FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

ประกัน

หลากแง่มุมของเทเลเซลส์ อลิอันซ์ อยุธยา คนเก่ง  ท็อป -ศิรมิตร ชั่งจิตเสถียร 'ความสำเร็จพิสูจน์ด้วยการกระทำของเราเอง'

     'หากเลือกทำงานกับองค์กรที่มีความเข้มแข็งมั่นคง เพียงแค่เราขยันศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

เชื่อว่า ทุกคนทำได้แน่นอน'

      ส่งต่อคำแนะนำดีๆ จากประสบการณ์ตรงของหนุ่มไฟแรงรุ่นใหม่ ท็อป- ศิรมิตร ชั่งจิตเสถียร พนักงานขายทางโทรศัพท์ของ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ที่วันนี้เขาได้ใช้คำพูดนี้สร้างรายได้ให้ตัวเองด้วยตัวเลข หลักแสนต่อเดือน’ ในวัยเพียง 25 ปี ไม่เพียงเท่านั้น ยังพ่วงรางวัลการันตีความสามารถอีกมากมาย และรางวัลเกียรติยศยิ่งใหญ่ของคนขายประกัน ‘The Winner Of The Year 2013’ ในปีที่ผ่านมา เปลี่ยนจากเด็กวัยรุ่นจอมขี้เกียจในอดีตเป็นหนุ่มวัยทำงานที่ประสบความสำเร็จ เพียบพร้อมด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี

     จากคำถามที่ว่า'เรียนจบแล้วจะไปทำอะไรทำให้เด็กหนุ่มวัยรุ่นอย่างท็อป- ศิรมิตร ตั้งจิตเสถียร ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมาหมาดๆ ต้องพยายามหาคำตอบให้ตัวเอง ท็อปบอกว่า พอเรียนจบบางคนอยากเป็นหมอ เป็นครู เป็นวิศวกร แต่จะมีสักคนไหมที่บอกว่า เรียนจบแล้วอยากขายประกันคงไม่มีแน่นอน แม้แต่ตัวผมเองก็ตอบตัวเองไม่ได้จริงๆ ว่าเรียนจบมาจะไปทำอะไร  แต่สิ่งที่รู้แน่ๆ และบอกตัวเองเสมอ คือ อยากสร้างรายได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และเกษียณก่อนอายุ 40 เพื่อใช้ชีวิตในแบบที่ผมอยากจะเป็นนี่คือสิ่งที่อยู่ในใจของท็อปมาโดยตลอด

      ก่อนที่จะเข้ามาทำงานในอาชีพนี้ผมเป็นคนขี้เกียจ รู้สึกว่าอายุยังน้อยไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ ที่บ้านก็มีพร้อมเลยใช้ชีวิตสบาย ๆ ช่วงเรียนจบมาใหม่ๆ ก่อนมาทำงานที่นี่ ผมหารายได้ด้วยการทำอาชีพอิสระเช่น ลองทำฟาร์มเห็ด รับสินค้ามาขายกับเพื่อน ๆ  พร้อมกับลองหางานทางอินเตอร์เน็ตไปด้วย โดยไม่เลือกว่าเป็นงานอะไร ต่อมาไม่นานทาง บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ได้ติดต่อมาและเปิดโอกาสให้เข้าร่วมงานในตำแหน่ง พนักงานขายประกันทางโทรศัพท์ ปัจจุบันทำงานนี้มาสองปีกว่าแล้ว

     ท็อปเล่า ย้อนถึงถึงความรู้สึกในการทำงานช่วงแรกว่า การขายประกันชีวิต เป็น สิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน เพราะเป็นสิ่งที่ไกลตัว ไม่มีศาสตร์ไหนสอนวิชาการขายประกัน แต่ด้วยความที่โตมากับครอบครัวที่ค้าขาย ได้คลุกคลีอยู่กับการขายมาตลอด จึงไม่ได้ปิดใจในเรื่องของการขาย คิดว่าชอบ สนุก และท้าทายเพราะการขายคือการได้เงิน เลยลองกับการยึดอาชีพขายของนั่นนู่นนี่ดูแต่เหนื่อยและกำไรน้อย พอได้มีโอกาสมาขายประกัน ก็ใช่เลย ตอบโจทย์ผมได้ เพราะอย่างไรก็เป็นงานขายเหมือนกัน

     ตอนเข้าไปสมัครงานครั้งแรกยังไม่รู้ว่าเป็นงานขายประกัน แต่พอรู้ว่าเป็นการขายผ่านทางโทรศัพท์ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของอาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์ท่านหนึ่งที่บอกว่าการขายประกันเป็นสิ่งที่ยากที่สุดแล้ว ยากกว่าการขายรูปแบบอื่นๆ เพราะเป็นการขายแผ่นกระดาษใบเดียว’ ยิ่งทำให้ผมตื่นเต้น เลยลองทำดู ยอมรับว่าเข้าไปครั้งแรกไม่รู้เรื่องประกันเลย เลยไม่รู้จะขายหรือแนะนำลูกค้าอย่างไร เพราะไม่ได้มีพรสวรรค์เรื่องการขายหรือการพูดนัก สำหรับรายได้เดือนแรกจำได้ว่าได้ค่าคอมมิชชั่น 4 พันกว่าบาท เลยคิดว่าถ้ากลับไปขายของเหมือนเดิมอาจได้เยอะกว่านี้ไหม แต่เมื่อมองคนเก่งรอบข้าง ที่เขาใช้เวลาขาย 30 วันเท่ากับเรา แต่ทำไมเขาถึงทำได้คอมมิชชั่นเป็นแสน เลยเกิดคำถามในใจว่าต้องทำอย่างไร ถึงจะทำให้ได้อย่างเขา จึงเริ่มปรึกษากับพี่หัวหน้างาน เรื่องการวางแผนและพัฒนาปรับปรุงตัวเองไปเรื่อยๆ ด้วยความที่เป็นคนชอบถาม ต้องทำอย่างไร นำเสนออย่างไร แล้วเก็บมาลองใช้ให้เหมาะกับตัวเองเพื่อเป็นสไตล์การขายของเรา พยายามสร้างทักษะ หาความรู้  เพิ่มความขยัน มุ่งมั่น ตั้งใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดค่าคอมมิชชั่นก็ค่อยๆ ขยับจาก 4 พันเป็นหลักหมื่นและถึงหลังแสนในที่สุด โดยใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือนเท่านั้น

      หากถามถึงช่วงเวลาที่เคยท้อ ท็อปบอกว่า ถึงจะเคยมีเวลานั้นในช่วงแรกบ้าง แต่ถึงตอนนี้เราจะมัวมานั่งท้อไม่ได้ จะท้อได้อย่างไรในเมื่อเพื่อนๆ พี่ ๆ ที่นั่งทำงานใกล้ๆเรา กลับมีรายได้เดือนละเป็นแสน เราควรต้องมีเป้าหมายชัดเจน เลยถามตัวเองว่า ถ้าเราต้องการมีรายได้ต่อเดือนเป็นแสน แต่เลือกไปขายของจะต้องลงทุนเท่าไหร่ถึงจะมีรายได้เป็นแสนขนาดนี้แต่ถ้าเป็นพนักงานขายทางโทรศัพท์ของ อลิอันซ์ อยุธยา เพียงแค่  นั่งอยู่กับที่ แล้วได้ขายโปรดักส์ดีๆ ให้กับลูกค้าที่เขาสนใจ เท่านี้ก็สามารถสร้างรายได้เป็นแสนที่มั่นคงให้กับตัวเองได้แล้ว นี่คือสิ่งที่ประทับใจและตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง จนทำให้ผมมีวันนี้ในที่สุด

     ไม่ใช่แค่รายได้อย่างเดียวเท่านั้นที่ อลิอันซ์ อยุธยา บริษัทมอบให้ แต่ยังมีรางวัลเกียรติยศที่เป็นแรงกระตุ้นให้ผมขยันทำงานในทุกวันนี้ จากเริ่มแรกที่ทำงานแบบไม่ตั้งใจ  แต่พอได้เข้าร่วมงาน DM Annual Awards ที่บริษัทจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และได้เห็นเพื่อนขึ้นไปรับรางวัลThe Winner of the Year บนเวที มันดูเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับผม ผมจึงประกาศกับตัวเองว่า ปีต่อไปผมจะต้องขึ้นไปรับรางวัลแบบนี้ให้ได้ เมื่อมีเป้าหมายชัดแล้ว จากนั้นผมปรับปรุงตัวใหม่ ให้มีระเบียบวินัยในการทำงานมากขึ้น คนอื่นอาจกด 100 สาย แต่ผมกด 200 สาย คนอื่นทำงานถึง 6 โมงเย็น แต่ผมทำงานถึง 2 ทุ่ม กุญแจสำคัญคือการทำซ้ำเรื่อยๆ จนเป็นนิสัย ทุกวันนี้ถ้าผมไม่ได้ใส่หูฟัง ผมก็จะชีวิตแบบเรื่อยๆ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ใส่หูฟังเพื่อโทรออกหาลูกค้า ผมจะตั้งใจทำงานเต็มที่เพราะมีเป้าหมายชัดเจนและรู้ว่าทำสิ่งนั้นเพื่ออะไร ผมอาจไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้โดยตรง ผมจึงต้องพยายามทำให้ได้ และเป็นแรงผลักดันให้ผมคว้ารางวัล Winner Of The Year ในปี 2013 ความรู้สึกแรกที่ทราบว่าได้รับรางวัลนี้คือความตื้นตัน เพราะมันคุ้มค่ารู้สึกหายเหนื่อยกับสิ่งที่ได้ทำมาทั้งหมดตลอดปี

      เจ้าของรางวัล Winner Of The Year ปี 2013 เล่าต่อว่า รางวัลและความภาคภูมิใจคือสิ่งที่ตามมานอกเหนือจากรายได้แล้ว ยังทำให้พี่ๆ ที่สนับสนุนรู้สึกภูมิใจกับเราด้วย และที่สำคัญคือคุณพ่อและคุณแม่ดีใจและภูมิใจไปกับความสำเร็จของเรา คิดว่าในวัยนี้จะขยันทำงานให้มากที่สุด เพราะเมื่ออายุมากขึ้นจะได้เกษียณก่อนวัย 40 และใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ ตอนนี้อายุ 25 ปีสามารถทำรายได้ขนาดนี้ ก็ภูมิใจในตัวเองที่สุดแล้ว

     ผมค่อนข้างโชคดีที่เข้ามาทำงานที่อลิอันซ์ อยุธยา องค์กรที่ใช่ อาจด้วยรูปแบบที่บริษัทได้วางไว้อย่างดี มีความพร้อมด้านเครื่องมือ เทคโนโลยีที่รองรับการทำงาน รวมถึงผู้บริหาร และหัวหน้างานทุกท่านได้สร้างแผนงานที่ดีไว้ให้กับทุกคน เพียงแต่ว่าใครจะทำตามได้มากน้อยแค่ไหน อาชีพนี้ทุกคนมีโอกาสประสบความสำเร็จได้แน่นอนโดยไม่ต้องลงทุนเพื่อให้ได้เงินหลักแสน

      ผมอยากขอบคุณพี่ๆ หัวหน้างานที่เทเลเซลล์อลิอันซ์ อยุธยา เพราะได้เปลี่ยนชีวิตผมจากคนที่ไม่มีระเบียบวินัยในการทำงานให้เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดและมีรายได้อย่างที่ฝัน ขอบคุณเพื่อนร่วมงานที่คอยเป็นกำลังใจให้ผมเสมอ โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง ที่ให้ความเป็นกันเองกับผมทุกครั้งที่ได้ร่วมทริปไปท่องเที่ยวต่างประเทศ

       นอกจากนี้ ท็อปยังเล่าให้ฟังถึงเคสที่ประทับใจว่า ได้โทรไปหาลูกค้าคนหนึ่งที่เขาปิดใจตั้งแต่เริ่มรับสายผมใช้เวลาคุยกับลูกค้าท่านนี้กว่าชั่วโมงครึ่ง และเขาตกลงซื้อประกัน หลังจากนั้นอีก 1-2 เดือนลูกค้าท่านนี้ติดต่อกลับเข้ามาเพื่อขอบคุณที่วันนั้นผมนำเสนอขายเป็นชั่วโมง แล้วสามารถเปิดใจให้เขาตกลงซื้อประกันได้ เพราะหลังจากนั้นลูกค้าไปตรวจโรคกลับพบว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ เมื่อไปรักษาแล้วสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได ลูกค้าจึงขอบคุณเราที่เสนอโปรดักส์ดีๆ ให้ และยังขอให้เราสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ

     เป็นจุดหนึ่งที่ผมมองว่า ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากการที่เราเลือกบริษัทที่ใช่  โปรดักส์ที่ใช่ ทำให้เราเองก็มั่นใจที่นำเสนอสิ่งดีๆ ให้ลูกค้า เป็นสิ่งสำคัญมากที่ทำให้เกิดการทำงานที่ดี รู้สึกภูมิใจและมีความสุขมากกับการทำงานที่นี่

     นอกจากนี้ ท็อปยังแนะนำผู้ที่สนใจอยากเข้ามาทำงานในเส้นทางนี้ว่า คนที่ขายได้ดีอาจไม่ใช่คนที่พูดเก่ง ตอบคำถามดี หรือนำเสนอโปรดักส์ได้ดีที่สุดในบริษัท  แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องมีความมุ่งมั่น ขยัน และตั้งใจ ถ้าเปรียบการทำงานเหมือนการจั่วไพ่ ถ้าไพ่ตัว คือลูกค้าที่ทำประกัน แน่นอน ใครจั่วเจอก่อนก็ต้องได้ แต่คนที่เก่งเขาจะไม่มองแค่ไพ่ตัว แต่จะมองไพ่ทุกใบเป็นตัว หมด คือทำตัวเองให้เก่งให้ได้ ใครจะไปรู้ว่าเพียงแค่ 2 ปี ผมสามารถสร้างรายได้หลักแสนให้ตัวเอง ผมว่าคุ้มที่สุดแล้ว

     จะทำงานด้านนี้ อาจไม่ต้องเก่งมาตั้งแต่เกิด ไม่ต้องเป็นสุดยอด Top Sales มา แค่พกความตั้งใจ มุ่งมั่น มีความฝันชัดเจน แล้วเลือกองค์กรที่ใช่ อย่าง บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จกับอาชีพนี้ได้ทุกคนครับ” ท็อป กล่าวทิ้งท้าย

 

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด