FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

DSI

วันที่ 04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ปีที่ 36 ฉบับที่ 12749 มติชนรายวัน


เพิ่มอีกข้อหา-ฉ้อโกง ดีเอสไอฟัน ปิดทางหนีล้มละลาย 
เร่งสำนวนฮั้ว'396 สภ.' ยื่นปปง.คุ้ยเส้นทางเงิน'พีซีซี'เข้าชี้แจงตร.วันนี้


ได้แค่นี้ - สภาพอาคารที่ทำการ สภ.ไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ หลังใหม่โผล่ขึ้นแต่เสา หลังเกิดปัญหาผู้รับเหมาหนีงาน เช่นเดียวกับโรงพักอีกหลายแห่งทั่วประเทศ สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนผู้มาใช้บริการอย่างมากในขณะนี้ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์

        ดีเอสไอจ่อเพิ่มข้อหาฉ้อโกง'คดี 396 โรงพัก' กระบวนการจัดซื้อส่อชัดสร้างไม่เสร็จแต่ต้น หวังเพียงเบิกล่วงหน้า-เงินงวดแรก พร้อมเร่งสำนวนความผิดฮั้วประมูล 30 วันส่ง 'ป.ป.ช.' จี้บริษัทรับเหมาช่วงโดนเบี้ยวร้องทุกข์

 

@ ชงสอบฉ้อโกง"396 โรงพัก"

         เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 แห่ง ที่บริษัทพีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นคู่สัญญา และทำการก่อสร้างล่าช้า แม้ขยายสัญญาถึง 3 ครั้ง แต่ไม่มีทีท่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จตามสัญญา ว่า วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริตดีเอสไอ จะเสนอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นคดีพิเศษ ในความผิดตาม พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐหรือ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล 

        นอกจากนี้ จะมีการเสนอเรื่องเพื่ออนุมัติการสืบสวนในประเด็นฉ้อโกงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพราะพนักงานสอบสวนพบประเด็นที่เข้าข่ายการกระทำผิดฐานฉ้อโกง เพราะบริษัท พีซีซีฯมีการจ้างช่วงหรือผู้รับเหมาอื่นมารับงานก่อการสร้าง และนำผลงานไปขอเบิกเงินงวดแรกจาก ตร. แต่บริษัทรับเหมาช่วงส่วนใหญ่กลับไม่ได้รับเงินค่าจ้างจากพีซีซี ดังนั้น บริษัทรับเหมาช่วงจึงเข้าข่ายผู้เสียหายด้วย ดีเอสไอจึงอยากให้บริษัทที่รับช่วงงานเหล่านั้นมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ดีเอสไอ หากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ผู้รับเหมาช่วงอาจจะได้ค่าเสียหายคืนบ้าง แต่ถ้าไม่มาก็อาจถูกดำเนินคดีในฐานผู้สนับสนุน 

 

@ ฟันอาญาแก้เกมล้มละลาย

          นายธาริตกล่าวต่อว่า หลังจากอนุมัติโครงการก่อสร้างโรงพักเป็นคดีพิเศษแล้ว พนักงานสอบสวนจะเรียกผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายการเมืองที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติขณะนั้น มาชี้แจงและสรุปสำนวนชี้มูลส่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งอนุกรรมการไต่สวนต่อไป 

          รายงานข่าวแจ้งว่า ดีเอสไอได้ตรวจสอบการกระทำของบริษัทพีซีซีฯ และเห็นว่ามีพฤติการณ์น่าจะเข้าข่ายฉ้อโกง เนื่องจากสัญญาที่บริษัท พีซีซีฯกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นสัญญาที่ไม่สามารถปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายได้จริง โดยเฉพาะการห้ามจ้างช่วง และอาจมุ่งหมายเงินล่วงหน้าร้อยละ 15 ของวงเงินก่อสร้าง หรือจำนวน 850 ล้านบาท และจากการลงพื้นที่สอบปากคำผู้รับเหมา ยังทราบว่ามีการจ้างให้ผู้รับเหมาเข้าไปทำงานเพียงแค่ให้เหตุว่ามีการเริ่มก่อสร้าง เพื่อนำผลงานไปขอเบิกค่างวดในแต่ละครั้ง จำนวนเงิน 700 ล้านบาท รวมแล้วเป็นเงินกว่า 1,500 ล้านบาท และสุดท้ายต้องนำไปสู่การบอกเลิกสัญญา และมีการฟ้องร้องทางแพ่ง ซึ่งบริษัท พีซีซีฯอาจกลายเป็นบริษัทล้มละลาย ไม่ต้องรับผิดทางอาญา พฤติการณ์ดังกล่าวจึงถือเป็นการฉ้อโกง ซึ่ง ตร.เป็นผู้เสียหายโดยตรง ต้องเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัทพีซีซีฯเพิ่มเติม เพื่อให้รับผิดชอบทางอาญาอีกทาง หาไม่แล้ว บริษัท อาจจะขอล้มละลายเพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบต่างๆ

 

@ เร่งสำนวนคดีฮั้วใน 30 วัน

          รายงานข่าวแจ้งว่า คดีดังกล่าวดีเอสไอจะแยกสรุปการสอบสวนในกรณีดังกล่าวออกเป็น2 สำนวน คือ สำนวนคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้ว มีข้าราชการฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง และก่อให้เกิดสัญญาที่ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย พนักงานสอบสวนต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และส่งเรื่องต่อ ป.ป.ช.ไต่สวนเอาผิดกับข้าราชการระดับสูงและฝ่ายการเมือง ขณะที่บริษัทพีซีซีฯจะดำเนินการในฐานะผู้สนับสนุนทำให้เกิดความเสียหาย ส่วนคดีฉ้อโกงเป็นความผิดที่ดีเอสไอเข้าไปดำเนินการได้เอง และไม่ต้องส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. โดยจะแจ้งข้อกล่าวหากับบริษัทเอกชนเป็นหลัก ส่วนข้าราชการและฝ่ายการเมืองจะเป็นเพียงผู้สนับสนุน 

 

@ ตร.ถกโละสัญญาพีซีซี 

          ด้าน พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามการดำเนินการโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) กล่าวว่า ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ คณะ กรรมการจะประชุมเพื่อสรุปผลการตรวจสอบ และนัดให้บริษัทพีซีซีฯเข้าชี้แจงรายละเอียด เพื่อรวบรวมข้อมูลปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยจะนำรายละเอียดโครงการที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จในแต่ละพื้นที่มาประกอบการพิจารณาด้วย 

         "การยกเลิกสัญญาจ้าง และดำเนินการต่อไปอย่างไรนั้น ต้องรอผลสรุปการประชุม เพื่อเสนอ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. รับทราบต่อไป" พล.ต.อ.วรพงษ์กล่าว

          รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.วรพงษ์ได้ทำหนังสือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาการสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจทดแทน แจ้งให้ทุกกองบังคับการที่รับผิดชอบรับทราบ โดยสั่งให้สำรวจโครงสร้างและงบประมาณที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ภายใน 30 วัน และให้ร่วมกับสำนักโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด เพื่อเตรียมพร้อมดำเนินโครงการต่อทันที โดยคาดว่าจะมีการยกเลิกสัญญาจ้างก่อนวันที่ 14 มีนาคมที่เป็นวันสิ้นสุดสัญญาอย่างแน่นอน จากนั้นจะกำหนดให้มีการจัดซื้อจัดจ้างแยกย่อยออกไปแต่ละพื้นที่ โดยมอบให้แต่ละกองบังคับการที่รับผิดชอบพื้นที่ 396 โรงพัก เป็นผู้ดูแลเร่งรัดการก่อสร้างโรงพักทั้งหมดให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว 

 

@ พท.แฉเงินไม่ถึงมือรับเหมาช่วง

          นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า จากการตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง และโครงการก่อสร้างแฟลตตำรวจ 163 หลัง มีบริษัทพีซีซีฯเป็นผู้รับจ้าง มีทุนจดทะเบียน 500 กว่าล้านบาท แต่ได้สัญญาว่าจ้างจาก ตร.ก่อสร้างโรงพัก วงเงิน 5,818 ล้านบาท และก่อสร้างแฟลตตำรวจวงเงิน 3 พันกว่าล้านบาท รวม 2 โครงการวงเงินเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่มีการทิ้งงานจำนวนมาก และจากการคุยกับผู้รับเหมาช่วงก็ทราบว่าไม่ได้เงินค่าก่อสร้างจากผู้รับเหมาหลัก ทั้งที่มีการเบิกเงินจาก ตร.ไปแล้วกว่า 1,500 ล้านบาท ถามว่าเกิดปัญหาใครจะรับผิดชอบ 

 

@ เล็งยื่นปปง.-สตง.สอบเส้นทางเงิน 

          "ผมจะรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมด เพื่อยื่นต่อ ปปง.ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าตั้งแต่รับเช็คจาก ตร.งวดแรก 800 ล้านบาท และงวดที่ 2 ไปไหน เพราะผู้รับเหมาช่วงบอกว่าไม่ได้รับเงินเลย และผมจะยื่นต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)อีกครั้งหนึ่งด้วย" นายพร้อมพงศ์กล่าว

 

@ จี้'มาร์ค-สุเทพ'แจง

          นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตนายกฯ ปกป้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี และอดีตรองนายกฯ ว่าไม่เกี่ยวกัน จึงขอเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ เพราะเป็นผู้มอบให้นายสุเทพกำกับดูแล ตร. ซึ่งเป็นผู้อนุมัติให้ประมูลโครงการแบบรวมศูนย์กับส่วนกลาง ในลักษณะให้มีผู้รับเหมารายเดียว ซึ่งเป็นไปไม่ได้จะก่อสร้างแล้วเสร็จตามสัญญา และหลังจากนี้โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษาจากโครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่มีการทุจริตก็จะถูกเปิดเผยตามมาด้วย

 

@ 'สุเทพ'เตรียมข้อมูลพร้อมแจง 

           นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ขณะนี้นายสุเทพพร้อมที่จะชี้แจงและการเตรียมข้อมูลไว้หมดแล้ว จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้อนุมัติงบประมาณ ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ยังยอมรับว่ามีความจำเป็นเพราะเป็นโครงการที่ดี ส่วนรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้าง มีลำดับอำนาจหน้าที่อยู่ ซึ่งนายสุเทพอนุมัติตามที่หน่วยงานเสนอทุกครั้ง และสิ่งที่หน่วยงานขอมาไม่ได้มีอะไรที่ผิดปกติต่อระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง และถ้าดูจากตัวเลขการประมูล ก็ไม่มีการฮั้วเพราะเสนอราคาต่ำกว่ากันมาก

         นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนปัญหาการทิ้งงานเป็นเรื่องการบริหารสัญญา ซึ่งอยู่ในอำนาจของ ผบ.ตร. ดังนั้น จึงไม่ใช่อำนาจของรองนายกฯ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่มีความผิด เพราะต้องไปดูว่าถ้าผู้ประมูลทำไม่ได้แล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร แต่ที่มีการโยงมาถึงตัวนายสุเทพ ก็เห็นชัดเจนว่าหลายเรื่องที่ดีเอสไอกำลังดำเนินการ พยายามที่จะโยงมาให้ถึง ปชป. ทั้งนั้น

 

@ 396 โรงพักเสียเปรียบโชว์ผลงาน

        รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แจ้งว่า ที่ผ่านมาในการประกวดโครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชน (โรงพักเพื่อประชาชน) ที่ต้องประเมินผลใน 5 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการบริการทั่วไป 2.ด้านอำนวยความยุติธรรมทางอาญา 3.ด้านรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 4.ด้านการควบคุมและจัดการจราจร และ 5.ด้านการบริหารและพัฒนาบุคลากร ที่จะมีผลต่อการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร (สว.) ถึงรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) นั้น พบว่าสถานีตำรวจที่ก่อสร้างทดแทน 396 แห่ง อาจเสียเปรียบโรงพักอื่นๆ กว่า 1,000 แห่ง โดยเฉพาะโรงพักที่มีการรื้อถอนและทุบทิ้งตัวอาคาร เพื่อส่งมอบให้กับบริษัทผู้รับเหมาเพื่อก่อสร้างใหม่แล้ว แต่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ทำให้สถานที่รองรับการบริการประชาชนไม่สะดวกพอ

 

@ โฆษกตร.แจงแบ่งกลุ่มประกวด

       พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (รอง ผบช.สกพ.) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงแนวคิดของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่จะให้มีการประกวดโรงพักดีเด่นเฉพาะกลุ่มโรงพักที่ประสบปัญหาในการก่อสร้าง 396 แห่ง ว่า มีจุดประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริหารจัดการสถานีตำรวจภายใต้ภาวะขาดแคลน โดยเบื้องต้น ผบ.ตร.ให้แนวคิดว่า ในบรรดาโรงพักทั้ง 396 แห่งที่การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ก็มีสภาพแตกต่างกัน บางแห่งมีการรื้อถอนโรงพักเดิม ต้องใช้ที่ทำการชั่วคราว บางแห่งยังไม่รื้อถอนยังใช้ที่เดิมได้ จึงให้ มีการจัดกลุ่มโรงพักทั้ง 396 แห่ง ออกเป็นกลุ่มๆ ตามสภาพ และออกกฎเกณฑ์ในการแข่งขันให้สอดคล้อง วัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มแรงจูงใจ และวัดศักยภาพการบริหารของหัวหน้าสถานี โดยไม่ต้องคำนึงถึงความพร้อมของสถานที่ แต่จะวัดกันที่การแก้ปัญหา ความเข้มแข็ง การริเริ่ม การเป็นผู้นำลูกน้องให้สามารถทำงานบริการประชาชนได้ในภาวะที่ไม่พร้อม 

 

@ สภ.พร้าวทำใจหย่อนบริการ

       พ.ต.อ.อักษร วงศ์ใหญ่ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.มีนโยบายประกวดโรงพักที่มีปัญหาก่อสร้างและผู้รับเหมาทิ้งงาน 396 แห่งทั่วประเทศ เป็นโรงพักดีเด่น พร้อมมอบรางวัลหัวหน้าโรงพักที่ทำได้ดีที่สุด ว่า พร้อมทำตามนโยบายผู้บังคับบัญชา แต่โรงพักกองเมืองถูกรื้อทิ้งอาคารบางส่วน ยังมีอาคารทำงานได้อยู่ อาจได้เปรียบโรงพักที่ถูกรื้อทิ้งทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องน่าเห็นใจ 

        "โรงพักได้ปรับปรุงห้องทำงานพนักงานสอบสวน และห้องกักขังผู้ต้องหาชั่วคราวแล้ว พร้อมรายงานค่าใช้จ่ายให้ผู้บังคับบัญชาทราบตลอด ซึ่งปรับปรุงเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ได้มุ่งหวังรางวัลใดๆ แต่เพื่อบริการและอำนวยความสะดวกประชาชนเท่านั้น" พ.ต.อ.อักษรกล่าว

         พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผกก.สภ.พร้าว จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า โรงพักถูกรื้อทิ้งทั้งหมด มีปัญหาด้านธุรการและจัดเก็บเอกสาร ทำให้เสียโอกาสพัฒนาและบริการประชาชน ซึ่ง สภ.พร้าวเคยได้รับรางวัลโรงพักเพื่อประชาชนดีเด่นอันดับ 1 ของสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 แต่การประกวดครั้งนี้อาจไม่ได้รับพิจารณา เพราะแยกส่วนการทำงานโรงพักไปหลายสถานที่ ไม่สามารถบริการประชาชนเต็มที่

 

@ ตร.พิจิตรเดือดร้อนแฟลตไม่เสร็จ

         พ.ต.อ.สมชาย เกิดช้าง ผกก.สภ.บางมูลนาก จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า สภ. บางมูลนากทำเรื่องของบประมาณสร้างแฟลตตำรวจเนื่องจากมีที่พักไม่เพียงพอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบ 200 คน ที่พักจึงไม่เพียงพอ โดย สภ.บางมูลนาก ซึ่งได้รับงบประมาณ 22 ล้านบาท มีการประมูลจัดซื้อจัดจ้างจากส่วนกลาง โดยมีบริษัทพีซีซีฯเป็นผู้รับเหมา เริ่มการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2554 แต่ไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากผู้รับเหมาทิ้งงานทำให้ตำรวจได้รับความเดือดร้อน ต้องไปเช่าบ้านพักอาศัยจึงอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการประมูลใหม่ หรือให้ผู้รับเหมาก่อสร้างให้แล้วเสร็จ

 

วันที่ 04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8103 ข่าวสดรายวัน

'พีซีซี'โผล่ ชี้แจงวันนี้ 396 โรงพัก'เด็จพี่'ยื่นปปง.สอบ มาร์คโต้ลั่น-ยันไม่ฮั้ว โยนให้เอาผิดคู่สัญญา

         สุดช้ำ - ภาพถ่ายโครงสร้างของอาคารโรงพักหลังใหม่ของสภ.ไพรบึง อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ เริ่มตอกเสาเข็มตั้งแต่ต้นปี 2555 แต่ทุกวันนี้ยังคงมีแต่เสาโด่เด่ สาเหตุเนื่องจากบริษัทผู้รับเหมาทิ้งงานดื้อๆ เช่นเดียวกับอาคารสถานีตำรวจอีกนับร้อยแห่งทั่วประเทศ เมื่อ 3 ก.พ.

          "เด็จพี่"จับพิรุธพีซีซี ทุนจดทะเบียนแค่ 500 ล้าน แต่ได้สัญญาว่าจ้างถึง 20 เท่า วงเงินเกือบ 6 พันล้านบาท เตรียมยื่นปปง.สอบเส้นทางเงินงวดแรก 800 ล้านบาท พร้อมยื่นสตง.ฟันด้วย เผยลงพื้นที่ถิ่นเทพเทือกสำรวจโรงพัก-แฟลตตำรวจ แฉผู้รับเหมาทิ้งงานทั้งในสภ.เมือง-นาสาร-ไชยาและท่าชนะ จี้มาร์ครับผิดชอบด้วย เพราะทำสัญญาในสมัยนั่งนายกฯ ด้าน"อภิสิทธิ์"ยังอ้างไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่มีฮั้ว แค่บริหารสัญญาผิดพลาด ต้องไปจัดการกับคู่สัญญาเอาเอง ตร. เรียกพีซีซีชี้แจงวันนี้

          เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.พ. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า กรณีปัญหาการก่อสร้างสถานีตำรวจทั่วประเทศ 396 แห่งทดแทนโรงพักหลังเก่า และการก่อสร้างแฟลตตำรวจ 163 หลังซึ่งมีความล่าช้า ผู้รับเหมาทิ้งงานนั้น ล่าสุดตนได้ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต จ.สุราษฎร์ธานี รวมถึงจังหวัดในพื้นที่ฝั่งอันดามัน พบว่าพื้นที่จ.ภูเก็ต ได้รับงบประมาณก่อสร้างแฟลตตำรวจประมาณ 3,010 ล้านบาท แต่ผู้รับเหมาทิ้งงานไว้ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในพื้นที่สภ.ถลาง สภ.ทุ่งทอง สภ.กะทู้ อีกพื้นที่ สภ.เมือง จ.กระบี่ ก็ทิ้งงาน และพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีการทิ้งงานในสภ.เมือง สภ.นาสาร สภ.ไชยา และสภ.ท่าชนะ

         นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบล่าสุดปรากฏว่าโรงพักและแฟลตตำรวจ ทั้ง 2 โครงการ มีวงเงิน 8,800 ล้านบาท โดยบริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ได้รับงบประมาณและเป็นผู้รับจ้างเพียงรายเดียว สิ่งที่น่าประหลาดคือบริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียน 500 กว่าล้านบาท แต่ได้สัญญาว่าจ้างจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อสร้างโรงพักทดแทน วงเงิน 5,818 ล้านบาท และก่อสร้างแฟลตตำรวจวงเงิน 3 พันกว่าล้านบาท รวม 2 โครงการวงเงินเกือบ 1 หมื่นกว่าล้านบาท ถือเป็น 20 เท่าของทุนจดทะเบียน

         นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ตนได้ตรวจสอบการก่อสร้างแฟลตตำรวจพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 ก็ทิ้งงาน 100 เปอร์เซ็นต์ ในภาคอีสานและภาคเหนือมีส.ส.ร้องมาก็ทิ้งงาน และตนพบความผิดปกติจากการไปคุยกับผู้รับเหมาที่สัญญาห้ามรับเหมาช่วง แต่ปรากฏว่าโรงพักเกือบทั้งหมดมีผู้รับเหมาช่วง และผู้รับเหมาได้เบิกเงินจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปแล้วกว่า 1,500 ล้านบาท แต่ผู้รับเหมาช่วงกลับไม่ได้รับเงิน แล้วเงินมันไปอยู่ที่ไหน ถามว่าเกิดปัญหาใครจะรับผิดชอบ อีกทั้งผู้รับเหมาช่วงก็ไปกู้หนี้ยืมสินแล้ว ตนเชื่อว่าขณะนี้เกิดความเสียหายวงกว้าง โรงพัก และแฟลตตำรวจทราบข้อมูลเชิงลึกน่ามีไอ้โม่งได้ประโยชน์ไปเกือบ 1 พันล้านบาท และตนก็ได้ลงพื้นที่ใน จ.ภูเก็ต พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อาศัยอยู่ในแฟลตตำรวจขณะนี้ก็ต้องอยู่กับงูเห่าและแมลงป่องแล้ว

          "วันที่ 5 ก.พ. เวลา 10.00 น. ผมจะรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมดไปยื่นต่อเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าตั้งแต่รับเช็คจาก ตร. งวดแรก 800 ล้านบาท และงวดที่ 2 ไปไหน เพราะผู้รับเหมาช่วงบอกว่าไม่ได้รับเงินเลย และผมจะยื่นหลักฐานต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ด้วย ผมอยากให้ผู้รับเหมาช่วงทั่วประเทศออกมาให้ข้อมูลกับประชาชน หรือจะส่งข้อมูลมายังตนหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ได้ เพราะเรื่องนี้จะเป็นโมเดลแรกของพรรคเพื่อไทยในการปราบปรามทุจริต ซึ่งหลังจากนี้อีก 1-2 เดือน เมื่อ ตร.บอกเลิกสัญญาแล้ว ผมจะจัดนิทรรศการและงานสัมมนาในเรื่องดังกล่าว พร้อมกับออกหนังสือพ็อกเกตบุ๊กในชื่อตำรวจถูกปล้นกลางวันแสกๆ ด้วย" นายพร้อมพงศ์ กล่าว

          นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกฯ ออกมาปกป้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี และอดีตรองนายกฯ ว่าไม่เกี่ยวนั้น ตนอยากให้นายอภิสิทธิ์ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ จะบอกว่าไม่เกี่ยวไม่ได้ เพราะขณะนั้นนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ได้มอบให้นายสุเทพที่เป็นรองนายกฯ กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายสุเทพก็เป็นผู้ลงนามทั้ง 2 ครั้งให้กระจายอำนาจมีการจัดซื้อ จัดจ้าง และประมูล แต่หลังจากนั้นอีก 6 เดือนในปี 2552 นายสุเทพลงนามใหม่ให้ไปรวมศูนย์กับส่วนกลางและดำเนินการลักษณะให้มีผู้รับเหมารายเดียว ดังนั้น ไม่มีทางที่โรงพัก 369 สถานีและ 163 แฟลตตำรวจ รวมจำนวน 559 แห่งที่ผู้รับเหมาจะก่อสร้างเสร็จทันได้ ถ้าสำเร็จก็มีแต่ปาฏิหาริย์เท่านั้น ซึ่งเทวดาก็ทำไม่ได้ ดังนั้น นายอภิสิทธิ์จะทำทองไม่รู้ร้อน นายสุเทพจะเป็นขอมดำดินไม่ได้ ต้องออกมาชี้แจงเรื่องนี้ และหลังจากนี้โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษาจากโครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่มีการทุจริตก็จะถูกเปิดเผยตามมาด้วย

          ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยจะไปยื่นหนังสือปปง. และสตง. เพื่อให้ตรวจสอบกรณีการจัดสร้างโรงพักว่า ตนได้พูดคุยกับนายสุเทพแล้วซึ่งนายสุเทพเองก็เตรียมข้อมูลเอกสารต่างๆ อยู่แล้ว และสามารถดำเนินการในส่วนของท่านไว้เรียบร้อยแล้ว กรณีดังกล่าวตนคิดว่าไม่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค หรือกระทบกับการเลือกตั้ง เพราะทุกคนทราบดีว่าพวกตนโดนกระทำอยู่ตลอด เดี๋ยวก็มีคดีมาอีก ส่วนข้อมูลต่างๆ ที่ทางนายสุเทพ เตรียมนั้น ตนได้บอกไปแล้วว่าโอกาสในการให้ข้อมูลมีน้อยมาก ตัวนายสุเทพเองก็รับว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุด

          เมื่อถามว่ามีการตรวจสอบว่าเป็นอย่างที่กล่าวหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติ การอนุมัติก็เป็นการอนุมัติด้วยงบประมาณโดย ครม. ซึ่งตนเชื่อว่าพรรคเพื่อไทย ก็ต้องยอมรับ แม้กระทั่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เองยังยอมรับในสภาว่าเป็นโครงการที่มีความจำเป็น และเป็นโครงการที่ดี ส่วนรายละเอียดของการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ละคนก็มีอำนาจหน้าที่เท่าที่มีลำดับเหตุการณ์มา ทางหน่วยงานเป็นคนเสนอ และนายสุเทพก็เป็นคนเซ็นอนุมัติตามที่เสนอทุกครั้ง และสิ่งที่ขอมาก็ไม่มีอะไรผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้าง หรือระเบียบ การประมูลหากมาดูตัวเลขก็ไม่ได้มีการฮั้ว เพราะว่าเสนอราคาต่ำกว่ากันมากเท่านั้นเอง

          เมื่อถามว่าปัญหาการทิ้งงานเกิดขึ้นจากอะไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นการบริหารสัญญา ถ้าหากมีผู้ประมูลไปแล้วทำไม่ได้ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่บริหารสัญญาว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ผ่านมาหลายผบ.ตร. และทั้ง 2 รัฐบาลนี่ไม่ใช้อำนาจของรองนายกฯ ในตอนนั้น แต่นี่ก็ไม่ใช่ว่าทางเจ้าหน้าที่ผิด ทุกคนต้องดูว่าเมื่อมีบริษัทเข้ามาประมูล มีคุณสมบัติครบถ้วนและประมูลได้ในราคาต่ำกว่าคนอื่น พอถึงเวลาแล้วทำไม่ได้ก็ต้องไปดำเนินการทันที ถามย้ำว่า กรอบอำนาจหน้าที่อยู่ที่ผบ.ตร. แต่ทำไมถึงโยงมาถึงตัวนายสุเทพ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หลายเรื่องที่ ดีเอสไอ ดำเนินการอยู่ก็พยายามให้มาถึงพวกตนทั้งนั้น

          พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. ฐานะประธานคณะกรรมการติดตามการดำเนินการโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจทดแทน กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบทบทวนโครงการก่อสร้างที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่งที่ยังไม่แล้วเสร็จว่า ในวันที่ 4 ก.พ. เวลา 10.00 น. จะมีการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณา และนัดให้บริษัทพีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้รับจ้าง เข้าชี้แจงรายละเอียดปัญหาทั้งหมด เพื่อที่คณะกรรมการจะได้พิจารณารวบรวมข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้น โดยนำข้อมูลจากข้อเท็จจริงที่เป็นรายละเอียดของโครงการที่ยังไม่แล้วเสร็จค้างอยู่ในแต่ละพื้นที่มาประกอบการพิจารณาดังกล่าวด้วย พร้อมฝ่ายกฎหมายเข้าร่วมให้ข้อมูล อย่างไรก็ตามการจะยกเลิกสัญญาจ้าง แล้วมีการนำข้อมูลการพิจารณาดังกล่าวเป็นแนวทางในการดำเนินการต่อไปอย่างไรนั้น ต้องรอผลสรุปจากการประชุมดังกล่าวเสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงจะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาการก่อสร้างโครงการดังกล่าวเสนอ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. รับทราบต่อไป

          รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้พล.ต.อ.วรพงษ์ได้ทำหนังสือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาการสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจทดแทน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.แล้ว เพื่อแจ้งให้ทุกกองบังคับการที่รับผิดชอบรับทราบ โดยได้สั่งให้สำรวจโครงสร้างและงบประมาณที่ได้ดำเนินการไปแล้วภายใน 30 วัน ร่วมกับสำนักโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด เพื่อเตรียมพร้อมที่จะดำเนินการโครงการนี้ต่อทันที หลังทราบผลสรุปการประชุมเสร็จสิ้น คาดว่าจะยกเลิกสัญญาจ้างดังกล่าวให้มีผลการก่อนวันที่ 14 มี.ค.อย่างแน่นอน แต่ยังไม่ได้หารือเกี่ยวกับการฟ้องร้อง เพื่อเรียกค่าเสียหายจากผู้รับเหมาดังกล่าวแต่อย่างใด และจะกำหนดให้จัดซื้อจัดจ้างแยกย่อยออกไปแต่ละพื้นที่ โดยมอบให้แต่ละกองบังคับการที่รับผิดชอบพื้นที่ 396 โรงพัก เป็นผู้ดูแลจัดการเร่งสร้างโรงพักทั้งหมดให้เสร็จสิ้นโดยเร็วต่อไป

          ผู้สื่อข่าวรายงานการก่อสร้างสถานีตำรวจในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษประมาณ 10 แห่ง ที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ประสบปัญหาด้านอาคารสถานที่ที่จะให้บริการประชาชน ที่สภ.ไพรบึง อ.ไพรบึง ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีปัญหา โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อต้นปี 2555 ใช้สถานที่ข้างอาคารหลังเก่าเป็นที่ก่อสร้าง แต่ปรากฏว่าหลังจากก่อสร้างมาได้ประมาณ 8 เดือน ก็ไม่ได้มีการดำเนินการต่อแต่อย่างใด

พ.ต.อ.มนต์ชัย เหลืองอุทัย ผกก.สภ.ไพรบึง กล่าวว่าพื้นที่ที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารหลังใหม่แต่เดิมนั้นเป็นอาคารที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แต่เนื่องจากต้องทุบทิ้ง เพราะไม่มีสถานที่เพียงพอในการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนต้องพากันย้ายที่ทำงานไปยังอาคารหลังเก่าชั่วคราวซึ่งพื้นที่คับแคบ แต่เนื่องจากความล่าช้า และความไม่แน่นอนในการดำเนินการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ ตนก็ไม่สามารถช่วยเหลือหรือทำอะไรเพิ่มเติมได้ แม้กระทั่งต่อเติมและซ่อมแซมอาคารหลังเก่า เนื่องจากความไม่แน่นอนของผู้รับเหมาว่าจะสร้างต่อหรือไม่

          ที่ จ.พิจิตร พ.ต.อ.สมชาย เกิดช้าง ผกก.สภ.บางมูลนากกล่าวว่า สภ.บางมูลนาก ได้ทำเรื่องของบประมาณจัดสร้างแฟลตบ้านพักตำรวจ เนื่องจากที่พักมีไม่เพียงพอกับตำรวจ สภ.บางมูลนาก ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างแฟลตตำรวจ จำนวน 22 ล้านบาท โดยการประมูลจัดซื้อจัดจ้างจากส่วนกลางซึ่งเป็นของบริษัท พีซีซี

           พ.ต.อ.สมชาย กล่าวอีกว่า การก่อสร้างแฟลตตำรวจไม่คืบหน้าซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี 2554 แต่ยังไม่แล้วเสร็จ อีกทั้งผู้รับเหมาก็มาทิ้งงานไม่ยอมสร้างต่อ ทำให้ตำรวจได้รับความเดือดร้อนไปตามๆ กันต้องไปเช่าบ้านพักอยู่ก็ มี ซึ่งตรงนี้อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการประมูลใหม่หรือให้ผู้รับเหมาตามต่อ

          ทางด้านพ.ต.ต.ณัติพล สุวรรณพงษ์ สารวัตรใหญ่ สภ.บางลาย อ.บึงนาราง กล่าวว่าหลังจากสภ.บางลาย ของบประมาณไทยเข้มแข็ง เพื่อสร้างที่ทำการสำนักงานตำรวจสภ.บางลาย ปรากฏว่าได้รับการอนุมัติงบประมาณจากส่วนกลางมีการประมูลจัดซื้อจัดจ้างที่ส่วนกลาง และได้รื้อโรงพักเก่าออกเพื่อจะสร้างใหม่ตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งตำรวจได้ย้ายที่ทำการไปอยู่บ้านพักแฟลตตำรวจชั่วคราว ปรากฏว่าผู้รับเหมาสร้างไม่เสร็จ ทิ้งงาน ทำให้ตำรวจได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่พัก และอีกทั้งไม่มีห้องขัง ขังผู้ต้องหา จึงได้นำผู้ต้องหาไปฝากขังที่ สภ.บึงนารางชั่วคราว แต่สิ่งที่ได้รับผลกระทบทำให้โรงพักเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และสภ.ใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อนไปด้วย ในเรื่องของค่าใช้จ่ายค่าอาหารผู้ต้องหา

 

โฆษก พท.แฉซ้ำภูธรภาค 8 สร้างแฟลตตำรวจถูกทิ้งงานเพียบ เล็งยื่น "ป.ป.ง.-สตง." สอบ

วันที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 12:39:03 น.

           เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์ โฆษกพท. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า กรณีปัญหาการก่อสร้างสถานีตำรวจ (โรงพัก)ทั่วประเทศ 396 แห่งทดแทนโรงพักหลังเก่า และการก่อสร้างแฟลตตำรวจ 163 หลัง ซึ่งล่าสุดตนได้ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต จ.สุราษฎร์ธานี รวมถึงจังหวัดในพื้นที่ฝั่งอันดามัน พบว่าพื้นที่จ.ภูเก็ตได้รับงบฯก่อสร้างแฟลตตำรวจ วงเงิน 3,010 กว่าล้านบาท โดย จ.ภูเก็ต ผู้รับเหมามีการทิ้งงานไว้ 100% ในสภ.อ.ถลาง สภ.อ.ทุ่งทอง สภ.อ.กะทู้ อีกพื้นที่สภ.อ.เมือง จ.กระบี่ ก็มีการทิ้งงาน เมื่อตรวจสอบไป ปรากฎว่าพื้นที่จ.ภูเก็ต จ.พังงา จ.สุราษภร์ธานี มีการทิ้งงาน ในสภ.อเมือง สภ.อ.นาสาร สภ.อ.ไชยา สภ.อ.ท่าชนะ จากการตรวจสอบล่าสุดปรากฎว่าโรงพัก และแฟลตตำรวจ  ทั้ง2 โครงการมีวงเงิน 8.8 พันกว่าล้านบาท โดยบริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัดได้รับงบประมาณ และเป็นผู้รับจ้าง มีทุนจดทะเบียน 500กว่าล้านบาท แต่ได้สัญญาว่าจ้างจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ก่อสร้างโรงพักทดแทน วงเงิน 5,818 ล้านบาท และก่อสร้างแฟลตตำรวจวงเงิน 3พันกว่าล้านบาท รวม 2 โครงการวงเงินเกือบ 1 หมื่นกว่าล้านบาท ถือเป็น 20 เท่าของทุนจดทะเบียน

           นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ตนตรวจสอบการก่อสร้างแฟลตตำรวจมีการทิ้งงานโดยหยุดการก่อสร้างในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค8 100% ในภาคอีสานและภาคเหนือมีส.ส.ร้องมาก็ทิ้งงาน ตนพบความผิดปกติจากการไปคุยกับผู้รับเหมาที่สัญญาห้ามรับเหมาช่วง แต่ปรากฎว่า ว่าโรงพัก 100 สถานีมีผู้รับเหมาช่วง และผู้รับเหมาช่วงไม่ได้เงิน ซึ่งผู้รับเหมาได้มีการเบิกเงินจาก ตร.ไปแล้ว 1,500 กว่าล้านบาท ถามว่าเกิดปัญหาใครจะรับผิดชอบ อีกทั้งผู้รับเหมาช่วงก็มีการไปกู้หนี้ยืมสินแล้ว ตนเชื่อว่าขณะนี้เกิดความเสียหายวงกว้าง โรงพัก และแฟลตตำรวจทราบข้อมูลเชิงลึกน่ามีไอ้โม่งได้ประโยชน์ไปเกือบ 1 พันล้านบาท และตนก็ได้ลงพื้นที่ใน จ.ภูเก็ต พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อาศัยอยู่ในแฟลตตำรวจขณะนี้ก็ต้องอยู่กับงูเห่าและแมงป่องแล้ว

           "ผมจะรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมดจะไปยื่นต่อเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 10.00 น.เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าตั้งแต่รับเช็คจาก ตร. งวดแรก 800ล้านบาท และงวดที่ 2 ไปไหน เพราะผู้รับเหมาช่วงบอกว่าไม่ได้รับเงินเลย  และผมจะยื่นหลัฐานต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)อีกครั้งหนึ่งด้วย ผมขอเรียกร้องให้ผู้รับเหมาช่วงทั่วประเทศต้องออกมาให้ข้อมูลกับประชาชน หรือจะส่งข้อมูลมายังตนหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ก็ได้ เรื่องนี้จะเป็นต้นแบบของพท.ในการปราบปรามทุจริตโมเดลแรก ซึ่งหลังจากนี้อีก 1-2 เดือน เมื่อ ตร.มีการบอกเลิกสัญญาแล้ว ผมจะจัดนิทรรศการและงานสัมมนาในเรื่องดังกล่าว พร้อมกับออกหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊กในชื่อ ตำรวจถูกปล้นกลางวันแสกๆ ด้วย" นายพร้อมพงศ์ กล่าว

          นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และอดีตนายกฯ ปกป้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี และอดีตรองนายกฯ ว่าไม่เกี่ยวกัน ตนเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ให้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ เพราะนายอภิสิทธิ์นายกฯได้มอบให้นายสุเทพ ที่เป็นรองนายกฯกำกับ ตร. โดยนายสุเทพลงนาม 2 ครั้งให้กระจายอำนาจมีการจัดซื้อจัดจ้างประมูลเอง แต่หลังจากนั้นอีก 6 เดือนในปี 2552 นายสุเทพ ลงนามใหม่ให้ไปรวมศูนย์กับส่วนกลางและมีการดำเนินการลักษณะให้มีผู้รับเหมารายเดียว ดังนั้น ไม่มีทางที่ โรงพัก 369 สถานีและ 163 แฟลตตำรวจ รวม 559 แห่งที่ผู้รับเหมาจะก่อสร้างเสร็จทันได้ ถ้าสำเร็จก็มีแต่ปาฏิหาริย์เท่านั้น ซึ่งเทวดาก็ทำไม่ได้ นายอภิสิทธิ์จะทำทองไม่รู้ร้อน นายสุเทพจะเป็นขอมดำดินไม่ได้ต้องออกมาชี้แจงเรื่องนี้ และหลังจากนี้โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษาจากโครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่มีการทุจริตก็จะถูกเปิดเผยตามมาด้วย

 

ดีเอสไอ ชง 396 โรงพักสร้างไม่เสร็จเป็นคดีพิเศษ สั่งเช็กเส้นทางเงิน 850 ล้าน จ่ายบ.พีซีซี-โยงนักการเมือง ?

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 11:18:02 น.(ที่มา:ข่าวหน้า 1 มติชนรายวัน 1 ก.พ.2556)

         ตรวจโรงพัก - พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และคณะตรวจการก่อสร้างโรงพักธัญบุรี จ.ปทุมธานี 1 ใน 396 โรงพักที่ประสบปัญหาการก่อสร้างล่าช้าผู้รับเหมาทิ้งงาน เมื่อวันที่ 31 มกราคม

          "ดีเอสไอ"ชง 396 โรงพักสร้างไม่เสร็จเป็นคดีพิเศษ สั่งเช็กเส้นทางเงิน 850 ล้านจ่ายบริษัท"พีซีซี"โยงสายสัมพันธ์นักการเมือง "เฉลิม"ตอบกระทู้สดปูดพ่อตาคนดัง "อดุลย์"ปิ๊งไอเดียจัดประกวดโรงพักดีเด่นเฉพาะกลุ่มมีปัญหา

 

จี้หาคนผิดสร้าง 396 โรงพัก

          เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 มกราคม ที่รัฐสภา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย แถลงถึงโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ 396 แห่งทั่วประเทศไม่แล้วเสร็จ ว่า ขณะนี้กำลังหลงประเด็น เพราะพูดเบี่ยงเบนประเด็นว่าโครงการดังกล่าวไม่สามารถรวมสัญญาได้ ทั้งที่ความจริงแล้วสามารถทำได้โดยไม่ผิด เรื่องนี้ต้องดูว่าโครงการทั้งหมดก่อสร้างไม่เสร็จตามสัญญาต้องมีผู้รับผิดชอบ

        "จากการตรวจสอบเมื่อปี 2554 หลายโรงพักก่อสร้างไม่คืบหน้า ผู้กำกับการแต่ละสถานีกลัวจะมีความผิด จึงรายงานผู้บังคับบัญชารับทราบตามลำดับรวมทั้งสมุห์บัญชีได้ตรวจสอบและ ระบุข้อสงสัยหลายประเด็นว่าบริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับเหมารับงานก่อสร้างประสบปัญหาทางการเงิน ขาดสภาพคล่อง จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ทั้งนำเงินจากโครงการก่อสร้างไปใช้ในโครงการก่อสร้างอื่นๆ ของบริษัท และยังไม่แล้วเสร็จเช่นกัน" นายชูวิทย์กล่าว

คาใจ"ผบ.ตร."รู้ไม่ยกเลิก

           นายชูวิทย์กล่าวอีกว่า เหตุใดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในปี 2554 ที่ผู้ใต้บังคับบัญชารายงานปัญหาเข้ามา จึงไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งที่ทราบปัญหาดีว่าจะก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ซึ่งสามารถบอกยกเลิกได้ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2552 ข้อที่ 137 ที่ให้อำนาจหัวหน้าส่วนราชการสามารถบอกเลิกสัญญาได้ หากเห็นว่าผู้รับจ้างไม่สามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จในระยะเวลาตามสัญญาได้ นอกจากนี้ อยากให้กรมสอบสวนคดีพิเศษไปตรวจสอบผู้รับเหมา ผู้ถือหุ้นว่ามีความเกี่ยวโยงกับนักการเมืองคนใดบ้าง และ ผบ.ตร.ต้องรับผิดชอบ เพราะรู้ว่ามีความเสียหายเกิดขึ้น แต่ปล่อยปัญหาให้คาไว้เพื่อช่วยพรรคการเมืองหนึ่ง

            ทั้งนี้ นายชูวิทย์นำภาพถ่ายโครงการทุจริตต่างๆ ที่ยังหาผู้รับผิดชอบในความเสียหายไม่ได้ อาทิ อาคารก่อสร้างที่ทำการ กทม.แห่งที่ 2 ซึ่งผ่านมา 5 ผู้ว่าฯแล้วแต่ยังสร้างไม่เสร็จ โครงการทุจริตรถดับเพลิง 6,000 ล้านบาท โครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน และโครงการโฮปเวลล์

"มาร์ค"เผย"สุเทพ"พร้อมแจง

           นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะแจ้งข้อกล่าวหานายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ปชป. กรณีการประมูลสร้างสถานีตำรวจในสมัยรัฐบาล ปชป.ว่า ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง เรื่องนี้นายสุเทพยืนยันว่าพร้อมชี้แจงและพิสูจน์ความจริงทุกอย่าง ซึ่งกำลังรวบรวบข้อเท็จจริง และจะมีการฟ้องกลับดีเอสไอหรือไม่ต้องไปถามนายสุเทพ ปัญหาการก่อสร้างล่าช้านั้น อยากตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้อยู่ในมือรัฐบาลนี้ถึง 1 ปี 6 เดือน

ตั้งกระทู้สดถามสร้างโรงพัก

          การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 10 สมัยสามัญนิติบัญญัติ ที่รัฐสภา มีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ที่ประชุมพิจารณากระทู้ถามสดของนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เรื่องโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ 396 แห่ง และอาคารที่พัก 163 แห่งทั่วประเทศ ถาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี
จี้สอบ - นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย แถลงเรียกร้องขอให้ผู้รับผิดชอบเร่งตรวจสอบกรณีการสร้างสถานีตำรวจล่าช้า พร้อมเรียกร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปตรวจสอบใครคือเจ้าของบริษัทผู้รับเหมา ที่รัฐสภารัฐสภา เมื่อวันที่ 31 มกราคม

           โดยนายพิเชษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจครึ่งค่อนประเทศเดือดร้อน ไม่มีที่ทำงาน มีการทำสัญญาครั้งแรกวันที่ 29 พฤษภาคม 2552 ให้ทำแยกสัญญาตามภาค ต่อมาวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.ขณะนั้น ได้เปลี่ยนแปลงรวบมาเป็นสัญญาเดียว โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น อนุมัติโดยให้มีผู้รับเหมารายเดียว แต่จนถึงขณะนี้คืบหน้าเฉลี่ย 15 เปอร์เซ็นต์ และจะหมดสัญญาสุดท้ายวันที่ 15 มีนาคม 2556 รัฐบาลมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร

"เฉลิม"ปูดพ่อตานักการเมือง

          ร.ต.อ.เฉลิมชี้แจงว่า โครงการนี้ช่วงแรกอนุมัติแยกเป็นสัญญารายภาค 1-9 ผ่านระบบการจัดซื้อจัดจ้างทางอินเตอร์เน็ต หรืออีออคชั่น ซึ่งนายสุเทพเซ็นอนุมัติไปเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2552 เปิดให้มีการแข่งขัน แต่ห่างมาเพียง 6 เดือน วันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 เกิดความผิดปกติเมื่อ พล.ต.อ.ปทีปเสนอเปลี่ยนแปลงให้จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีส่วนกลาง โดยไม่ผ่านคณะกรรมการ ซึ่งนายสุเทพก็เซ็นอนุมัติ โดยมีบริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ตั้งอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านพ่อตานักการเมือง รับงานโครงการดังกล่าว

          ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ทั้งนี้ในระเบียบสัญญาระบุไว้ว่าบริษัทที่รับเหมาไปได้บริษัทเดียว ต้องทำงานด้วยตัวเอง ไม่สามารถเอางานทั้งหมดหรือบางส่วนไปจ้างช่วงต่อได้ บริษัทต้องรับผิดชอบ เตรียมสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายแล้ว

"ดีเอสไอ"ชงเป็นคดีพิเศษ

          นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการก่อสร้างแฟลตตำรวจ 163 หลัง มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ว่าได้ส่งหนังสือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอสัญญาของโครงการดังกล่าว นำมาตรวจสอบในรายละเอียด เบื้องต้นทราบว่า บริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด รับงานโครงการดังกล่าวในเวลาไล่เลี่ยกับการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง และสัญญาการสร้างแฟลตขอดำเนินการแบบรวมสัญญาเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ต้องรอเอกสารอย่างเป็นทางการอีกครั้งเพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูล

           นายธานินทร์ กล่าวว่า หากสัปดาห์หน้าได้รับข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรื่องการสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง เกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาแบบรายภาคครบถ้วน จะพิจารณาเอกสารและทำรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสนอ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ลงนามอนุมัติเป็นคดีพิเศษ หากพบว่ามีข้าราชการการเมืองหรือข้าราชการประจำ กระทำผิดตาม พ.ร.บ.เสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใน 30 วัน ตั้งแต่อนุมัติเป็นคดีพิเศษ

เชื่อชี้มูลความผิดคนเอี่ยวได้

           "เรื่องนี้พิจารณาโดยเอกสารราชการเป็นหลักเพราะทุกอย่างมีการบันทึกเป็นหนังสือราชการชัดเจน ว่าใครสั่งอะไรอย่างไร เกี่ยวข้องกับใคร และความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร การสอบปากคำบุคคลเป็นเพียงส่วนประกอบ อาจชี้แจงแบบลายลักษณ์อักษรหรือให้การสามารถกระทำได้ เบื้องต้นดีเอสไอคาดว่าพยานหลักฐานเพียงพอต่อการชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องได้" นายธานินทร์กล่าว

           นายธาริต กล่าวว่า คาดว่าภายในสัปดาห์หากได้รับเอกสารจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะพิจารณาอนุมัติรับเป็นคดีพิเศษ
โรงพักทุ่งหลวง - สภาพพื้นที่การก่อสร้างสถานีตำรวจทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี 1 ใน 396 แห่งทั่วประเทศที่มีโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ ตำรวจต้องใช้บ้านพักเป็นที่ทำงานชั่วคราว เมื่อวันที่ 31 มกราคม

สั่งเช็กเส้นทางเงิน 850 ล้าน

            รายงานข่าวแจ้งว่า นายธาริตสั่งการให้สำนักคดีการเงิน ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด อย่างละเอียด โดยเฉพาะการเบิกเงินล่วงหน้า 850 ล้านบาท จากโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ที่เบิกได้ตามสัญญาร้อยละ 15 ตลอดจนบัญชีรายรับ รายจ่าย และงบดุลต่างๆ รวมถึงวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทรวมทั้งนักการเมืองด้วย

           ข่าวแจ้งว่า ข้อมูลของดีเอสไอพบว่าบริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด มีบริษัทในกลุ่มประกอบด้วย บจ.พิบูลย์ทราย, บจ.พิบูลย์คอนกรีต, บจ.พีซีซี ออโต้เคลฟ คอนกรีต, บจ.พรอสเพอริตี้คอนกรีต, บจ.พีซีซี โพสเทนชั่น, บจ.พีบีพลัส พร็อพเพอร์ตี้, บจ.พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น, บจ.จตุรงค์ทราย และ บจ.อีบิลด์

"ผบ.ตร."เยี่ยมสภ.ธัญบุรี

            พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) และ พล.ต.ท.สุพร พันธ์เสือ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง (สกบ.) ตรวจเยี่ยม สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 1 ในสถานีตำรวจ 396 แห่ง ที่ประสบปัญหาการก่อสร้างอาคารสถานีล่าช้า โดยมี พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ให้การต้อนรับ

ผู้รับเหมาช่วงเจ๊งขายที่ดิน

           พ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธิเมตต์ ผกก.สภ.ธัญบุรี กล่าวรายงานว่า ที่ทำการ สภ.ธัญบุรี มีการปรับปรุงพื้นที่ รื้อถอนอาคาร สภ.เดิม และส่งมอบพื้นที่ให้กับบริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เริ่มตอกเสาเข็ม ลงเสาเอก ในเดือนตุลาคม 2554 เริ่มก่อสร้าง ส่งมอบงานงวดที่ 1 จนถึงงวดที่ 5 ในวันที่ 12 กันยายน 2555 โดยผู้รับเหมาช่วงทราบชื่อ นายประสิทธิ์ ช่างคา ไม่ได้รับเงินในงวดที่ 5 จากบริษัทพีซีซีฯ จึงหยุดการก่อสร้าง และต้องขายที่ดินมาจ่ายค่าแรงคนงาน ปัจจุบันงานอยู่ระหว่างก่อสร้างงวดที่ 6 จากทั้งสิ้น 13 งวดงาน

แนะพลิกวิกฤตเป็นโอกาส

          พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า เรื่องของสัญญาก่อสร้างสถานีตำรวจนั้น เป็นเรื่องทางกฎหมายต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ หากยกเลิกสัญญาการดำเนินการจัดจ้างต่อไป หลักการต้องกระจายอำนาจ มาเห็นวันนี้ก็เห็นใจและต้องให้กำลังใจตำรวจใน สภ.ทุกนาย ผกก.ต้องเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส บริหารให้ได้ในภาวะขาดแคลน ต้องใช้พลังใจ ความสามัคคี มุ่งมั่น เพื่อทำให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ต้องไม่ท้อ ต้องสู้ ปัญหาที่เกิดขึ้นตำรวจต้องร่วมเสียสละ เสนอว่าลองใช้วิธีนำบ้านพักตำรวจ มาทำเป็นที่ทำการไปพลางก่อน ให้ประชาชนมาใช้บริการสะดวก และให้ตำรวจไปหาเช่าที่อยู่อาศัยไปพลางๆ เป็นการช่วยกันแก้วิกฤต เพราะโรงพักเป็นจุดสำคัญต้องจัดสถานที่ให้พร้อม ทั้งจุดรับแจ้งความ ศูนย์วิทยุ ห้องสอบสวน ห้องควบคุม

เล็งจัดประกวดโรงพักดีเด่น

          พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า ภายใน 2 สัปดาห์นี้จะเรียกหัวหน้าโรงพักทั้ง 396 แห่ง มาประชุมร่วมกันทั้งกลุ่มที่ทุบโรงพักเก่าแล้วกว่า 80 แห่ง และกลุ่มที่ยังไม่ทุบโรงพัก เพื่อให้ทราบแนวทางการแก้ปัญหาตรงกัน โดยจะให้แนวนโยบายบริหารในภาวะเช่นนี้อย่างไร และมีแนวคิดว่าจะจัดประกวดแข่งขันกันเองในกลุ่มโรงพักที่ประสบปัญหาการก่อสร้างที่ทำการ เพื่อแข่งกันเป็นโรงพักดีเด่น วัดกันที่การบริหารในภาวะวิกฤต จะจัดเองมีรางวัลให้ด้วยสำหรับหัวหน้าโรงพักที่ทำได้ดีที่สุด เพื่อให้มีแรงจูงใจในการแก้ไขสถานการณ์

แฟลตยโสธรเหลือ2งวด

          ขณะที่ พล.ต.ท.เชิด ชูเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) กล่าวถึงโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน ในส่วนของ บช.ภ.3 จำนวน 61 แห่ง ว่ามี 18 สถานีที่ถูกรื้อไปบางแห่งไปใช้สถานที่อื่นทำการแทน แต่ยังให้บริการกับพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่เหมือนเดิม อาจจะขลุกขลักไปบ้างเรื่องสถานที่ ส่วนห้องผู้ต้องขังไม่มีและห้องสุขาไม่มีนั้น ตอนนี้แก้ปัญหาโดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์บ้าง ใช้อาคารที่มีอยู่แล้วเสริมเติมแต่งเพื่อให้มีความมั่นคงแข็งแรงมากขึ้น ยืนยันว่าตำรวจทุกคนพร้อมให้บริการ ส่วนงบประมาณการก่อสร้างเป็นเรื่องของทางรัฐบาลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะพิจารณาแก้ไขปัญหา

พล.ต.ท.เชิดกล่าวถึงการสร้างแฟลตที่ จ.ยโสธร มีการทิ้งงานทั้งที่เหลือแค่ 2

             งวดงาน สร้างไปแล้ว 11 งวดงาน ว่าแฟลตมีทั้งหมด 5 ชั้น 30 ห้อง สั่งให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยโสธรเข้าไปตรวจสอบว่า เหตุผลใดจึงไม่สร้างต่อคิดว่าคงแก้ปัญหาได้ไม่ยาก ตอนนี้กำลังรอรายงานเข้ามาต้องขอเวลาตรวจสอบสักระยะ

ควัก 4 แสนผุดที่ทำการ

           พ.ต.อ.สมชัย สิทธิชัย ผกก.สภ.ทุ่งหลวง จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ย้ายมารับตำแหน่งได้ประมาณ 6 เดือน พบปัญหาสถานีตำรวจถูกรื้อถอนเพื่อก่อสร้างอาคารหลังใหม่ทำให้ไม่มีที่ทำงาน จึงใช้อาคารบ้านพักตำรวจเป็นสถานที่ทำงาน แต่มีปัญหาอีกเนื่องจากประชาชนมาติดต่อแจ้งเรื่องร้องทุกข์เป็นจำนวนมาก บ้านพักคับแคบต่อการเก็บเอกสารการทำงานจึงมีแนวคิดจะใช้อาคารห้องประชุมที่ค่อนข้างเก่าปรับปรุงเป็นสถานีตำรวจชั่วคราวลักษณะวันสต๊อปเซอร์วิสหรือบริการเสร็จสิ้นในจุดเดียว มีห้องบริการ ห้องพนักงานสอบสวนเพื่อให้ประชาชนติดต่อได้สะดวกขึ้น แต่ขาดงบประมาณ จึงนำเงินส่วนตัวและขอรับบริจาคจากชาวบ้านในพื้นที่ได้เงินมาปรับปรุงทาสี ปูกระเบื้อง กั้นห้อง กว่า 400,000 บาท มาพัฒนาสถานี

สั่งงานผ่านวิทยุ-มือถือ

           ส่วน พ.ต.อ.ชินวัฒน์ เปรมสง่า ผกก.สภ. ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า หลังจากผู้รับเหมาได้รื้ออาคาร สภ.ท่าชนะ เพื่อสร้างอาคารใหม่และทิ้งงานไป จำเป็นต้องไปใช้อาคารชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่ไม่ใช้แล้วและอยู่ในสภาพเก่าชำรุดทรุดโทรมนำมาปรับปรุงเป็นที่ทำการชั่วคราวและใช้เหล็กเชื่อมทำเป็นลูกกรงมีกำแพงอิฐบล็อก 3 ด้าน กั้นเป็นห้องคุมขังผู้ต้องหาชาย-หญิงแยกกัน

          พ.ต.อ.ชินวัฒน์กล่าวว่า สภาพอาคาร สภ.ท่าชนะ ชั่วคราวอยู่กันอย่างแออัดเพราะทั้งโรงพักมีอัตรากำลังพล 91 นาย ไม่มีที่นั่งทำงาน ทุกวันหลังจากเรียกแถวรวมพลแล้วต้องปล่อยกระจายกันออกไปและคอยใช้วิทยุสื่อสารหรือโทรศัพท์มือถือเรียกตัวหรือสั่งงาน ส่วนห้องวิทยุสื่อสารเองต้องไปใช้บ้านพักเป็นห้องทำงานแทน

ชาวบ้านงงหาโรงพักไม่เจอ

            "ชาวบ้านที่มาติดต่อก็สับสนหาโรงพักไม่เจอ และที่เป็นห่วงคือห้องคุมขังที่ไม่แข็งแรงเพียงพอ ส่วนการก่อสร้างอาคารแฟลตที่พักได้รื้ออาคารห้องแถวบ้านพักไปแล้ว 1 แถว 10 ห้อง จากทั้งหมด 4 แถว 40 ห้อง แต่ผู้รับเหมาก่อสร้างทำได้เพียง 7 งวด ได้แต่โครงสร้างแล้วทิ้งงานไป ทำให้ครอบครัวตำรวจต้องออกไปเช่าบ้านข้างนอกอยู่เอง" พ.ต.อ.ชินวัฒน์กล่าว

 

วันที่ 04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ปีที่ 36 ฉบับที่ 12749 มติชนรายวัน

ประชันไอเดียเด็ด ประกวดโรงพักชั่วคราว พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

            นับเป็นความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของตำรวจ รวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการโรงพักทั่วประเทศ หลังจากเกิดกรณีปัญหาการก่อสร้างโรงพักทั่วประเทศ 396 แห่งทดแทนโรงพักหลังเก่า และการก่อสร้างแฟลตตำรวจ 163 หลัง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ว่าจ้าง บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นคู่สัญญา เกิดปัญหาก่อสร้าง ล่าช้า และมีแนวโน้มจะไม่สามารถก่อสร้างเสร็จตามสัญญาในวันที่ 14 มีนาคม 2556 ตามสัญญา

         เป็นระยะเวลา 1 ปีกว่าโรงพักหลายแห่งที่ถูกทุบอาคารหลังเก่าเพื่อรอสร้างหลังใหม่ แต่เมื่อผู้รับเหมามีปัญหาก่อสร้างต่อได้ จึงกลายเป็นปัญหาคาราคาซัง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีที่ทำงาน จึงต้องหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันต่างๆ นานา แล้วแต่ว่าจะมีหนทางไหนพอจะทำให้สามารถทำงานต่อกันได้บ้าง

         วิธีแก้ปัญหา มีทั้งใช้บ้านพัก แฟลตตำรวจ ศูนย์เด็กเล็ก หน่วยงานราชการอื่น หรือแม้แต่ศาลาวัด มาดัดแปลงเป็นโรงพักชั่วคราวตามมีตามเกิด

         พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เข้าใจถึงปัญหาอันหนักหน่วงของลูกน้องทั่วประเทศเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ทันที เพราะมีรายละเอียดขั้นตอนในแง่มุมของกฎหมายมาเกี่ยวข้องอีกมาก โดยเฉพาะความเสียหายครั้งนี้ลุกลามไปทั่วประเทศ

          ดังนั้น ผบ.ตร.จึงเกิดไอเดีย จัดประกวดโรงพักชั่วคราวดีเด่น โดยโฟกัสไปถึงวิธีการของโรงพักแต่ละแห่งที่มีปัญหาก่อสร้าง จะสามารถประยุกต์การใช้งาน ใช้การบริหารในช่วงวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสได้อย่างไร โดยจะมีรางวัลให้เป็นกำลังใจ และยังเป็นการชดเชยให้กับโรงพักทั้ง 396 แห่งที่มีปัญหาเหล่านี้ พลาดการประกวดโรงพักดีเด่นไปในปีที่ผ่านมา เพราะไม่เข้าเกณฑ์การประกวดเนื่องจากอยู่ระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซม สำหรับรายละเอียดในการประกวด คาดว่าคงจะได้เห็นเป็นรูปธรรมในสัปดาห์นี้

          คราวนี้ลองมาดูตัวอย่างวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของบรรดาโรงพักต่างๆ ว่าจะรับมือกันได้บรรเจิดแค่ไหน และมองการจัดประกวดอย่างไร

          สถานีตำรวจภูธร (สภ.) มาบตาพุด อ.เมืองระยอง ถูกผู้รับเหมารื้อถอนสถานีหลังเก่า จนต้องไปอาศัยศาลเจ้ามาบตาพุด เดิมใช้ตู้ คอนเทนเนอร์เป็นห้องควบคุมผู้ต้องหา สภาพภายในตู้ผู้ต้องหาต้องทนต่อสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว เกรงจะมีปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน ต้องได้รับความสะดวกสบายตามสมควร จึงต้องนำ ผู้ต้องหาไปฝากขังไว้โรงพักใกล้เคียงที่มีแข็งแรงพอ

            บางคดีต้องรีบสอบสวนให้เสร็จในวันเดียวกันแล้วส่งฟ้องศาล ห้องคลังเก็บอาวุธปืนก็ไม่มีต้องนำไปฝากไว้ที่อื่น ห้องทำงานของผู้กำกับก็ไม่มี ที่ผ่านมาผู้บริหารโรงงานนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งวิศวกรโรงงานชาวต่างชาติมาติดต่อราชการ ถามว่าโรงพักหายไปไหน ประชาชนมาติดต่อก็ไม่ได้รับความสะดวกสบาย

          ปัญหานี้ ทำให้ พ.ต.อ.เสรี เศรษฐกร ผกก.สภ.มาบตาพุด แก้ปัญหาโดยนำห้องประชุมปรับเปลี่ยนเป็นห้องรับแจ้งความ พร้อมพนักงานสอบสวน และใช้เป็นห้องคลังเก็บอาวุธปืน อยู่ในห้องเดียวกัน บางส่วนบ้านพักห้องแถวข้าราชการตำรวจ เป็นศูนย์ป้องกันปราบปราม และห้องวิทยุ บ้านพักผู้กำกับใช้เป็นห้องประชุม และห้องทำงานผู้กำกับ โดยไม่ต้องไปเช่าศาลเจ้ามาบตาพุดใช้เป็นที่ประชุมเหมือนก่อน

          ส่วนผู้กำกับก็ต้องไปเช่าโรงแรมเป็นที่พักชั่วคราว ห้องควบคุมผู้ต้องหาได้ปรับเปลี่ยนห้องสุขาบางส่วนเป็นห้องขัง เพราะผู้ต้องหาต้องได้รับความสะดวกสบายพอสมควรในเรื่องของสิทธิมนุษยชน พร้อมติดป้ายประกาศขออภัยแก่ประชาชนที่มา ติดต่อราชการไว้ที่หน้าบริเวณทางเข้าสถานีตำรวจ

          พ.ต.อ.เสรี กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมมีแนวคิดจัดประกวดแข่งขันโรงพักที่ประสบปัญหา เป็นโรงพักดีเด่น เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นขวัญกำลังใจ ที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่ให้ความสำคัญแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาที่กำลังประสบปัญหา และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาอย่างเต็มกำลังความสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้

          ด้าน พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีต้องอาศัยกองบังคับการตำรวจภูธรหลังเก่าเป็นที่ทำงาน ทำให้ไม่มีที่เก็บเอกสาร อาคารหลังเก่าก็ไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับให้เป็นสถานีตำรวจ ไว้คอยรองรับบริการพี่น้องประชาชน จึงต้องปรับปรุงและแยกส่วนบางแผนกงานไปทำงานที่อื่น เช่น ฝ่ายสืบสวนต้องแยกไปทำงานตึกเก่าของศูนย์วิทยุตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และดัดแปลงหน่วยส่งกำลังบำรุงเป็นห้องขัง ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีผู้ต้องขังหลบหนี แต่สามารถจับกุมตัวไว้ได้ในเวลาต่อมา อัยการก็สั่งไม่ฟ้องตำรวจผู้บกพร่อง เนื่องจากสาเหตุเกิดจากอาคารไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับควบคุมตัวผู้ต้องหา ปัจจุบันจึงได้ทำการเสริมความแข็งแรง และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ แต่ก็ไม่ถูกต้องตามหลักมาตรฐานของห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด

          ส่วนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มี สภ. 3 แห่งที่รื้อถอนอาคารไป ประกอบด้วย สภ.ทุ่งสง สภ.ปากพนัง และ สภ.เขาพังไกร อ.หัวไทร แต่ละแห่งต้องใช้ความสามารถพิเศษ ในการเข้าไปแก้ปัญหา

พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว. นครศรีธรรมราช กล่าวว่า สภ.เขาพังไกร รื้อถอนประมาณเดือนมีนาคม 2554 จึงต้องย้าย ไปใช้อาคารหอประชุมอเนกประสงค์ของ สภ.เขาพังไกร และห้องแถวบ้านพักตำรวจ ชั้นประทวน ส่วนห้องขัง ได้ใช้ห้องขังของ สภ.บางนบ อยู่ห่างจาก สภ.เขาพังไกรประมาณ 20 กม. เป็นการชั่วคราว

           "วันนี้จึงถือเป็นวิกฤตสามารถปรับเป็นโอกาสได้ ทำให้ สภ.ขนาดกลางยังพอยืน อยู่ได้ท่ามกลางความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นคดีอาชญากรรมที่มีขึ้นมาก ตลอดถึงภัยธรรมชาติที่มักจะเข้ามาเยี่ยมเยียนพื้นที่บ่อยครั้ง ขณะที่ ตร.ออกไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม กลับเข้ามายังที่ทำงานและบ้านพักพบว่าก็มีน้ำท่วมเช่นกัน"

           ส่วนที่โรงพัก สภ.กระชอน อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา พ.ต.ท.เฉลิมเดช เฉลิมวงค์ สารวัตรใหญ่ สภ.กระชอน เล่าถึงวิธีแก้ปัญหาว่า ได้จัดทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อหาเงินมาทำโรงพักชั่วคราวก่อน และการทอดผ้าป่าครั้งนั้นได้เงินมาทั้งหมดกว่า 2 แสนบาท จึงได้นำเงินทั้งหมดมาสร้างอาคารไม้ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 5 เมตร หลังคามุงกระเบื้อง รับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้านแบบวันสต๊อปเซอร์วิส ด้านในอาคารแบ่งเป็น 2 ห้อง คือห้องพนักงานสอบสวน กับห้องพนักงานวิทยุสื่อสาร ส่วนห้องเก็บของกลาง ก็ได้ใช้ไม้ยูคาลิปตัส เป็นรั้ว กั้นด้วยลวดหนาม หลังคามุงสังกะสี ปัจจุบันมีของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ประมาณ 20 คัน ส่วนห้องควบคุมผู้ต้องหานั้น ขณะนี้ยังไม่มี ต้องฝากไว้ที่ สภ.โนนแดงชั่วคราวก่อน

           พ.ต.อ.อักษร วงศ์ใหญ่ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวถึงการประกวดโรงพักดีเด่นว่า ตนพร้อมทำตามนโยบายผู้บังคับบัญชา แต่โรงพักกองเมืองถูกรื้อทิ้งอาคารบางส่วนเท่านั้น ไม่ได้ทุบทิ้งทั้งหมด ยังมีอาคารทำงานได้อยู่ อาจได้เปรียบโรงพักที่ถูกรื้อทิ้งทั้งหมดซึ่งน่าเห็นใจ

           พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผกก.สภ. พร้าว จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การประกวดขึ้นอยู่วิสัยทัศน์หัวหน้าโรงพักแต่ละแห่ง ว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าบริการประชาชนให้ดีอย่างไร มีศักยภาพพัฒนาปรับปรุงโรงพักชั่วคราวได้มากน้อยแค่ไหนซึ่งโรงพักอาศัยความร่วมมือจากส่วนราชการ และชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.พร้าว จัดหาสถานที่ทำเป็นโรงพักชั่วคราว ได้รับความร่วมมือ ช่วยเหลือเป็นอย่างดี เพราะทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน

           ส่วน พ.ต.อ.สิริพงษ์ ศรีทัน ผกก.สภ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า สภ.ลับแลคงไม่ส่งเข้าประกวด เนื่องจากต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมาก ในการปรับปรุงสถานที่ทำงาน ยอมรับว่างบประมาณของ สภ.ลับแล ไม่มีแล้ว หาก สตช.จะสนับสนุนงบประมาณบางส่วนให้ก็คงไม่ขอรับเพื่อนำมาปรับปรุงโรงพักเพื่อส่งประกวด แม้ สภ.ลับแล จะไม่มีโรงพักทำงาน แต่ก็ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้การบริการที่ดีกับประชาชน

           ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของไทยในยามนี้อย่างยิ่ง เพราะนอกจากภารกิจบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนหนักอึ้งอยู่แล้ว ยังต้องมานั่งแก้ปัญหาหนักอกที่ตัวเองไม่ได้ก่อเช่นนี้อีก

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด