FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

บริษัทจดทะเบียน

TAE ปิดการ ซื้อขายวันแรกที่ 5.60 บาท /หุ้น พุ่ง จากราคา IPO กว่า 180% ตอบแทน นักลงทุน

    TAE เข้าเทรด วันแรกด้วยราคาเปิดการซื้อขายที่ 5.60 บาท/หุ้น พุ่งกว่า 180% จากราคาจองหุ้น IPO ที่ 2 บาท/หุ้น สมชาย โล่ห์วิสุทธิ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สุดปลื้ม หลังสร้างผลตอบแทนที่ดี ให้ผู้จองซื้อหุ้น IPO เหตุนักลง ทุนมั่นใจปัจจัยพื้น ฐานทางธุรกิจที่แข็ง แกร่ง และศักยภาพในการเติบ โตอย่างมั่นคง แถมโชว์ผลงาน ไตรมาส 1/57 พุ่งปรี๊ด ตั้งเป้ารายได้ปี 57 เติบโตร้อย ละ 30 พร้อมเดิน หน้าสร้างผลตอบแทนที่ ดีให้กับผู้ถือหุ้น

    นายสมชาย โล่ห์วิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE ผู้ประกอบ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทา นอลที่มีความบริสุทธิ์ 99.5% โดย ปริมาตร เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ได้กล่าวถึงการเข้าทำ การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหมวด พลังงานและสาธารณูปโภค ของหุ้น TAE ในวันแรกว่า รู้สึกภาคภูมิใจเป็น อย่างยิ่งที่หุ้นของ บริษัทฯ สามารถปิดการซื้อขายใน วันแรกที่ 5.60 บาทต่อ หุ้น ปรับเพิ่มขึ้นจากราคา จองที่ 2 บาทต่อหุ้น ถึงร้อยละ 180 และยินดี เป็นอย่างยิ่งที่ บริษัทฯ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ของตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย โดยเชื่อว่านักลงทุนที่ ตัดสินใจเข้ามาลงทุนใน หุ้นของบริษัทนั้น เล็งเห็นถึงพื้นฐานที่ แข็งแกร่งในการเป็นผู้ ผลิตและจำหน่ายเอทานอล รายใหญ่ 1 ใน 3 ของ ประเทศ ในช่วง 3 ปีที่ ผ่านมา อีกทั้งยังมีอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยร้อยละ 30 ต่อปี และในปี 2557 คาดว่ารายได้ จะเติบโตร้อยละ 30 เช่น เดียวกัน

   “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนที่ดีเยี่ยม ในวันนี้ การที่ราคาหุ้นปรับ เพิ่มขึ้นอย่าง โดดเด่น สะท้อนได้ว่านักลงทุนต่างให้ความสนใจในธุรกิจและเข้าใจถึงปัจจัยพื้นฐานของ บริษัทฯรวมถึง ศักยภาพการเติบโตของ บริษัทในอนาคต โดยบริษัทจะนำเงินระดม ทุนที่ได้ในครั้งนี้ จำนวน 400 ล้านบาทไปใช้ ในการลงทุนก่อสร้างระบบ ผลิตไฟฟ้าด้วยก๊าซ ชีวภาพสำหรับใช้ภายใน โรงงานผลิตเอทานอล ของบริษัทจำนวน 120 ล้านบาท ชำระคืนเงินกู้ยืมจาก สถาบันการเงินจำนวน 200 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะนำไปใช้ เป็นเงินทุนหมุนเวียน” นายสมชาย กล่าว

   ด้านนายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการ เงินและผู้จัดการการ จำหน่ายและรับประกันการ จำหน่ายหุ้นสามัญของ TAE เปิดเผยว่าการที่หุ้น TAE ได้ รับการตอบรับอย่างสูง จากนักลงทุนและสามารถ สร้างผลตอบแทนที่ดีให้ กับนักลงทุน มีสาเหตุหลักมาจาก ปัจจัยพื้นฐานที่แข็ง แกร่งของบริษัทฯ รวมถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อ เนื่องและมั่นคงในอนาคต ประกอบกับการที่ผลประกอบ การ Q1/57 ของ บริษัทมีการเติบโตที่ โดดเด่นทั้งด้านรายได้ และกำไรสุทธิ โดยมีกำไรสุทธิ 102.20 ล้าน บาท ในขณะที่ปี 2556 ทั้งปี บริษัทมีกำไรสุทธิ 117.68 ล้านบาท จะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่น ให้แก่นักลงทุนได้เป็น อย่างดี

     นอกเหนือจากนี้แล้ว การระดมทุนใน ครั้งนี้ รวมถึงการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำให้ TAE มีฐานะ ทางการเงินที่แข็งแกร่ง สามารถลดต้นทุนการผลิต และต้นทุนทางการเงิน อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยทำให้บริษัทฯ มีผลประกอบการที่ดี อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังทำให้บริษัท มีช่องทางหรือทางเลือก ในการระดมทุนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ส่ง ผลบวกต่อการขยายธุรกิจ ของ TAE ในอนาคตอีก ด้วย ทั้งนี้ การปรับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 180 จากราคาจอง ที่ 2 บาท ถือว่าเป็นการปรับเพิ่ม อย่างโดดเด่น  และต้องถือว่า สภาวะของตลาดหุ้นไทยในตอน นี้มีปัจจัยเชิงบวกหลาย ด้านมาสนับสนุน จึงเป็นปัจจัยที่ช่วยทำ ให้การซื้อขายหุ้นใน วันนี้ประสบความสำเร็จ อย่างสูง

    “ในฐานะที่ ปรึกษาทางการเงินและผู้ จัดการการจัดจำหน่ายละ รับประกันการจำหน่าย ผมต้องขอบคุณ นักลงทุน ที่เข้ามาซื้อขาย หุ้น TAE อย่าง คึกคัก จนส่งผลให้ราคา ปรับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 180 จากราคา ไอพีโอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเข้าใจและเชื่อมั่นใน พื้นฐานของบริษัท เพราะ นอกจาก TAE จะเป็น หนึ่งในผู้นำการผลิตและ จำหน่ายเอทานอล ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง สามารถผลิตเอทานอลที่มี คุณภาพสูง และได้รับการยอมรับจาก ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของ ประเทศ ประกอบกับมีศักยภาพใน การเติบโตอย่างต่อ เนื่องจากแรงสนับสนุน การใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ของภาครัฐ โดยผลประกอบการ Q1/57 ก็สะท้อน ให้เห็นความสามารถในการ เติบโตของรายได้ถึงร้อย ละ 55.34% และกำไรสุทธิ ที่เพิ่มขึ้นโดดเด่นถึง 150.76% จากงวดเดียว กันของปีก่อน  สิ่งสำคัญ คือ การระดมทุนของบริษัทในครั้งนี้ยิ่งจะช่วยทำให้บริษัทฯ สามารถลดต้นทุนการ ผลิต และต้นทุนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญทำให้ TAE กลายเป็น หลักทรัพย์อีกหนึ่ง บริษัทฯ ที่สร้างผลตอบ แทนที่ดีแก่นักลงทุน” นายสมภพกล่าว

   ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของราคา หุ้น บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE เมื่อวัน ที่ 5 มิถุนายน 2557 เปิดการ ซื้อขายที่ระดับราคา 4.80 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 140 จากราคา จอง 2 บาท/หุ้น ก่อนจะปรับขึ้นมาทำราคาสูงสุดของวันที่ 5.80 บาท/หุ้น หรือร้อยละ 190 และปิด การซื้อขายที่ระดับราคา 5.60  บาท/หุ้น ปรับเพิ่มขึ้นจากราคา จอง IPO ร้อยละ 180 โดยมี มูลค่าการซื้อขายรวม 5,684.02 ล้านบาท

ข้อมูล สรุปบริษัทฯ

    บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ก่อตั้งเมือวันที่ 25 ตุลาคม 2544 ด้วยทุน จดทะเบียนเริ่มแรก 10 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายเอทานอลเพื่อ ใช้เป็นเชื้อเพลิง โดยบริษัทฯ ได้รับการอนุญาตให้จัด ตั้งโรงงานผลิตเอทานอ ลเพื่อใช้เป็นเชื้อ เพลิงจากคณะกรรมการเอทา นอลแห่งชาติเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2545 ต่อมาใน ปี 2546 บริษัท ลานนา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) หรือ LANNA ได้เข้า มาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ของบริษัทโดยถือหุ้นใน สัดส่วนร้อยละ 75.75 บริษัทฯ จึงมีสถานะเป็นบริษัทฯย่อยของ LANNA และบริษัทฯ ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนในปี 2550

   บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE ประกอบ ธุรกิจผลิตและจำหน่าย เอทานอลที่มีความบริสุทธิ์  99.5% โดย ปริมาตร เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งบริษัทฯ จำหน่ายเอทานอลแปลงสภาพ ให้กับบริษัทผู้ค้า น้ำมันตามมาตรา 7 ของพระ ราชบัญญัติการค้าน้ำมัน เชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 เพื่อ นำไปผสมกับน้ำมันเบนซิน ในอัตราส่วนผสม ร้อยละ 10 ร้อยละ 20 และร้อย ละ 85 ผลิตเป็น น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E 10 E 20 และ แก๊สโซฮอลล์ E 85 สำหรับ ใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถ ยนต์ เพื่อทดแทนการใช้น้ำมัน เบนซิน

ติดต่อสอบถามราย ละเอียดตามเพิ่มเติมได้ ที่ : IR PLUS / 

คุณ สารภี        สายะเวส  (จูน)  โทร : 02-541-4011 ต่อ 610, 081-420-0753, E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

คุณจุฬารัตน์   เจริญ ภักดี (ฟ้า)  โทร : 02-541-4011 ต่อ 611, 089-488-8337, E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

TAE ปิดเทรดวันแรก 5.60 บ. จากราคาไอพีโอ 2 บ. เหนือจอง 180%

    ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ. ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ (TAE) ซึ่งเข้าซื้อขายวันนี้เป็นวันแรก ราคาหุ้นเปิดที่ 4.80 บาท จากราคา IPO ที่ 2 บาท หรือเหนือจอง 140% โดยราคาหุ้นขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 5.80 บาท และต่ำสุดที่ 4.70 บาท ก่อนปิดการซื้อขายที่ 5.60 บาท เพิ่มขึ้น 3.60 บาท หรือเหนือจอง 180% มูลค่าการซื้อขาย 5,684 ล้านบาท

    ทั้งนี้ TAE เป็นบริษัทย่อยของ บมจ.ลานนารีซอร์สเซส (LANNA) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอลแปลงสภาพ ที่นำไปใช้ผสมกับน้ำมันเบนซินตามอัตราส่วน เพื่อให้ได้เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ทดแทนการใช้น้ำมันเบนซิน โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง รายใหญ่ของประเทศ ได้แก่ บมจ. ปตท. บมจ. บางจากปิโตรเลียม บมจ .เอสโซ่ (ประเทศไทย) เป็นต้น 

   TAE มีทุนชำระแล้ว 1,000 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 800 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 200 ล้านหุ้น โดยนำหุ้นจำนวน 296.04 ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้ถือหุ้นของ LANNA 105.04 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 21-23 พฤษภาคม 2557 และเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) 191 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2557 ในราคาหุ้นละ 2 บาท  มีบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

TAE ย้ำเป้ารายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 30% อัตรากำไรสุทธิเพิ่มแตะ 10% ยันหุ้นพุ่งแรงมีพื้นฐานรองรับ

    TAE ย้ำเป้ารายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 30% ตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ตั้งเป้า 3 ปี (58-60) รายได้โตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 8-10% ต่อปี พร้อมคาดอัตรากำไรสุทธิปีนี้แตะ 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 7% ส่วนปีหน้าอัตรากำไรแตะ 12-13% เหตุต้นทุนการเงินลดลง หลังเข้าตลท. ด้านที่ปรึกษาฯ เผยหุ้นพุ่งวันแรก มีพื้นฐานรองรับ ชี้ช่วงตั้งราคา IPO ดัชนีฯอยู่แค่ 1,350 จุด

    นายสมชาย โล่ห์วิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE มั่นใจว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่ต่ำกว่า 30% จากปีก่อน เนื่องจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 30-40% มาอยู่ที่ระดับ 3.65 แสนลิตรต่อวัน โดยคาดว่าปริมาณการขายปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 90 ล้านลิตร  เป็นไปตามแผนการสนับสนุนการใช้แก๊สโซฮอลล์ จากทางกระทรวงพลังงาน

    ทั้งนี้ ในปี 2556 บริษัทมีรายได้ 1,659 ล้านบาท มีกำไร 117 ล้านบาท ขณะที่ในช่วงไตรมาส 1/57 บริษัทมีกำไร 102.19 ล้านบาท

    พร้อมกันนี้ ตั้งเป้าหมาย 3 ปีข้างหน้า (58-60) รายได้จะเติบโตเฉลี่ยอย่างน้อย 8-10% ต่อปี

     "ด้วยฐานที่สูงในปีนี้ที่เราตั้งเป้าโต 30% ไม่ต่ำกว่าปีก่อน เป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่หลังจากนี้อีก 3 ปี จะเป็นการเติบโตเฉลี่ยที่เหมาะสม ซึ่งเราตั้งเป้าโต 8-10% ต่อปี"นายสมชาย กล่าว

       นอกจากนี้ คาดว่าอัตรากำไรสุทธิของบริษัทฯ ในปีนี้จะแตะระดับ 10% จากปีก่อนที่ 7% หลังจากได้เงินระดมทุน จากการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ซึ่งจะนำเงินไปชำระเงินกู้บางส่วนประมาณ 200 ล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทฯ มีหนี้สินระยะยาวอยู่ประมาณ 800 ล้านบาท หนี้สินระยะสั้น 800-900 ล้านบาท ทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยลดลงไปพอสมควร จากปัจจุบันที่ต้องจ่ายประมาณ 60 ล้านบาทต่อปี  

      ขณะที่ในปี 2558 คาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นอีก 2-3% แตะระดับ 12-13% เนื่องจากบริษัทฯ ได้มีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานชีวภาพ ขนาด 3 เมกะวัตต์ไว้ใช้เอง ซึ่งจะสร้างเสร็จครบทั้ง 2 เฟสในเดือน ก.ย. นี้ ทำให้ประหยัดต้นทุนด้านค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายประมาณปีละ 80 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 18% จากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ระดับ 16% 

     ด้านนายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจำหน่ายและ รับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญของ TAE เปิดเผยว่า ราคาหุ้น TAE ที่เปิดการซื้อขายวันแรกและปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 100% จากราคาไอพีโอ ไปเป็นตามภาวะตลาดฯ ที่ฟื้นตัวหลังปัญหาการเมืองในประเทศมีทางออกที่ชัดเจน ขณะที่ในวันกำหนดราคาไอพีโอนั้นดัชนีฯ อยู่เพียง 1,350 จุด แต่ปัจจุบันดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากว่า 100 จุด  สะท้อนว่านักลงทุนให้ความเชื่อมั่นกับตลาดฯ เป็นอย่างมาก

    ขณะเดียวกัน TAE ก็มีพื้นฐานรองรับ เพราะธุรกิจเอทานอล มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีกมากตามแผนพลังงานแห่งชาติที่คาดว่าดีมานด์การใช้จะอยู่ที่ 9 ล้านลิตรต่อวันใน 7-8 ปี จากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 3 ล้านลิตรต่อวัน ประกอบกับธุรกิจที่ TAE ทำอยู่ถือว่ามีต้นทุนต่ำ มีอัตรากำไรในระดับที่เหมาะสม  

    ทั้งนี้ ราคาหุ้น TAE ถือว่าปรับตัวขึ้นแรงเกินพื้นฐานที่โบรกเกอร์ประเมิน โดย บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้ราคาเหมาะสม  3 บาท บล.ซีไอเอ็มบี ให้ราคาเหมาะสม 2.98 บาท และ บล.เอเซีย พลัส ให้ราคาเหมาสม 2.90 บาท

    "คงบอกไม่ได้ว่าหุ้นถูกหรือแพงเกินพื้นฐานหรือยัง เพราะมันเป็นอารมณ์ของนักลงทุนต่อตลาด ตอนนี้ภาพการเมืองมีความชัดเจนตลาดก็ตอบรับกลับไปด้วย และปกติก็จะมีการเข้าเก็งกำไรกับหุ้นไอพีโออยู่แล้ว อีกประการหนึ่งหุ้นพลังงานทดแทนก็ถือว่าเป็นที่สนใจของนักลงทุนเป็นอย่างมากในช่วงหลัง ทีนี้ก็ต้องมาดูว่านักลงทุนคาดหวังไว้อย่างไรกับการลงทุนในครั้งนี้ ซึ่งก็อย่างที่บอกต้องศึกษาข้อมูล ศึกษาพื้นฐานก่อนการลงทุน จริงๆ แล้วหุ้นตัวนี้ตอนที่ตั้งราคาดัชนีฯ อยู่ที่ 1,350 จุด แล้วในวันโรดโชว์ก็มีการประกาศกฎอัยการศึก ขณะที่วันจองก็มีการทำรัฐประหาร แต่ก็ยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งสะท้อนกับระดับดัชนีฯ ปัจจุบัน คงเป็นเหตุผลที่ราคาหุ้นบวกขึ้นไปเยอะในวันนี้"นายสมภพ กล่าว

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด