FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

ประกัน

 

TMI13-8

เมืองไทยประกันภัย โชว์ผลงานครึ่งปี 56 มีรายได้ 4,130.4 ล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 177.7%

     ‘เมืองไทยประกันภัยสุดปลื้มผลการดำเนินงานครึ่งปี56 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 177.7 % เบี้ยประกันภัยรับรวมสูงถึง 4,130.4 ล้านบาท เน้นพัฒนาช่องทางการขาย พร้อมมุ่งเน้นการบริการที่เต็มศักยภาพ  

     นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด(มหาชน) เปิดเผย ผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกประจำปี 2556 ว่า บริษัทฯ มีผลประกอบการกำไรสุทธิ 452.14 ล้านบาท เทียบจากงวดเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมีผลขาดทุนสุทธิที่ 630.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 177.7 ทั้งนี้ ก็เนื่องจากในปีก่อนบริษัทมีการบันทึกสินไหมกรณีเหตุการณ์อุทกภัยจากที่ได้รับรายงานในระหว่างงวดเป็นจำนวน 1,040 ล้านบาท (โดยมีผลกระทบต่อขาดทุนสุทธิหลังภาษีประมาณ 800 ล้านบาท)  ในปีนี้สินไหมดังกล่าวเมื่อจ่ายชำระให้ผู้เอาประกันไปแล้วเป็นส่วนใหญ่สามารถปรับลดลงได้ ทำให้บริษัทฯ ปรับปรุงลดค่าใช้จ่ายสินไหมลงเป็นจำนวน 128.6 ล้านบาท เป็นผลให้มีผลกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนของปีนี้จำนวน 452.14 ล้านบาท อีกทั้ง ปีนี้บริษัทสามารถจัดโครงสร้างการประกันภัยต่อได้ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนของบริษัทฯ ในส่วนนี้ลดลงตามลำดับ ภายหลังเหตุการณ์ต่างๆ เข้าสู่ภาวะปกติ โดยบริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 4,130.4 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 499 ล้านบาท  หรือคิดเป็นร้อยละ 14 จากปีก่อน โดยเป็นผลมาจากการขยายช่องทางการขายของงานประกันภัยทั่วไปทั้งด้านรถยนต์และประกันภัยอื่น โดยมีเบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้มีจำนวน 2,611.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปีที่แล้ว 27.24% 

      นอกจากนี้ บริษัทฯ มีรายได้และผลกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์รวม 215  ล้านบาท  ด้านค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยทั้งหมดอยู่ที่ 1,974.25 ล้านบาท และกำไรจากการรับประกันภัย 422.66 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 662.85 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 606.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 170% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 452.14 ล้านบาท หรือคิดเป็น172%

      “สำหรับในปี 2556 นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันรับตรงอยู่ที่ 4,700 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนเป็นประกันภัยรถยนต์ (Motor) 45และเป็นประกันภัยทั่วไป (Non-Motor) 55% “ นางนวลพรรณ กล่าวเพิ่มเติม  

      นางนวลพรรณ กล่าวต่อว่า ในปี 2556 นี้ บริษัทฯมีแผนงานหลัก ได้แก่

         ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย  บริษัทฯมีแผนงานดังต่อไปนี้

บริษัทยังมุ่งเน้นการขยายงานผ่านหลากหลายช่องทาง (Multi Channels) เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายให้ได้รับบริการที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าทุกระดับ สำหรับปี 2556 บริษัทได้ขยายงานผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

  ช่องทางงานขายตรง เป็นช่องทางที่บริษัทได้เตรียมบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญในการรับประกันภัยแต่ละด้านเพื่อให้บริการลูกค้ารายใหญ่ที่มีธุรกิจในเครือที่หลากหลาย ซึ่งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของลูกค้าได้ครบทุกธุรกรรม นอกจากนี้ทีมงานขายตรงนี้จะมีทีมงานที่มีความชำนาญในด้านผลิตภัณฑ์พิเศษ (Special Product) คือ D&O, Trade Credit, Product Liability (PL) , Personal Indemnity (PI) ซึ่งการทำธุรกิจในปัจจุบันเปิดกว้างและมีความซับซ้อนมากขึ้นจะเห็นว่าความเสี่ยงอาจไม่ได้เกิดจากตัวผู้ประกอบการเองแต่เกิดจากคู่ค้าโดยไม่คาดหมาย ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณาหากกรมธรรม์ประเภทพิเศษเหล่านี้เพื่อโอนความเสี่ยงนั้นๆ โดยการมีกรมธรรม์ประเภทนี้

·        ช่องทางธุรกิจตัวแทน บริษัทได้ขยายจำนวนตัวแทนทั่วประเทศ และได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นในภูมิภาคที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัว เช่นภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และ ภาคตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดที่เป็นรอยเชื่อมระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเริ่มมีธุรกรรมต่าง ๆ มากขึ้น บริษัทมีแผนงานในการขยายตัวแทนรายย่อย จำนวน 200 รายและเพิ่มจำนวนสำนักงานตัวแทน ที่มีความพร้อมทั้งด้านความรู้และการให้บริการทั่วประเทศเป็นจำนวน 50 รายเป็นจำนวนสำนักงานตัวแทนที่ให้บริการ 219 สำนักงาน ในสิ้นปีนี้ เพื่อให้การดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง สำหรับช่องทางนี้ยังคงเน้นการขายประเภทประกันภัยรถยนต์และประเภทวินาศภัยโดยเฉพาะ ประกันอัคคีภัยประเภทบ้านอยู่อาศัย ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) และประกันอื่น ๆ เกี่ยวกับธุรกิจขนาดย่อม

·        ช่องทางธุรกิจนายหน้า บริษัทเริ่มขยาย บริษัทได้ขยายงานผ่านช่องทางนี้ ทั้ง ประกันภัยรถยนต์และประกันวินาศภัย ผ่าน Broker รายขนาดเล็ก ขนาดกลาง และ ขนาดใหญ่โดยมุ่งเน้นรายใหญ่มากขึ้น ในส่วนของช่องทางธุรกิจนายหน้าจะดูแลการขยายงานด้าน ประกันภัยทางทะเล (Marine) มาขึ้น จากสภาวะเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวมากขึ้น ทั้งนี้ สำหรับการเพิ่มในเรื่องของประกันภัยทางทะเลบริษัทรับประกันภัยให้สอดคล้องกับธุรกิจลูกค้าและความต้องการของลูกค้ามากขึ้น โดยช่วยในการดูเรื่องของการบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ลูกค้าควรมีให้ครบวงจร

·        ช่องทางธุรกิจรถยนต์และตัวแทนจำหน่าย เนื่องจากกรขยายตัวของปริมาณรถยนต์ค่อนข้างสูงมากทำให้การขยายตัวช่องทางนี้ติดต่อกันตั้งแต่ปลายปี 2554-2555 สำหรับปีนี้อัตราการขยายตัวแม้ปริมาณรถใหม่ที่ส่งมอบจะเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาแต่การขยายงานยังคงมีต่อเนื่องจากการขยายฐานพันธมิตรคู่ค้ามากขึ้น บริษัทคาดว่าจะขยายยี่ห้อรถเพิ่มขึ้นพร้อมกับการขยายงานกับศูนย์ตัวแทนจำหน่ายให้ครบทุกภูมิภาคมากขึ้น

·        ช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ เป็นช่องทางอีกช่องทางที่สำคัญในการตอบโจทย์ที่ได้แบ่งกลุ่มลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย (Segmentation) ที่ชัดเจนมากขึ้นตรงกับธุรกิจ (Business) และวิถีชีวิต (Life style) มากขึ้น บริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจรชีวิตของลูกค้า ซึ่งสามารถให้ความคุ้มครองและป้องกันความเสี่ยงได้ครบทุกช่วงชีวิต และธุรกิจที่ต้องการคุ้มครองความเสี่ยง ที่ผ่านเครือข่ายของธนาคารหลักคือ กสิกรไทย และ ธนาคารอื่นๆ นับได้ว่าบริษัทมีประสบการณ์และความรู้ในการให้บริการผ่านช่องทางนี้ผ่านผู้ถือหุ้นจากต่างประเทศโดยการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าของธนาคารได้ครบครัน ลูกค้าสามารถไปที่ธนาคารหาซื้อกรมธรรม์ต่างๆ ได้กับธนาคารที่เป็นพันธมิตรกับบริษัทครบทุกสาขา

·        ช่องทางเครือข่ายพันธมิตรเครือข่าย ที่บริษัทได้เปิดตัวในการขายประกันภัยประเภท เป็น Package ตรงกับกลุ่มผู้ใช้บริการของพันธมิตรซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่บริษัทต้องการให้บริการผ่านทางเครือข่ายบริษัทพันธมิตรเช่นกัน

·        Website on-line ของบริษัทภายใต้ muangthaiinsurance.com ที่ลูกค้าต้องการความสะดวกในการติดต่อซื้อกรมธรรม์ที่เป็นประเภทการเดินทางในหรือ ต่างประเทศเพื่อขอวีซ่าในกลุ่มประเทศต่าง ๆ บริษัทได้เล็งเห็นแนวโน้มของกลุ่มผู้ใช้งาน Internet ที่นับว่าจะขยายตัวมากขึ้นและบริษัทจะให้บริการตั้งแต่การซื้อ การเคลม ผ่านทางเครือข่ายที่เป็น on-line มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนในยุค Social Media มากขึ้น

ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล

ทั้งนี้ ใน MTI มีการปรับปรุงในการรักษาบุคลากรให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม หากย้อนไปในปี 2555 ที่ผ่านมา ทั้งอุตสาหกรรมมีอัตราการ Turnover ถึง 19ซึ่งสูงมาก ของ MTI ประมาณ 15ในขณะที่เท่าที่มีข้อมูลปีนี้ ของตลาดประกันวินาศภัยยังมีอัตรา Turnover สูงกว่า 10ขณะที่ MTI ประมาณ 5%

ในด้านการจัดโครงการสรรหาที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย กับ GEN Y มีการทำ Campus recruitment, MTI open house และจะมีการให้ทุนการศึกษาในคณะที่มีความต้องการสูง เหมาะกับตำแหน่งงานที่มีลักษณะเฉพาะ เป็นต้น นอกจากนี้ มีการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC เช่นพัฒนาด้านภาษาอังกฤษ และจัดหาบุคลากรที่มีความพร้อมในการศึกษาและเตรียมการเสริมพันธมิตรต่างประเทศ มีการตั้งทีมงานธุรกิจต่างประเทศ เพื่อหารูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมในประเทศต่างๆ

นางนวลพรรณ กล่าวในตอนท้ายว่า “ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ประจำปี 2556 ของบริษัทฯ เป็นผลมาจากบริษัทฯ ได้ขยายช่องทางและสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรธุรกิจ ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ทำให้สามารถเพิ่มยอดเบี้ยประกันภัยได้อย่างต่อเนื่องอีกทั้งบริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการให้บริการให้มีประสิทธิภาพมาก รวมทั้งการพัฒนาบุคคลากรของบริษัทฯอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯจะดำเนินการเช่นนี้ตลอดไป

เมืองไทยประกันภัย โชว์ผลงานครึ่งปี 56 ที่ 4.1 พันลบ. พร้อมกำไรสุทธิพุ่ง 177.7% ส่วนเบี้ยประกันรับตรงโตแตะ 4.7 พันลบ.

      สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย : เมืองไทยประกันภัย เผยผลงานครึ่งปี 56 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 177.7% เบี้ยประกันภัยรับรวมสูง 4,130.4 ล้านบาท เน้นพัฒนาช่องทางการขาย พร้อมมุ่งเน้นการบริการที่เต็มศักยภาพ ตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันรับตรงทั้งปีอยู่ที่ 4,700 ล้านบาท

      นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกประจำปี 2556 ว่า มีเบี้ยประกันภัยรับรวมสูง 4,130.4 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 452.14 ล้านบาท  คิดเป็นกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 177.7% โดยเทียบจากงวดเดียวกันปีก่อนแล้ว ซึ่งมีผลขาดทุนสุทธิ 630.9 ล้านบาท เพราะปีก่อนบริษัทฯ มีการบันทึกสินไหมกรณีเหตุการณ์อุทกภัยจากที่ได้รับรายงานระหว่างงวด เป็นจำนวน 1,040 ล้านบาท ซึ่งมีผลกระทบต่อขาดทุนสุทธิ หลังภาษีประมาณ 800 ล้านบาท โดยในปีนี้สินไหมดังกล่าวเมื่อจ่ายชำระผู้เอาประกันไปแล้วเป็นส่วนใหญ่สามารถปรับลดลงได้

     ด้านบริษัทฯ ยังมีรายได้และผลกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์รวม 215 ล้านบาท ด้านค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยทั้งหมดอยู่ที่ 1,974.25 ล้านบาท และกำไรจากการรับประกันภัย 422.66 ล้านบาท โดยทั้งปี 2556 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันรับตรง อยู่ที่ 4,700 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนเป็นประกันรถยนต์ (มอเตอร์) 45% และเป็นประกันภัยทั่วไป (นอน-มอเตอร์) 55%

MTI ตั้งเป้า H2/56 เบี้ยประกันรับตรง 4.7 พันลบ.แบ่งเป็นรถยนต์ 45% ทั่วไป 55%

      นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันภัย(MTI) คาดว่า ในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันรับตรงที่ 4,700 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นประกันภัยรถยนต์  45% และประกันภัยทัวไป 55%

      อย่างไรก็ตาม ทั้งปี 56 บริษัทฯตั้งเป้าจะมีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัย 8.6 พันล้านบาท แต่อาจจะสูงกว่าเป้าหมายขึ้นไปที่ 9 พันล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯมีการขยายช่องทางการจำหน่ายในทุกๆช่องทาง รวมถึงปัจจุบันประชาชนเริ่มมีความตระหนักถึงการป้องกันความเสี่ยงโดยการซื้อประกันมากขึ้น ทำให้มีการเติบโตธุรกิจประกันมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องประกอบกับจะมีการเปิดช่องทางรับประกันภัยในตลาดรถบรรทุก เนื่องจากแนวโน้มมีความเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งมองว่าหลังจากมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะมีการเติบโตเกี่ยวกับธุรกิจขนส่งมากขึ้น จึงมองโอกาสในตลาดนี้ยังมีการเติบโตอีกมากในอนาคต

     สำหรับภาพรวมรวมธุรกิจประกันภัยในช่วงครึ่งปีหลังเขื่อว่าจะมีการเติบโตได้ดีต่อเนื่อง หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกมีการเติบโตสูงในแง่ของเบี้ยประกันอยู่ที่ 25 % จากการส่งมอบรถยนต์ตามนโยบายรถยนต์คันแรก โดยในช่วงที่เหลือของปี 56 ส่วนของเบี้ยประกันรวมทั้งระบบน่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 15-20% จากปีก่อนที่มีเบี้ยประกันทั้งตลาดอยู่ที่ 1.6 แสนล้านบาท

      แนวโน้มเบี้ยประกันภัยรถยนต์ หลังจากมีอัตราการเรียกคืนสินไหมจากผู้ซื้อประกันภัยรถยนต์ที่สูงขึ้น เนื่องมาจากกลุ่มผู้ใช้รถยนต์คันแรกที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุสูงนั้น  กรรมการผู้จัดการ MTI ยอมรับว่า ธุรกิจประกันภัยรถยนต์ไม่สามารถแข่งขันด้วยเบี้ยประกันราคาถูกได้อีกต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมามีอัตรา loss ratio ในกลุ่มรถคันแรกค่อนข้างสูง ดังนั้นการปรับเบี้ยประกันภัยรถยนต์จะต้องพิจารณาจากสถิติอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างผลกำไรที่มั่นคง

      อนึ่ง ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของ MTI มีกำไรสุทธิ 452 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ที่ขาดทุนสุทธิ 630 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 177.7 % เป็นผลมาจากยอดขายประกันภัยและรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น และการเรียกคืนสินไหมจากเหตุการณ์อุทกภัยในปีก่อนปรับลดลง รวมถึงการปรับโครงการการประกันภัยต่อและการบริหารจัดการองค์กรให้มีต้นทุนที่ลดลง

      ด้านพอร์ตการลงทุนของบริษัทฯ ปัจจุบันมีสัดส่วนที่ลงทุนในตลาดหุ้นประมาณ 25% ซึ่งบริษัทจะยังคงเป้าหมายเดิมไว้ เนื่องจากปัจจุบันตลาดหุ้นไทยมีความอ่อนไหวต่อสถานการต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ จะทำให้การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง ซึ่งทางบริษัทเน้นการลงทุนที่มีความเสี่ยงไม่มาก และผลตอบแทนที่มีความมั่นคงเป็นหลัก

     อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทคาดว่าหากมีกำไรออกมาตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ อาจจะมีการจ่ายปันผลได้ แต่จะมากหรือน้อยนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับผลประกอบการที่ออกมา

      เราอาจจะมีการจ่ายปันผลได้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับผลกำไรในช่วงครึ่งปีหลังด้วยว่าผลกำไรจะออกมาตามที่เราคาดหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นไปตามเป้าหมายก็จะมีการเสนอเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซุ่งโดยปกติแล้วบริษัทเราก็จ่ายปันผลอยู่แล้วถ้าผลประกอบการมีกำไร" นางนวลพรรณ กล่าว

อินโฟเควสท์

MTI ปรับเพิ่มเป้าเบี้ยรับรวมปี 56 ใหม่เป็น 9 พันลบ. จาก 8.6 พันลบ. หลังครึ่งปีแรกโกยกำไรสุทธิโต 177.7% - รุกธุรกิจประกันนอกกลุ่มรถยนต์ช่วงครึ่งปีหลัง    

      สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย : นางปุณฑริกา ใบเงิน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI เปิดเผยว่า  ในปีนี้ได้ปรับเบี้ยรับรวมใหม่เป็น 9,000 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 8,600ล้านบาท โต 20% จากปีก่อน เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกผลประกอบการของบริษัทฯมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นโดดเด่น ซึ่งโตถึง 177.7% หลังจากไม่มีการบันทึกสินไหมกรณีเหตุการณ์อุทกภัย และบริษัทฯสามารถจัดโครงสร้างการประกันภัยต่อได้ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังได้รับประโยชน์จากกรณีภาษีรถคันแรกจากรัฐบาล ซึ่งกระตุ้นยอดขายรถยนต์ทำให้สัดส่วนเบี้ยประกันรถยนต์ (motor) เติบโต

 

      แต่ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทฯจะรุกธุรกิจประเภทธุรกิจประกันนอกกลุ่มรถยนต์ (non-motor) เพิ่ม อาทิ ประกันอัคคีภัยบ้าน ซึ่งจะเติบโตตามธุรกิจสินเชื่อแบงก์ ทั้งนี้แม้ว่าแบงก์ชาติจะออกมาระบุถึงประเด็นการคุ้มครองหนี้ครัวเรือน แต่กลุ่มที่อยู่อาศัยดังกล่าวจะเน้นไปในด้านการปล่อยสินเชื่อคอนโดมิเนียมมากกว่าธุรกิจสินเชื่อบ้าน จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประเภทธุรกิจประกัน

 

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด