FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

คลัง

คลัง เตรียมเพิ่มปรับประมาณการ จีดีพี ปี 57 ใหม่ มิ.ย.นี้ คาดโตระหว่าง 2-3% จากเดิมโต 2.6% มั่นใจ จ่ายเงินจำนำข้าวชาวนา หนุน จีดีพี Q2/57 โต 1%

      คลัง เตรียมเพิ่มปรับประมาณการ จีดีพี ปี 57 ใหม่ มิ.ย.นี้ คาดโตระหว่าง 2-3% จากเดิมโต 2.6% พร้อมมั่นใจ จ่ายเงินจำนำข้าวชาวนา หนุนจีดีพี Q2/57 โต 1% ส่วน ศก.ไทยเดือน เม.ย. ยอมรับหดตัวจากการเมืองไม่แน่นอน โดยส่งออกเดือน ติดลบ 0.9% นำเข้าติดลบ 14.5% ส่งผลขาดดุลการค้า 1.4 พันล้านดอลลาร์ 

    นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ภายในเดือนหน้าจะมีการปรับสมมติฐานการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2557 ในทิศทางที่เพิ่มขึ้น จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 2.6% โดยกรอบสมมติฐานเบื้องต้นจะเติบโต 2-3%

    "ปีนี้น่าจะมากกว่า 2% อยู่แล้ว โดย พล.อ.อ.ประจิน (พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทบ.) ในฐานะรองหัวหน้า คสช.)ได้ถามว่าจะทำให้ถึง 3% ได้ไหม ซึ่งเราก็รับโจทย์มาและจะต้องรอดูมาตรการที่เสนอไปว่าจะออกมาได้ในช่วงที่เหมาะสมในไตรมาสใดหรือไม่ ส่วนไตรมาส 3 และไตรมาส 4 คาดว่าน่าจะโตมากกว่า 1% แน่นอน" นายสมชัย กล่าว

    และคาดว่าภายในเร็วๆ นี้จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการลงทุน หรือบอร์ดบีโอไอ เพื่อได้มีการอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนที่ค้างอยู่ประมาณ 7 แสนล้านบาท

   สำหรับ แผนโรดแมปทางเศรษฐกิจที่ คสช.จะแถลงภายในสัปดาห์หน้าทางกระทรวงการคลังได้เสนอนโยบายเร่งด่วนที่จะให้มีการปฏิรูป ได้แก่ โครงสร้างของภาษีและมาตรการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงแผนการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อให้รัฐวิสาหกิจสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    นายสมชัย มั่นใจว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 2 จะเติบโตได้ 1% หรือมากกว่า ภายหลังจากที่มีการกระตุ้นการบริโภคและมีจำนวนเม็ดเงินจากโครงการรับจำนำข้าวจำนวน 92,000 ล้านบาท ที่สามารถจ่ายให้ชาวนาได้ รวมถึงจะเป็นการช่วยสร้างความเชื่อมั่นและการบริโภคให้เกิดขึ้นได้ ส่วนไตรมาส 3 และไตรมาส 4 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตมากกว่า 1% แน่นอน ในขณะเดียวกันจะต้องรอดูว่าจะมีมาตรการที่จะออกมาสนับสนุนได้ในช่วงใด

    ทั้งนี้ ยอมรับว่า เศรษฐกิจช่วงเดือน เม.ย. ยังคงหดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ภายหลังจากที่ปัญหาการเมืองยังมีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ เศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณการทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยอุปสงค์ภายในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

   โดยการส่งออกสินค้าในช่วงเดือน เม.ย.2557 ติดลบ 0.9% โดยในรูปแบบดอลลาร์สหรัฐมีมูลค่า 17.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าที่ส่งออกปรับตัวลดลง ได้แก่ สินค้าเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ยานพาหนะ และอุตสาหกรรมเกษตร ส่วนการนำเข้าสินค้าเดือน เม.ย.ติดลบ 14.5% ส่งผลทำให้ดุลการค้าระหว่างประเทศเดือน เม.ย.2557 ขาดดุล 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

   ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวเริ่มมีสัญญาณปรับตัวที่ดีขึ้นเล็กน้อยภายหลังจากการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้คาดว่าภายในเดือน เม.ย.และ มิ.ย. จะเริ่มเห็นการขยายตัวของเศรษฐกิจในทิศทางที่เป็นบวกเพิ่มมากขึ้น

   สำหรับ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือน เม.ย.2557 อยู่ที่ 2.5% ต่อปี ตามการเพิ่มขึ้นของราคาหมวดผักสดและปศุสัตว์ เนื่องจากภัยแล้งส่งผลให้อุปทานลดลง ประกอบกับอาหารสำเร็จรูปมีราคาเพิ่มสูงขึ้นจากการทยอยปรับราคาก๊าซหุงต้ม

   ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานอยู่ที่ 1.7% ต่อปี โดยอัตราการว่างงานในช่วงเดือน เม.ย.2557 อยู่ที่ 0.9% ต่อปี ของกำลังแรงงานรวมซึ่งคิดเป็นจำนวนผู้ว่างงานเท่ากับ 3.44 แสนคน สำหรับสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีล่าสุด ณ สิ้นเดือน มี.ค.2557 อยู่ที่ 46.1% ซึ่งต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ตั้งไว้ให้ไม่เกิน 60%

   นอกจากนี้ เสถียรภาพภายนอกประเทศยังอยู่ในระดับมั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ ซึ่งสะท้อนได้จากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือน เม.ย.2557อ ยู่ในระดับสูงที่ 168.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นประมาณ 2.8 เท่า

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย 

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด