FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

CAT-TOT

'อนุดิษฐ์'พลิกแผนให้ทีโอที-กสท อยู่รอด ลุยหาพันธมิตรร่วมธุรกิจ

            “อนุดิษฐ์” ไล่บี้ ทีโอที-กสท” เร่งหาพันธมิตรร่วมธุรกิจ เพื่อความอยู่รอด และทดแทนการจัดซื้อจัดจ้าง เร่งใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่สร้างมูลค่าและเพิ่มรายได้และต้องปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ

            น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ในปี 2556 วงการโทรคมนาคมจะมีการแข่งขันกันดุเดือดอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นผลจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์มือถือ 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) ให้ผู้ประกอบการ 3 ราย ซึ่งทั้ง 3 รายจะทยอยเปิดให้บริการ 3 จี ในไตรมาส 2 ของปีนี้

            ดังนั้น กระทรวงไอซีที ในฐานะกำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมของประเทศ คือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จะต้องกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทีโอทีและ กสท ปรับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการธุรกิจของตัวเอง ทั้งรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น และรองรับสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือที่จะสิ้นสุดลง โดยจะต้องบริหารองค์กรให้อยู่รอดและสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระของภาครัฐ

            อีกทั้งจะต้องหาพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารองค์กร แทนการใช้งบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการแบบเดิมๆด้วย เพื่อความคล่องตัวในการให้บริการ ซึ่งจะส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เช่นเดียวกัน กสท ก็ต้องหาพันธมิตรทางธุรกิจเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาธุรกิจเพื่อให้บริการ 4 จี โดยการนำคลื่นความถี่ที่ได้รับอนุญาตมาทดลองการให้บริการ ซึ่งทีโอทีจะนำคลื่นความถี่ย่าน 2,300 เมกะเฮิรตซ์ มาทดลองให้บริการ 4 จีด้วยเทคโนโลยีแอลทีอี ส่วน กสท จะต้องเน้นการให้บริการระบบไอทีให้กับหน่วยงานราชการต่างๆ เช่น การให้บริการไอที คลาวด์ หรือการเป็นที่เก็บข้อมูลของส่วนราชการ

            นอกจากนี้ ทีโอทีและ กสท จะต้องนำทรัพย์สินที่มีอยู่ รวมทั้งทรัพย์สินที่จะได้รับโอนจากคู่สัญญาสัมปทานเมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุด มาใช้ให้เกิดประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพย์สิน ซึ่งจะเจรจากับคู่สัญญา เพื่อหาช่องทางในการเพิ่มมูลค่ารายได้ร่วมกัน โดยสัญญามือถือระหว่างทีโอที กับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส สัญญาจะสิ้นสุดในเดือน ก.ย.2558 สัญญาสัมปทานโทรศัพท์พื้นฐานระหว่างทีโอที กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) สัญญาสิ้นสุดปี 2560 ส่วนสัญญาสัมปทานมือถือของ กสท กับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย.2556 ขณะที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็กเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค จะสิ้นสุดในปี 2561

            “ผมพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเข้ามาช่วยกำกับดูแลทีโอทีและ กสท ในฐานะองค์กรของรัฐ ให้อยู่รอดและเลี้ยงตัวเองได้ ขณะเดียวกัน ทีโอทีและ กสท ก็ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย ผมคนเดียวคงช่วยได้ไม่มาก ถ้าคนทั้ง 2 องค์กรที่มีรวมกันเกือบ 30,000 คน ไม่ช่วยกัน ไม่สามัคคีกัน

            น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นเรื่องคลื่นความถี่ที่จะต้องสิ้นสุดลงตามสัญญาสัมปทานนั้น ได้มอบหมายให้ทีโอทีและ กสท ไปเจรจากับ กสทช. เพื่อขอใช้คลื่นความถี่ย่าน 1,800 MHz 900 MHz ต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อนำสิทธิ์ในการใช้คลื่นนั้นกลับมาดูแลลูกค้าผู้ใช้บริการอยู่ โดยในส่วนคลื่นย่าน 1,800 MHz ของทรูมูฟ และดีพีซีนั้น มีลูกค้ากว่า 34 ล้านเลขหมาย ซึ่ง กสท จะต้องทำแผนรองรับเพื่อให้ลูกค้าได้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกัน ทีโอทีก็ต้องเจรจา กสทช.เพื่อนำคลื่นย่าน 900 MHz มาใช้ดูแลลูกค้าที่มีเกือบ 40 ล้านเลขหมายให้ได้บริการเหมือนเดิม

            อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายจะระบุไว้ว่า เมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุดคลื่นความถี่ต้องคืนให้ กสทช. เพื่อนำไปประมูลต่อไป แต่เรื่องดังกล่าวก็ต้องหารือกันให้เกิดความชัดเจน เพราะหากสิ้นสุดสัญญาสัมปทานแล้วลูกค้าที่ใช้บริการอยู่เดิม จะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ลูกค้าได้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง และต้องให้คำตอบที่ชัดเจนกับลูกค้าด้วยว่าจะใช้บริการต่อไปได้หรือไม่ รวมถึงทรัพย์สินที่มีอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานจะทำอย่างไรต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งในส่วนการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้น ทั้งทีโอทีและ กสท ก็มีแผนที่จะนำสถานีฐาน (เสาโทรคมนาคม) และอุปกรณ์ต่างๆมาเปิดให้บริการเช่า ในฐานะผู้ให้โครงข่ายโทรคมนาคม ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศและถือเป็นจุดแข็งขององค์กร ซึ่งจะทำให้ทีโอทีและ กสท มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน.

               ไทยรัฐออนไลน์ โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด