FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

บริษัทจดทะเบียน

PREB คาดกำไรสุทธิปีนี้ใกล้เคียงปีก่อนที่ราว 260 ลบ. คงเป้ารายได้ทั้งปีที่ 6.8 พันลบ.

     PREB คาดกำไรสุทธิปีนี้ใกล้เคียงปีก่อนที่ราว 260 ลบ. คงเป้ารายได้ทั้งปีที่ 6.8 พันลบ. เผย มี Backlog 9 พันลบ. รับรู้ปีนี้ 6 พันลบ. เตรียมเซ็นรับงานใหม่อีก 3 พันลบ.ใน Q3/57 พร้อมเดินหน้าดัน Built Land เข้าตลาดหุ้น ปี 2559  

    นายชัยรัตน์ ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ PREB คาดว่ากำไรสุทธิของบริษัทฯในปีนี้ จะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำได้ประมาณ 260 ล้านบาท ในขณะที่รายได้ทั้งปียังคงเป้าที่ 6,800 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนที่มีรายได้ราว 6,000 ล้านบาท โดยสาเหตุที่กำไรสุทธิอยู่ในระดับทรงตัวแต่รายได้มีการเติบโตขึ้น เนื่องจากในปีนี้บริษัทฯมียอดรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่น้อยกว่าปีก่อน ซึ่งโครงการอสังหาฯมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 15% ซึ่งสูงกว่างานรับเหมาก่อสร้างทั่วไปที่มีกำไรสุทธิราว 4%

    ในขณะที่รายได้และกำไรในไตรมาสที่ 2 จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสแรกที่มีรายได้ 1,490 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 56 ล้านบาท เนื่องจากรายได้และกำไรของบริษัทฯจะเข้ามาส่วนใหญ่ในช่วงครึ่งปีหลังตามการส่งมอบงานโครงการก่อสร้างต่างๆ รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ดีขึ้น หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

    โดยในไตรมาส 3 บริษัทฯเตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียม TEMPO ONE บริเวณถนนรามคำแหง ความสูง 8 ชั้น จำนวน 139 ยูนิต มูลค่าโครงการ 240 ล้านบาท และในช่วงปลายเดือนนี้ถึงต้นเดือนหน้าบริษัทฯจะสามารถปิดการขาย TEMPO GRAND เฟสแรก และจะเปิดขายเฟส 2 ได้ทันที มูลค่าโครงการอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายปี 2558 ไปจนถึงต้นปี 2559

    "การเข้ามาของ คสช.ทำให้คนเริ่มมีความมั่นใจและใช้เงินมากขึ้น สังเกตจากยอดขายของคอนโด TEMPO GRAND ที่เพิ่มขึ้นสูงมากหลังการรัฐประหาร ประกอบกับรายได้จากธุรกิจก่อสร้างไม่ปรับตัวลดลงถึงแม้จะมีปัญหาทางการเมือง ทำให้เรายังมั่นใจรายได้ทั้งปี 6,800 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิอาจจะอยู่ในระดับทรงตัวจากปีก่อนเพราะมีการรับรู้รายได้จากคอนโดฯที่น้อยลง ซึ่งมี net profit margin ที่สูงกว่างานก่อสร้าง"นายชัยรัตน์ กล่าว

   ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯมีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ 9,000 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปีนี้ 6,000 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 3 บริษัทฯเตรียมจะเซ็นสัญญารับงานก่อสร้างอีก 3 งานมูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท

    "ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนเจรจาของงานทั้ง 3 งาน แต่คาดว่าจะได้ข้อสรุปและเซ็นสัญญารับงานได้ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ซึ่งทั้ง 3 งานจะเข้าไปเติม Backlog ที่มีบางส่วนเริ่มทยอยรับรู้รายได้" นายชัยรัตน์ กล่าว

    นายชัยรัตน์ กล่าวว่า บริษัทฯยังคงแผนในการนำ บริษัทบิลท์ แลนด์  (Built Land) ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2559 หลังจากรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการได้ ได้แก่ TEMPO GRAND และ TEMPO ONE ที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิรวม 2 โครงการที่ราว 440 ล้านบาท

    โดยปัจจุบันบริษัท บิลท์ แลนด์ มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท มี PREB เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และภายหลังจากเข้าตลาด PREB จะยังคงสัดส่วนในการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ต่อไป

    "ตอนนี้บริษัท บิลท์ แลนด์ มีความพร้อมในเรื่องทุนจดทะเบียน เหลือเพียงการรับรู้รายได้และสร้างกำไรจากโครงการที่มีอยู่ และหลังจากนั้นจะสามารถจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ทันทีในปี 59" นายชัยรัตน์ กล่าว

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย 

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด