 กฎหมายเลือกตั้ง แฉพยานปากเอกระบุโยงผู้มีอำนาจในอดีต เตรียมมอบหลักฐานเพิ่ม "จูดี้" รุดดีเอสไอ ยื่นเอกสาร-แจงถูกโยงเอี่ยวคดีโรงพัก ยันเสนอแยกประมูลรายภาคในยุค "พัชรวาท" ด้าน "ธาริต" ยันไม่มีเอี่ยวทำทีโออาร์แบบรวม ชี้มีการเมืองบางฝ่ายนำใส่ร้าย เล็งเรียก "พล.ต.ท. ธีรยุทธ" เข้าสอบ "นายกฯปู" เชื่อพงศพัศชี้แจงได้ เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง ด้านโฆษกตร.เผยขยายสัญญาบ.พีซีซีฯทำตามกฎหมาย เหตุเกิดน้ำท่วมใหญ่

          เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการก่อสร้าง 396 โรงพักทั่วประเทศไม่แล้วเสร็จว่า การที่นาย ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้ข้อมูลเรื่องก่อสร้างโรงพักทดแทนและพาดพิงพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเพื่อไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. ว่าเกี่ยวข้อง กับเรื่องนี้ด้วยในฐานะเป็นประธานทีโออาร์ และลงนามจ่ายเงินล่วงหน้าร้อยละ 15 ให้กับบริษัทที่ชนะการประมูลก่อนอีกด้วยนั้น

           จากการตรวจสอบพบว่า นายชวนนท์พูดไม่ถูกต้อง และบิดเบือนข้อมูล เพราะพล.ต.อ. พงศพัศรับผิดชอบการกำหนดทีโออาร์ในยุคที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นผบ.ตร. และเป็นการดำเนินการแบบกระจายอำนาจ แยกการเสนอราคาเป็นรายภาค ก่อนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี จะเซ็นยกเลิกในภายหลัง

          นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ที่กำหนดทีโออาร์ฉบับมีปัญหาและนำมาสู่การรวบอำนาจมาที่ศูนย์กลาง อยู่ในยุคพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็นรรท.ผบ.ตร. และมีประธานทีโออาร์คือ พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิติวัฒน์ ผบช.สกบ. พร้อมด้วยพล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ รอง ผบช.สกบ. และพ.ต.ต.ณัฐเดช พงศ์วรินทร์ ผกก.ฝ่ายโยธาธิการ 2 ยธ. ไม่ใช่พล.ต.อ. พงศพัศ เรื่องนี้นายชวนนท์รู้หรือแกล้งไม่รู้แล้วโยนบาปมาที่พล.ต.อ.พงศพัศ ซึ่งนาย ชวนนท์น่าจะดำเนินการเรื่องนี้โดยมีนัยยะทางการเมือง มุ่งโจมตีผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคเพื่อไทย ดังนั้น ทีมกฎหมายของพรรคจะหารือว่าเข้าข่ายมาตรา 57 ของกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่ ก่อนเตรียมไปยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบ ซึ่งอาจเข้าข่ายถึงขั้นยุบพรรคเพราะนายชวนนท์เป็นโฆษกพรรคและถือเป็นกรรมการบริหารพรรค

          นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนลงพื้นที่อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พบโรงพักใช้ตู้คอนเทนเนอร์เป็นห้องควบคุมผู้ต้องหา เนื่องจากโรงพักสร้างไม่เสร็จ ทั้งที่ภาคใต้เป็นฐานเสียงใหญ่ของพรรคฝ่ายค้าน รวมไปถึงใน จ.พิษณุโลก ก็เช่นกัน สิ่งเหล่านี้ประชาชนมองว่าเป็นการประจานผลงานของรัฐบาลในอดีต สร้างความอัปยศให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ดังนั้น เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ การที่นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่าฝ่ายบริหารในอดีตไม่ทราบ และโยนบาปมาที่รัฐบาลปัจจุบันนั้น สะท้อนให้เห็นธาตุแท้ของผู้นำในอดีต

          "วันนี้ได้หลักฐานจากผู้รับเหมาช่วงว่าบริษัทพีซีซีฯ ไม่เคยรับเหมาโครงการระดับพันล้าน มีแต่หลักร้อยล้านเท่านั้น และมีพยานปากเอกระบุด้วยว่าเรื่องนี้น่าจะโยงกับผู้มีอำนาจในอดีต ผมจะส่งข้อมูลให้ดีเอสไอไปดำเนินการต่อ ว่าทำไมถึงมีการรวมเป็นสัญญาเดียว และมีเหตุผลอย่างไรถึงตั้งพล.ต.อ.ปทีป ซึ่งเป็นมืองบประมาณไม่ใช่มือปราบ เป็นรักษาการ ผบ.ตร.จนเกษียณ โดยจะส่งหลักฐานภายในสัปดาห์หน้า เพื่อตรวจสอบว่าใครเป็นไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลัง และมีเงื่อนงำอย่างไร" โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว

          ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.ต.อ.พงศพัศเข้าพบ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อนำเอกสารเข้าชี้แจงกรณีที่ถูกพาดพิงว่าเกี่ยวข้องในโครงการก่อสร้าง 396 โรงพักไม่แล้วเสร็จ โดยใช้เวลาหารือและตรวจสอบเอกสารประมาณ 10 นาที จากนั้นได้ร่วมกันแถลงข่าว

          พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ตนมอบเอกสารให้กับนายธาริตใน 2 ประเด็น เป็นเรื่องที่มี ชื่อเป็นกรรมการในการประกาศร่างเงื่อนไขประกวดราคา หรือทีโออาร์ โดยแยกการประมูลแบบรายภาค 1-9 ในสมัยพล.ต.อ.พัชรวาท เป็นผบ.ตร. ซึ่งมอบหมายให้ตนดูแลกลั่นกรองในเรื่องนี้ ก็ได้ดำเนินการแยกประมูลเป็นรายภาค แต่ไม่มีโอกาสดำเนินการ เพราะต่อมาพล.ต.อ.ปทีป ในฐานะ รรท.ผบ.ตร. ได้นำเสนอการประมูลจากรายภาคมาปรับเป็นแบบรวม ซึ่งทีโออาร์ในส่วนนี้ยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากพล.ต.ท.ธีรยุทธเป็นประธานทีโออาร์ เพราะฉะนั้นในส่วนแรกคงไม่มีปัญหา ซึ่งหลังจากนี้เป็นเรื่องของนายธาริต ที่จะแสวงหาข้อเท็จจริง แต่ตนยืนยันว่าจะไม่ฟ้องร้องผู้ที่กล่าวหา เนื่องจากอยากสร้างมาตรฐานใหม่ในการเลือกตั้ง ไม่ใส่ร้ายและอยากให้หาเสียงโปร่งใส

         ด้านนายธาริต กล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานและเอกสารที่ พล.ต.อ.พงศพัศนำมาชี้แจง ปรากฏข้อเท็จจริงตรงกับที่ดีเอสไอ สอบสวนไว้คือ 1.เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2552 ตร.ได้แต่งตั้งพล.ต.อ.พงศพัศเป็นประธานทีโออาร์ ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. 2.เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2552 คณะกรรมการทีโออาร์มีมติดำเนินการจัดจ้างโรงพักทั่วประเทศโดยส่วนกลางและแยกการเสนอราคาเป็นรายภาค พร้อมกับให้ประกวดราคาเพียงครั้งเดียว 3.เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2552 พล.ต.อ.พัชรวาททำหนังสือไปยังนายกฯ แยกการเสนอราคาเป็นรายภาค โดยมีนายสุเทพเห็นชอบตามเสนอในวันที่ 9 มิ.ย.2552 4.เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2552 ได้นำร่างทีโออาร์ลงประกาศในเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง

          นายธาริตกล่าวต่อว่า 5.จากนั้นวันที่ 18 พ.ย.2552 พล.ต.อ.ปทีปในฐานะรรท.ผบ.ตร. ทำหนังสือถึงนายกฯ โดยมีนายสุเทพเห็นชอบตามเสนอแทนให้อนุมัติยกเลิกแยกการเสนอราคาเป็นรายภาค มาเป็นจัดจ้างก่อสร้างทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียวในวันที่ 20 พ.ย.2552 ซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาและก่อให้เกิดความผิดสำเร็จ จึงยืนยันได้ว่า พล.ต.อ.พงศพัศไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำทีโออาร์โครงการดังกล่าว แต่จะสอบสวนพล.ต.ท.ธีรยุทธ ในฐานะประธานทีโออาร์แบบรวมภาค

         "ถือว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นมรดกบาป สร้างปัญหาให้คนมาทำงานทีหลังและถูกใส่ร้าย โดยมีความพยายามของการเมืองบางฝ่ายเอาเรื่องไม่จริงมาใส่ร้ายกัน ในฐานะหน่วยงานกลางดูแลกฎหมาย จึงต้องสอบสวนเรื่องนี้ไม่ให้สังคมวุ่นวาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบ สวนและคาดว่าจะเชิญพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผบ.ตร. และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย" นายธาริตกล่าว

          ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ กล่าวว่า ยังเชื่อว่าพล.ต.อ.พงศพัศจะชี้แจงได้ เพราะทำหน้าที่ตลอดเวลาที่ได้มีการปฏิบัติหน้าที่และเป็นไปได้ด้วยดี การทำงานมีประสิทธิภาพ เมื่อถามว่าจะส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมที่กำลังดีขึ้นหรือไม่ กรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างโรงพัก นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ เรื่องทั้งหมดต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา

         ด้านพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตร. แถลงว่า สำหรับกรณีที่มีการระบุว่ารัฐบาลและ ตร.ต่อและขยายสัญญาการก่อสร้างโรงพักให้กับบริษัทพีซีซีฯ ถึง 3 ครั้งรวมระยะเวลา 180 วัน เป็นเหตุให้ไม่ได้ค่าปรับ 1,026 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากการบริหารโครงการให้เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญามีคณะกรรมการตรวจสอบอยู่ ซึ่งการขอขยายสัญญาสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุและประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ฯ โดยระบุเหตุผลการขยายสัญญาคือ 1.เหตุที่เกิดจากข้อบกพร่องของผู้ว่าจ้าง เช่น ส่งมอบพื้นที่บางแห่งไม่ทันเวลา 2.เหตุสุดวิสัยตามกฎหมาย เช่น เหตุภัยธรรมชาติ ในกรณีนี้คือเหตุอุทกภัย ช่วงปลายปี 2554-2555 3.เหตุที่ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เช่น การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ แล้วผู้ผลิตไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทัน ดังนั้น การขยายสัญญาก่อสร้างโรงพักเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมาย โดยผู้อนุมัติขยายสัญญาคือ ผบช.สกบ. ซึ่งเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือผบ.ตร.

          วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า ขณะนี้ดีเอสไอพยายามดึงตนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ทั้งที่ไม่มีหน้าที่แทรกแซงในการจัดซื้อจัดจ้าง แต่นายธาริตอ้างว่ามีการร้องคัดค้านการรวมสัญญาก่อสร้าง โดยใช้เวลาดำเนินเรื่องเพียง 2 วัน ซึ่งความจริงระยะเวลาเท่านี้หนังสือจะถูกส่งมาถึงตนได้อย่างไร ดังนั้น นายธาริตไม่ควรพูดลอยๆ และก็ไม่ห่วงว่าจะมีการปั้นเอกสารขึ้นมาใหม่หวังเอาผิดตน เพราะเชื่อว่าความจริงไม่มีวันตาย

         นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาทั้งหมดเป็นเรื่องของการบริหารสัญญา แต่แปลกใจว่าเมื่อขั้นตอนใดไปเกี่ยวพันกับคนที่มีความสัมพันธ์กับรัฐบาล ดีเอสไอไม่สนใจเรียกมา สอบสวน ทั้งที่การต่อสัญญาและส่งมอบพื้นที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ หากถือคติแบบที่นายธาริตบอกว่า นายกฯ ผู้บริหารสูงสุดต้องรับผิดชอบ ก็ต้องเชิญน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ มาด้วย นอกจากนี้ ยังมีตำรวจหลายนายเกี่ยวข้อง แต่กลับไม่เรียกไปชี้แจง ดีเอสไอจะตัดตอนเฉพาะแค่ช่วงการทำสัญญา โดยยกเว้นช่วงการบริหารสัญญา ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากดีเอสไอให้เข้าชี้แจง แต่หากเชิญมาก็พร้อมเข้าชี้แจงตามกฎหมายทุกอย่าง และหากดีเอสไอเห็นว่าเกี่ยวข้องจริงก็ต้องส่งเรื่องให้ป.ป.ช. แต่ถ้าดีเอสไอพยายามยัดข้อหาโดยผิดกฎหมายกับตนและนายสุเทพก็ต้องฟ้อง

         "การที่นายธาริตอ้างว่าผิดที่สัญญา โดยไม่พูดถึงการบริหารสัญญานั้นเป็นเหตุผลที่ใช้ไม่ได้ เพราะหากเห็นว่าสัญญาผิดพลาดก็ต้องยกเลิกหรือระงับสัญญา ไม่ใช่ไปอำนวยความสะดวกต่ออายุสัญญาให้ เพราะนายธาริตยืนยันว่ารู้ล่วงหน้าว่าบริษัทจะทิ้งงาน และควรเชิญนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เข้าชี้แจงด้วย" นายอภิสิทธิ์กล่าว 

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด