FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

DSI

วันที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ปีที่ 36 ฉบับที่ 12748 มติชนรายวัน


คดีพิเศษฮั้ว 396 โรงพัก ธาริตเซ็น นัดตร.มอบข้อมูลว่าจ้าง 
พิจิตรโวยแฟลต-สภ.ค้าง ทุลักทุเลใช้รถขังผู้ต้องหา แดงอุตรดิตถ์ได้ทีขย่มซ้ำ


ดัดแปลง - สภ.ดงป่าคำ จ.พิจิตร ที่ต้องใช้แฟลตตำรวจดัดแปลงเป็นโรงพักชั่วคราวหลังโรงพักหลังเก่าถูกรื้อทิ้งเพื่อสร้างใหม่แต่ผู้รับเหมาทิ้งงาน (ภาพเล็ก) สภาพรถควบคุมผู้ต้องหาที่เอาไว้คุมขังผู้ต้องหาหลังสอบสวนเสร็จ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 

         ธาริต'เซ็นอนุมัติสร้าง 396 สภ.ฉาวเป็นคดีพิเศษปมฮั้วประมูล 4 ก.พ. แดงอุตรดิตถ์รณรงค์ให้ ปชช.ที่เดือดร้อนโรงพักสร้างไม่เสร็จร่วมตรวจสอบ

 

@ 'ธาริต'เซ็น 396 สภ.เป็นคดีพิเศษ

        นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวน คดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะลงนามอนุมัติในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ กรณีปัญหาการก่อสร้างโรงพักทั่วประเทศ 396 แห่งทดแทนโรงพักหลังเก่า เป็น คดีพิเศษในความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำผิดการเสนอราคาต่อ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (ฮั้วประมูล) โดยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ว่า ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ จะลงนามอนุมัติ ปัญหาการก่อสร้างโรงพักทั่วประเทศ 396 แห่ง เป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการ โดยไม่ต้องขออนุมัติคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เพราะคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูลเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.แนบท้ายของกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษ 

        "ทั้งนี้จะพิจารณาบางประเด็นของการกระทำผิดของบริษัทเพิ่มเติม ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบคาดว่าในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ จะเรียกพนักงานสอบสวนมาสอบถามความคืบหน้าในส่วนของเอกสารต่างๆ รวมทั้งกรณีเรื่องการก่อสร้างแฟลต 163 แห่งด้วยเช่นกัน" นายธาริตกล่าว 

นายธาริตกล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่ระบุว่า ผู้บริหารบริษัทเอกชนที่รับงานหลบหนีไป ต่างประเทศว่า ยังไม่ทราบข้อมูล แต่จะสั่งให้ตรวจสอบ

 

@ 6 ก.พ.ข้อมูลจากตำรวจ

       พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ดีเอสไอกำลังสอบสวนในเชิงลึก พร้อมทั้งขอข้อมูลไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประกอบการสืบสวนสอบสวนให้รู้ถึงที่มาที่ไปก่อน ซึ่งได้ประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ จะเข้าไปรับเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วยตัวเอง เพราะอธิบดีได้อนุมัติให้สืบสวนสอบสวน เพื่อนำไปสู่คดีพิเศษแล้ว

 

@ แดงอุตรดิตถ์ลุยตรวจด้วย

        วันเดียวกัน นายปัณณวัฒน์ นาคมูล ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.อุตรดิตถ์ พร้อมสมาชิก นปช.กว่า 30 คน รวมตัวกันที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างสถานีตำรวจภูธร (สภ.) ลับแล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ แห่งใหม่ ซึ่งเป็น 1 ใน 7 แห่งที่ผู้รับเหมาทิ้งงานมานานกว่า 2 ปี พร้อมเขียนป้ายโจมตีผลงานการสร้าง สภ.ทั่วประเทศ ในสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

          นายปัณณวัฒน์ กล่าวว่า ผลงานการสร้าง สภ.ทั่วประเทศทั้ง 396 แห่ง ในสมัยของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการตอกย้ำให้ประชาชนคนไทยทั่วประเทศได้เห็นว่าเป็นผลงานที่ล้มเหลว ปล่อยให้มีการผลาญงบประมาณที่เป็นเงินภาษีของประชาชนทุกคน ทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง ตำรวจเดือดร้อนเพราะไม่มีสถานที่ทำงาน ประชาชนได้รับการบริการที่ไม่สะดวกสบาย 

         "นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ จะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ และหนีความจริงไปไม่พ้น อยากเรียกร้องให้ประชาชนทั่วประเทศออกมาช่วยกันปกป้องงบประมาณของตัวเอง โดยการช่วยกันตรวจสอบผลงานอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในยุคของรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ" นายปัณณวัฒน์กล่าว

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภ.7 แห่งที่ผู้รับเหมาทิ้งงานใน จ.อุตรดิตถ์ ประกอบด้วย สภ.ลับแล, สภ.พญาแมน, สภ.นาอิน อ.พิชัย, สภ.น้ำหมัน, สภ.ท่าปลา, สภ.ฟากท่า และ สภ.ตรอน โดย 3 แห่งคือ สภ.ลับแล สภ.พญาแมน และ สภ.นาอิน อาคารที่ใช้งานอยู่ได้ถูกรื้อไปแล้ว จึงทำให้ตำรวจเดือดร้อน เนื่องจากไม่มีสถานที่ทำงาน 

 

@ แฉ'สุรินทร์'แค่เสาโด่เด่

          พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) สุรินทร์ กล่าวว่า การก่อสร้างโรงพักที่ จ.สุรินทร์มี 13 แห่ง แต่ละแห่งมีปัญหาแตกต่างกันไป บางแห่งเพิ่งจะตั้งเสาได้โด่เด่เท่านั้น โดยเฉพาะ สภ.เมืองสุรินทร์ เป็นโรงพักหลังใหญ่งบประมาณ 26,725,000 บาท เริ่มงานวันที่ 26 มีนาคม 2554 กำหนดงานเสร็จวันที่ 17 มิถุนายน 2555 แต่เพิ่งจะมาลงงานเมื่อกลางปี 2555 พอปลายปีก็ทิ้งงานหายหัวไปเลย สร้างความยากลำบากทั้งตำรวจที่ไม่มีสถานที่ทำงาน และประชาชนที่มาติดต่อราชการ คงต้องสั่งยกเลิกสัญญาจ้างแล้วหาผู้รับจ้างรายใหม่เข้ามาทำงานต่อให้แล้วเสร็จ

 

@ 'ท่าบ่อ'ปรับบ้านผกก.เป็นโรงพัก

          พ.ต.อ.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี ผกก.สภ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย กล่าวว่า ระยะแรกที่รื้ออาคาร สภ.ท่าบ่อ ได้ขอใช้อาคารของเทศบาลเมืองท่าบ่อเป็นโรงพักชั่วคราวจนเกิดความสับสนของประชาชนที่มาใช้บริการทำให้ต้องกลับมาใช้ศาลาที่จอดรถด้านข้างโรงพักแล้วต่อเติมเป็นที่ทำการชั่วคราว ซึ่งตำรวจทั้งหมด 107 นาย ต้องเบียดเสียดกันทำงาน บางครั้งฝนตกลมแรงฝนสาดเข้าช่องลมเอกสารทางราชการได้รับความเสียหายต้องหาผ้าใบมาคลุมไว้ ส่วนห้องควบคุมตัวผู้ต้องขังใช้การก่อสร้างชั่วคราวใช้สำหรับควบคุมผู้ต้องหาในคดีเล็กน้อย เช่น คดีเสพยาเสพติด เมาสุรา คนต่างด้าว แต่หากเป็นคดีสำคัญต้องคุมตัวผู้ต้องขังไปคุมขังไว้ที่ สภ.เวียงคุก อ.เมือง หนองคาย เป็นการชั่วคราว 

         "แม้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะอนุญาตให้โรงพักพิจารณาเช่าอาคารในบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ทำการไปพลางก่อน แต่ผมเห็นว่าอาจสร้างความสับสนแก่ประชาชน และสุดท้ายต้องกลับมาที่โรงพักเหมือนเดิม จึงได้หาวิธีใหม่ด้วยการประสานของบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หนองคาย เพื่อปรับปรุงบ้านพักผู้กำกับการในบริเวณโรงพักให้เป็นอาคารสำนักงานชั่วคราว ซึ่งได้ยื่นแบบแปลนให้ อบจ.หนองคาย พิจารณาภายใต้โครงการศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดงบประมาณ 852,138 บาท หากได้รับการสนับสนุนจะดำเนินการปรับปรุงบ้านพักให้เป็นที่ทำการ สภ.ท่าบ่อ ทันที" พ.ต.อ.สมชายกล่าว 

 

@ 'พิจิตร'ทิ้งงานทั้ง'แฟลต-สภ.'

         พ.ต.อ.ธวัธชัย มวลนรา รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร เผยว่า ใน จ.พิจิตร มีสถานีตำรวจที่ผู้รับเหมาทิ้งงานอยู่ 4 สถานีคือ สภ.ตะพานหิน สภ.สามง่าม สภ.ดงป่าคำ และ สภ.บางลาย รวมทั้งแฟลตตำรวจอีก 2 แห่ง ซึ่งขณะนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนมาก คือ สภ.บางลาย และ สภ.ดงป่าคำ ไม่มีที่ทำการเนื่องจาก สภ.เก่าถูกรื้อแล้วสร้างอาคารใหม่ต้องย้ายสำนักงานไปอยู่ตามบ้านพักตำรวจ ทำให้ตำรวจไม่มีที่พักอาศัยได้รับความลำบากกันถ้วนหน้า นอกจากนี้ สภ.ดงป่าคำ และ สภ.บางลาย ไม่มีห้องขังผู้ต้องหาต้องนำตัวไปฝากไว้ที่ สภ.อื่น

          "ผู้รับเหมาทิ้งงานปล่อยให้ลูกน้องอยู่กันอย่างอดๆ อยากๆ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรวบรวมเงินเพื่อเป็นค่ารถให้กลับบ้านไป" พ.ต.อ.ธวัธชัยกล่าว และว่า อยากให้ทางรัฐบาลเร่งดำเนินการปลูกสร้างให้เสร็จเร็วๆ หน่อย ตำรวจจะได้มีแรงทำงาน ไม่ว่าจะประมูลใหม่หรือหาผู้รับเหมามาดำเนินการให้เสร็จอย่างรวดเร็ว เพราะขณะนี้ตำรวจอยู่กันอย่างลำบากมาก 

 

@ 'ดงป่าคำ'ใช้รถแทนห้องขัง

         ร.ต.ต.พีรพัฒน์ บุ่งเจริญศักดิ์ ตำรวจ สภ.ดงป่าคำ อ.เมืองพิจิตร กล่าวว่า จากการที่ผู้รับเหมาทิ้งงานสร้างโรงพักไม่เสร็จ ทำให้ตำรวจ สภ.ดงป่าคำ ต้องใช้แฟลตตำรวจเป็นที่ทำการ เวลาประชาชนมาใช้บริการก็คับแคบ เท่าที่ตนมา ปฏิบัติหน้าที่ที่ สภ.ดงป่าคำ ตั้งแต่ปลายปี 2553 โรงพักก็ถูกรื้อแล้ว 

         "หลังนำแฟลตมาเป็นสำนักงานทำให้ห้องพักตำรวจที่มีอยู่ 20 ห้อง แต่กำลังตำรวจ สภ.ดงป่าคำ มีอยู่ 30-40 นาย จึงไม่เพียงพอบางรายต้องไปเช่าบ้านข้างนอก ส่วนผมมีบ้านอยู่ อ.ตะพานหิน ก็จะกลับไปพักที่บ้าน เพราะไม่มีห้องพัก" ร.ต.ต.พีรพัฒน์กล่าว และว่า ที่ลำบากมากคือเวลามีคดีที่โรงพักจับผู้ต้องหามาได้ไม่มีห้องขังเวลากลางวัน จะนำผู้ต้องหามาขังไว้ในรถควบคุมผู้ต้องหา ส่วนกลางคืนจะนำผู้ต้องหาไปฝากขังไว้ที่ สภ.เมืองพิจิตร ยอมรับว่าลำบากมากเวลาจะสอบสวนผู้ต้องหาต้องไปรับมาสอบสวน อยากให้ทางภาครัฐเร่งช่วยด่วน

 

@ 'หาดใหญ่'สร้างโครงถึงชั้น 3

          เวลา 14.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.ท.เสกสรร ศรีตุลาการ รองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางลงพื้นที่ ตรวจสภาพการก่อสร้าง สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบว่ามีการก่อสร้างไปแล้วประมาณ 60% โดยโครงอาคารถึงชั้นที่ 3 แล้ว มี พ.ต.ท.ธรรมรัตน์ เพชรหนองชุม รอง ผกก.ป.สภ.หาดใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลการดำเนินการโครงการ

       พ.ต.ท.เสกสรร กล่าวว่า ได้ตรวจสอบความคืบหน้าในการก่อสร้างมาแล้วหลายจังหวัด พบว่า สภ.หาดใหญ่ มีการก่อสร้างที่รุดหน้ามากกว่าที่อื่นๆ จากการตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่ บริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นคู่สัญญากับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จ้างเหมาช่วง แต่ไม่ได้มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เมื่อก่อสร้างครบกำหนดเบิกเงินตามงวดงาน ทางบริษัทพีซีซีฯกลับไม่จ่ายเงินให้กับผู้เหมาช่วง จึงเกิดปัญหา ซึ่งหลายแห่งมีผู้ประกอบการที่เหมาช่วงต่อพร้อมที่จะให้ปากคำกับดีเอสไอ 

 

@ 'นาหว้า'แค่ตั้งเสาโครงเหล็ก

         ที่ จ.นครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบ พบว่าโรงพักที่ประสบปัญหาการก่อสร้างโรงพักแล้วผู้รับจ้างทิ้งงาน 7 แห่ง ประกอบด้วย สภ.หนองฮี สภ.กุตาไก้ อ.ปลาปาก สภ.หนองบ่อ สภ.พระซอง อ.นาแก สภ.นาโดน อ.เรณูนคร สภ.นาหว้า อ.นาหว้า และ สภ.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม ที่มีปัญหาหนักสุด คือ สภ.นาหว้า เนื่องจากตั้งเสาโครงเหล็กไว้ รอเทคอนกรีตเพียง 10 ต้นเท่านั้น แล้วถูกปล่อยทิ้งร้างมานานนับปี ทั้งที่สภาพโรงพักที่ใช้งานปัจจุบันเป็นแบบไม้ยกสูง 2 ชั้น อยู่ในสภาพเก่าทรุดโทรม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนผู้มาใช้บริการไม่ได้รับความสะดวกสบาย ขณะที่ สภ.นาโดน ต้องตั้งที่ทำการชั่วคราวภายในบ้านพักตำรวจที่มีสภาพเก่าทรุดโทรม เนื่องจากโรงพักหลังเก่าได้ถูกรื้อถอนมานานนับปี

 

@ ใช้ที่ทำการกำนันทำโรงพัก

         พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผกก.สภ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เผยว่า ได้รื้อโรงพักที่เป็นไม้ 2 ชั้น อายุ 50 ปี เพื่อสร้างใหม่บริเวณเดิม เมื่อเมษายน 2554 ใช้งบประมาณ 17 ล้านบาท แต่ผู้รับเหมาสร้างฐานราก และโครงสร้างถึงชั้นที่ 3 เท่านั้น หรือ 20% ของอาคาร และส่งมอบงานเพียง 2 งวด ก่อนผู้รับเหมาทิ้งงาน โดยอ้างว่าไม่ได้รับเงินค่าสร้างค้างจ่าย ตั้งแต่กลางปีแล้ว

        "ตอนนี้ใช้ที่ทำการกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.พร้าว บริเวณที่ว่าการอำเภอ เป็นห้องพนักงานสอบสวน ส่วนฝ่ายสืบสวน ห้องวิทยุ กำลังพล จราจร ใช้ห้องแถวบ้านพักตำรวจชั้นล่างเป็นที่ทำงาน และใช้ตู้ยามป่าไหน เป็นห้องกักขังผู้ต้องหาชั่วคราว ทำให้ทำงานลำบาก ไม่สะดวก ประชาชนเดือดร้อน ต้องติดต่อโรงพักหลายสถานที่" พ.ต.อ.ปิยะพันธ์กล่าว และว่า อยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตัดสินใจยกเลิกสัญญาผู้รับเหมารายเดียว และกระจายงานก่อสร้างให้กองบังคับการตำรวจจังหวัดเป็นผู้ดูแลควบคุมก่อสร้างเอง เพื่อให้งานเดินหน้าและแล้วเสร็จตามสัญญา 

 

@ 'กล้านรงค์'เผยยังไม่มีใครร้อง

      นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และโฆษก ป.ป.ช. กล่าวถึงปัญหาการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งทั่วประเทศ จะผิด พ.ร.บ.ฮั้วประมูลหรือไม่ ว่ายังไม่เห็นข้อเท็จจริงจึงไม่สามารถบอกได้ว่าผิด พ.ร.บ.ฮั้วหรือไม่ ดังนั้น จะต้องดูในรายละเอียดต่างๆ ก่อน ขณะนี้ยังไม่มีบุคคลใดมาร้อง ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ

 

วันที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8102 ข่าวสดรายวัน

ตร.จับมือมท. เช็กบิล 396 สภ. เก็บข้อมูลฟันซ้ำ ฟ้องค่าเสียหาย

         ฉาวโฉ่ - สภาพสภ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ในโครงการก่อสร้างอาคารสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่งของรัฐบาลชุดที่แล้ว มีแต่เพียงเสาโด่เด่สนิมเขรอะ เนื่องจากผู้รับเหมาทิ้งงานไปดื้อๆ ทั้งตำรวจและประชาชนที่มาติดต่อราชการเดือดร้อนกันถ้วนหน้า เมื่อวันที่ 2 ก.พ.

          ตร.จับมือมหาดไทย ลุยตรวจสอบซากโรงพัก 396 แห่งทั่วปท.สางปมงบกับงานที่ก่อสร้างเหลือสมดุล-เสร็จทันกรอบเวลา 14 มี.ค.หรือไม่ พร้อมรอผู้รับเหมารายเดิมเข้าชี้แจง 4 ก.พ. โรงพักต่างจังหวัดโวยอีก ตร.พิจิตรเซ็งใช้แฟลตที่พักเป็นที่ทำงาน-รับแจ้งความ แถมต้องใช้รถควบคุมขังผู้ต้องหา-ฝากไปขังโรงพักอื่น "ศรีสะเกษ" ถูกทิ้งงานกว่า 10 โรงพัก บางแห่งมีเพียงเสาอย่างเดียว

        เมื่อวันที่ 2 ก.พ. พ.ต.อ.ธวัธชัย มวลนรา รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร กล่าวถึงการก่อสร้างสถานีตำรวจในพื้นที่ว่า สำหรับ จ.พิจิตร มีสถานีตำรวจที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน 4 แห่ง ประกอบด้วย สภ.ตะพานหิน สภ.สามง่าม สภ.ดงป่าคำ สภ.บางลาย และแฟลตตำรวจอีก 2 แห่ง

          ส่วนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากคือ สภ.บางลาย และ สภ.ดงป่าคำ เนื่องจากสถานีตำรวจแห่งเก่าถูกรื้อทิ้งไปแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องย้ายไปทำงานตามบ้านพัก ที่สำคัญยังไม่มีห้องขัง โดยในช่วงกลางวันจะนำตัวผู้ต้องหามาขังที่รถควบคุม จากนั้นในช่วงกลางคืนจะนำไปฝากขังไว้ที่โรงพักอื่นในพื้นที่ใกล้เคียง จึงอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จโดยเร็ว ไม่ว่าจะประมูลใหม่หรือหาผู้รับเหมามาดำเนินการ เพราะขณะนี้ตำรวจอยู่กันอย่างยากลำบาก

         สำหรับ จ.พิษณุโลก พ.ต.อ.เฉลิม สุวรรณรัตน์โอสถ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวว่า ขณะนี้สถานีตำรวจในสังกัด จ.พิษณุโลก ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จและถูกปล่อยทิ้งงานทั้งหมด 6 แห่ง ประกอบด้วย สภ.เมืองพิษณุโลก สภ.บ้านแยง อ.นครไทย สภ. ไทรย้อย อ.เนินมะปราง สภ.ดงประคำ อ.พรหมพิราม สภ.เนินมะปราง และ สภ.นครชุม อ.นครไทย โดยมี 3 สถานีตำรวจที่ถูกรื้ออาคารทิ้งไปแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีสถานที่ทำงาน

          พ.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ตำรวจในพื้นที่ไม่มีส่วนในการทำสัญญากับผู้รับเหมา แต่ผู้รับเหมารายใหญ่ทำสัญญากับสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรง ตอนนี้สถานีตำรวจแต่ละแห่งที่มีการก่อสร้างอาคารไม่แล้วเสร็จและถูกปล่อยทิ้งร้างไว้ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้รับเหมาให้มาดำเนินการก่อสร้าง พร้อมรายงานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับทราบปัญหาดังกล่าว

          ส่วนใน จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ชัยพร พานิชอัตรา รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า จากสัญญาในการก่อสร้างสถานีตำรวจพบว่าเหลืออีกเพียงไม่กี่วันก็จะครบกำหนด แต่สภาพสถานีตำรวจกลับยังไม่เรียบร้อย บางแห่งมีแค่เสาและบางแห่งผู้รับเหมาทิ้งงาน เรื่องนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบ เพราะจากการตรวจสอบเมื่อปี 2554 หลายสถานีตำรวจมีปัญหาการก่อสร้างไม่คืบหน้า ผกก.แต่ละสถานีได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบแล้ว รวมทั้งสมุห์บัญชีได้ตรวจสอบและระบุข้อสงสัยหลายประเด็น ทั้งบริษัทผู้รับเหมาประสบปัญหาทางการเงิน และน่าจะส่ง ผลกระทบต่อการดำเนินงาน อีกทั้งยังนำเงินจากโครงการไปหมุนใช้ในโครงการก่อสร้างอื่นๆ ของบริษัท

           พ.ต.อ.ชัยพร กล่าวอีกว่าในจ.ขอนแก่น มีสถานีตำรวจที่ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ 5 แห่ง โดยบางแห่งมีแต่ฐานราก ประกอบด้วย สภ.อุบลรัตน์ สภ.แวงใหญ่ สภ.แวงน้อย สภ.สีชมพู และ สภ.มัญจาคีรี ซึ่งก่อสร้างไปได้แค่ชั้นที่ 3 แล้วเสร็จไปบางส่วน เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบรับทราบข้อมูลจากผู้รับเหมาที่รับช่วงมาว่าได้รับเงินไม่ตรงกับจำนวนงวดที่ส่งงานล่าช้า หรือได้รับไม่ครบตามจำนวนที่เสนอไป ทำให้การก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด

          ขณะที่ จ.ศรีสะเกษ พบมีผู้รับเหมาทิ้งงานก่อสร้างสถานีตำรวจกว่า 10 แห่ง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ประสบปัญหาด้านอาคารสถานที่ในการทำงาน เพราะได้มีการรื้อถอนอาคารเก่าไปหมดแล้ว ซึ่งบางแห่งพบว่ามีเพียงแค่การเทเสาปูนและทำโครงเสาเหล็กไว้เท่านั้น โดยทิ้งการก่อสร้างมานานกว่า 2 ปีและไม่ก่อสร้างต่อ โดยเฉพาะที่ สภ.ขุขันธ์ พบมีการก่อเสาปูนไว้เพียง 20 ต้น และถูกปล่อยทิ้งไว้จนสนิมเริ่มมาเกาะ

          พ.ต.อ.ปรีชา คณาคร ผกก.สภ.ขุขันธ์ กล่าวว่า ย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็นผกก.สภ.ขุขันธ์ ประมาณ 2 เดือน และไม่พบผู้รับเหมามาก่อสร้างสถานีตำรวจแห่งใหม่ให้แล้วเสร็จ จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการใช้ห้องประชุมที่ค่อนข้างคับแคบมาแบ่งเป็นสัดส่วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ปฏิบัติงาน ทำให้บริการประชาชนไม่สะดวกเท่าที่ควร 

          ที่ จ.กระบี่ พ.ต.อ.สนธยา แสงเภา ประธานคณะอนุกรรมาธิการ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบและติดตามการบริหารงบประมาณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วุฒิสภา พร้อมคณะ เดินทางมาติดตามการบริหารงบประมาณในพื้นที่ โดยมีพล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล ผบก.ภ.จว.กระบี่ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการสอบถามถึงปัญหาในด้านต่างๆ จากนั้นเข้าตรวจสภาพแฟลตตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ ที่กำลังก่อสร้าง

        พ.ต.อ.สนธยา กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบเป็นการทิ้งงานเหมือนทั้งประเทศ หลังจากนี้จะนำปัญหาที่เกิดขึ้นไปอภิปรายและเร่งหาแนวทางแก้ไข โดยจัดงบประมาณมาก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อช่วยเหลือตำรวจที่ไม่มีที่พักและเป็นการลดรายจ่าย ส่วนแนวทางการจัดการในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย เพราะถือว่าทำผิดสัญญาจ้าง

            ด้านพล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง (ผบช.สกบ.) กล่าวว่า หลังจากประชุมร่วมกันแล้วทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับเนื้องานสิ่งก่อสร้างและงบประมาณต่างๆ โดยลงพื้นที่ตระเวนตรวจสอบและขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่โยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบว่ามีความสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด และสามารถดำเนินการในส่วนที่เหลือให้เสร็จสิ้นทันภายในวันที่ 14 มี.ค.หรือไม่ โดยกำหนดระยะเวลาในการสำรวจ 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่วนจะสำรวจเสร็จทันตามเวลาหรือไม่นั้นคาดว่าอาจต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก เนื่องจากจำเป็นต้องให้ผู้ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยตรวจสอบ อีกทั้งต้องลงพื้นที่เกือบทั่วประเทศกว่า 396 โรงพัก แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบให้ได้มากที่สุด

           พล.ต.ท.สุพร กล่าวอีกว่า สำหรับวิธีการสำรวจนั้น พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. ฐานะประธานคณะกรรมการดังกล่าว สั่งการผู้บังคับการแต่ละจังหวัดทำหน้าที่ประสานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานกรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเดียวกันที่ยังคงมีโรงพักสร้างไม่เสร็จค้างอยู่ เพื่อตรวจสอบว่าปริมาณงานที่ทำและเงินที่คงเหลือมีความเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งถือเป็นวิธีที่ประหยัดเวลา

         หากภายหลังการพิจารณากำหนดให้ยกเลิกสัญญากับผู้ว่าจ้างเดิม ผู้ว่าจ้างรายใหม่ที่เข้ามาจะสามารถดำเนินงานต่อได้ รวมทั้งกรณีที่มีการฟ้องร้องทางคดีกันอีกหรือการโต้แย้ง สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ว่าจะทราบจำนวนค่าเสียหายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติสูญเสียไปได้ทันที โดยจะทำงานควบคู่กันระหว่างพิจารณารอผลสรุปการประชุม เพื่อให้ผู้รับเหมารายเดิมเข้ามาชี้แจงในวันที่ 4 ก.พ. ทั้งนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จะเป็นผู้กำหนดแนวทางการดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป

 

วันที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ปีที่ 36 ฉบับที่ 12748 มติชนรายวัน

รายงาน กมธ.ยุติธรรม พิรุธประมูล 396 โรงพัก

        ที่มา - ข้อสังเกตของรายงานการศึกษาตรวจสอบกรณีโครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย (แฟลต) 163 แห่ง และโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) 396 หลังทั่วประเทศ วงเงิน 6,672 ล้านบาท ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และรายงานที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อส่งให้รัฐบาลและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป

        คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษากรณีโครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย (แฟลต) และโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) แล้วมีข้อสังเกต ดังนี้

          1) การเปลี่ยนแปลงการประมูลจากการประมูลโดยส่วนกลางแบบรวมการครั้งเดียว โดยแยกการเสนอราคาเป็นรายภาค (ภาค 1-ภาค 9) เพื่อให้การดำเนินการประกวดราคาเปิดกว้าง และเปิดโอกาสผู้รับจ้างในส่วนกลางและภูมิภาคเข้าร่วมแข่งขันการเสนอราคาด้วยความเป็นธรรม ส่วนการดำเนินการประกวดราคา การทำสัญญา การบริหารสัญญา รวมทั้งการเบิกจ่ายเงินค่าก่อสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองพลาธิการและสรรพาวุธจะเป็นผู้ดำเนินการ (เสนอโดย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ

          ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขณะนั้น) ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงการประมูลเป็นการประมูลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยกองโยธาธิการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานจัดจ้างก่อสร้างทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียว เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติวงเงินมาครั้งเดียว การดำเนินการจัดจ้างจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการประกาศประกวดราคาจัดจ้างก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในครั้งเดียว (เสนอโดย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขณะนั้น)

            คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย เพราะการจัดจ้างโดยวิธีการดังกล่าวปรากฏให้เห็นแน่ชัดแล้วในปัจจุบันว่า ทำให้เกิดปัญหาต่อการทำงานตามสัญญาจ้าง เนื่องจากผู้รับจ้างมีรายเดียว และมีที่ทำการงานอยู่ที่เดียว แต่ต้องทำงานจ้างโดยการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจทั้งหมด 396 หลัง ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ผู้รับจ้างจึงไม่สามารถดำเนินการให้มีประสิทธิภาพตามสัญญาได้และอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา และส่งมอบงานได้ทันตามกำหนด จึงเห็นว่าการดำเนินการด้วยวิธีการประกาศประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในครั้งเดียว (แบบรวมการที่ส่วนกลาง) เป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสม

        2) ข้อบกพร่องของสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง (สัญญาเลขที่ ยธ. 13/2554) คือ ไม่มีการกำหนดระยะเวลาให้ผู้ว่าจ้างต้อง

ส่งมอบพื้นที่ให้แล้วเสร็จก่อนการริเริ่มดำเนินการตามสัญญาของผู้รับจ้าง ทำให้บางแห่งส่งมอบพื้นที่ให้กับผู้รับจ้างล่าช้าและจะเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างขอขยายระยะเวลาการทำงานได้

        3) การดำเนินการก่อสร้างโครงการอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง มีบางแห่งได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว แต่บางแห่งยังไม่ได้ดำเนินการเลย จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้รับจ้างจะไม่สามารถทำงานได้แล้วเสร็จตามที่กำหนดระยะเวลา และส่งมอบงานไม่ทันตามกำหนดระยะเวลาในสัญญา และอาจมีความเสี่ยงสูงต่อการทิ้งงาน ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องติดตามและตรวจสอบการทำงานของผู้รับจ้าง บริหารสัญญาและบังคับให้เป็นไปตามสัญญาโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

        4) จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้รับจ้างได้กระทำผิดสัญญาจ้างโดยมีการจ้างเหมาช่วง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง (ตามสัญญาข้อ 8 ของสัญญาก่อสร้างโครงการอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง สัญญาเลขที่ ยธ. 13/2554)

         5) การขยายเวลาทำงานให้กับผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างต้องพิจารณาให้ขยายเวลาได้เฉพาะสถานีตำรวจที่ยังไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ให้กับผู้รับจ้างเท่านั้น ส่วนที่มีการส่งมอบพื้นที่ และได้มีการดำเนินการก่อสร้างแล้วหากไม่แล้วเสร็จไม่ควรให้ขยายเวลาทำงาน แต่ต้องบังคับตามสัญญาโดยเคร่งครัด

         6) ตามสัญญาจ้างผู้รับจ้างเมื่อเปรียบเทียบกับราคาจากการเบิกจ่ายเมื่องานก่อสร้างสถานีตำรวจเสร็จสิ้นจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับการจ้างเหมาช่วงมีส่วนต่างค่อนข้างมาก เช่น สถานีตำรวจขนาดใหญ่ ราคาเบิกจ่ายฯ คือ 26,725,000 บาท จ้างช่วงเป็นเงิน 20,000,000 บาท สถานีตำรวจขนาดกลาง ราคาเบิกจ่ายฯ คือ 14,468,000 บาท จ้างช่วงเป็นเงิน 10,000,000 บาท คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าน่าจะมีการทุจริตในการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) ส่งผลต่อมาตรฐานการก่อสร้างที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) ดังกล่าว

         7) จากข้อเท็จจริงดังกล่าว คณะกรรมาธิการเห็นควรเสนอเรื่องต่อรัฐบาลและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

          คณะกรรมาธิการจึงขอเสนอรายงานการพิจารณาศึกษากรณีโครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย (แฟลต) และโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) พร้อมด้วยข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตามรายงานนี้ต่อที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาหากที่ประชุมได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบแล้ว ขอได้โปรดแจ้งไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

 

พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์

ประธาน กมธ.การยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา

         รายงานฉบับนี้เป็นการดำเนินการภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากตำรวจในทุกกองบัญชาการภาคต่างๆ เข้ามาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2555 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา จึงได้ตรวจสอบทั้งจากเอกสารข้อร้องเรียน รวมทั้งการลงพื้นที่ตรวจสอบ และวุฒิสภามีมติเห็นตรงกันว่า โครงการดำเนินการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) 396 แห่งทั่วประเทศ วงเงิน 6,672 ล้านบาท ส่อเค้าที่จะมีการทุจริต จากการตรวจสอบพบว่า มีความชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การประมูล จากเดิมให้มีการประมูลแบบรวมครั้งเดียวโดยส่วนกลาง แต่แยกเสนอราคาเป็นรายภาคตั้งแต่ ภาค 1-ภาค 9 เสนอในช่วง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ตร.ในขณะนั้น มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกฯในขณะนั้น เป็นผู้ลงนามเห็นชอบ แต่กลับมีการเปลี่ยนมาเป็นการประมูลด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์รวมเป็นครั้งเดียว ในสมัย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร ในขณะนั้น มีนายสุเทพเป็น

          ผู้ลงนาม อนุมัติ โดยมี บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้างรายเดียว

          นอกจากนี้ ในสัญญายังระบุให้จ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้า 15% แก่ผู้รับเหมาเป็นเงิน 877.2 ล้านบาท และหากทำงานไม่เสร็จตามกำหนดในสัญญาจะต้องเสียค่าปรับในอัตราวันละ 8.548 ล้านบาท จากนั้นมีการจ้างเหมาช่วงในกองบัญชาการต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง จนเกิดปัญหาการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ผู้รับเหมามีการทิ้งงาน กมธ.จึงมติเห็นชอบตรงกันว่า โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) 396 หลัง ส่อมีการทุจริต จากนี้จะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการนำข้อเสนอในรายงานฉบับดังกล่าวไปดำเนินการตรวจสอบหาผู้กระทำผิดต่อไป

 

 

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด