FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

บทวิเคราะห์

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน

 

SET ยังผันผวนและมีลุ้นพักตัวลงให้ซื้อช่วงลบได้ แต่ซื้อแล้วเน้นถือ
       กลยุทธ์ : เนื่องจากคาดว่า SET ยังมีสิทธิแกว่งผันผวนและปรับตัวลงได้อีก จึงยังแนะนำให้เลือกหุ้นทยอยเข้าซื้อเพิ่มสำหรับเทรดดิ้งกรอบกว้าง และซื้อเพื่อถือลงทุนในช่วง SET เป็นลบ แต่มองว่าเป็นการปรับพักฐานเพื่อแกว่งขึ้นรอบใหม่ ดังนั้นส่วนถือลงทุนจึงยังแนะนำให้เน้นถือต่อเนื่องไว้ก่อนเช่นเดิม
หุ้นเด่นทางเทคนิค : OTO, RML, GFPT(short)

       แนวโน้ม : ตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปเมื่อคืนนี้ขยับบวกขึ้นได้ดี ขานรับการตัดสินใจใช้มาตรการรับมือภาวะเงินฝืดของธนาคารกลาง ECB ด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตามคาด แต่ยังมีลักษณะแกว่งผันผวนและมีกรอบขึ้นจำกัด เนื่องจากนักลงทุนยังรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในคืนวันนี้อีกครั้ง ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้แม้ว่าจะสามารถเปิดบวกตามขึ้นมาได้ แต่ก็ยังเป็นการบวกในกรอบจำกัด ขณะที่ SET วานนี้แม้ว่าจะรีบาวด์กลับเป็นบวกได้ในช่วงบ่าย แต่ FSS ก็คาดว่ากรอบการขึ้นน่าจะยังจำกัดด้วยเช่นกัน และยังต้องระวังการแกว่งพักตัวลงอีกสักระยะ หลังจากช่วงนี้ยังไม่ค่อยมีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาหนุน และช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นก็ขยับขึ้นมาตอบรับปัจจัยสนับสนุนช่วงนี้ไปพอควรแล้วด้วย ดังนั้น FSS จึงยังแนะนำให้เลือกหุ้นซื้อเพิ่มเติมในช่วงตลาดย้อนลงดีกว่า อย่างไรก็ตามเนื่องจากเรายังมีมุมมองเชิงบวกกับแนวโน้มระยะกลาง-ยาว ดังนั้นส่วนที่ถือลงทุนอยู่แล้ว เราจึงยังแนะนำให้เน้นถือต่อเนื่องไว้เพื่อลุ้นตลาดแกว่งขึ้นรอบใหญ่ค่อยพิจารณาทำกำไรต่อไป
       แนวรับ 1447-1445 , 1442-1436 จุด แนวต้าน 1455-1458 , 1463-1470 จุด
      Fund Flow ไหลเข้าตลาดในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องอีก US$151 ล้านวานนี้ โดยไหลเข้าตลาดเกาหลีใต้และไต้หวัน สำหรับตลาดไทย เงินทุนยังคงไหลเข้าอย่างหนาแน่นอีก US$42 ล้านและเป็นปริมาณที่มากกว่าประเทศในกลุ่ม TIP แนวโน้มกระแสเงินทุนในวันนี้น่าจะเป็นบวก ตอบรับ ECB ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

ข่าว/หุ้นเด่นมีประเด็น
  (+) ECB กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการลดดอกเบี้ยอ้างอิงจาก 0.25% เหลือ 0.15% และลดดอกเบี้ยเงินฝาก (ที่ธนาคารเอามาฝากกับ ECB) จาก 0% เป็น -0.10% (ธนาคารต้องจ่ายดอกเบี้ยเมื่อฝากเงินกับ ECB) และลดดอกเบี้ยปล่อยกู้มาร์จิ้นจาก 0.75% เหลือ 0.40% เพื่อผลักดันให้ธนาคารต่างๆปล่อยกู้ เพิ่มสภาพคล่องในระบบ ป้องกันภาวะเงินฝืด แต่เงินยูโรกลับมาแข็งค่าเพราะอ่อนค่ารับข่าวนี้มาก่อนแล้ว (ดอลลาร์อ่อน บาทแข็ง) ทองปรับขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นเช่นกัน
  (0) แนวโน้มกลุ่มพลังงานหลังรัฐประหาร SET Index +3% นับตั้งแต่ประกาศกฏอัยการศึก (20 พ.ค.) กลับมายืนเหนือระดับก่อนการชุมนุมของกปปส.เมื่อต้นเดือน พ.ย. ปีก่อน ขณะที่ SETENERG -1% และต่ำกว่าช่วงชุมนุมอยู่ 5% เป็นกลุ่มที่ underperform ตลาดที่สุด (หุ้นขนาดใหญ่ปรับลง สวนทางหุ้นกลาง-เล็กในกลุ่มพลังงานทดแทนที่ปรับขึ้นเฉลี่ยกว่า 10%) สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาเล่นหุ้นในกลุ่ม Domestic plays หลังการเมืองนิ่ง ขณะเดียวกันการเติบโตของกำไรของกลุ่มพลังงานก็ไม่น่าสนใจ เราคาดกำไรปกติเติบโตเพียง 2% ในปีนี้และ 7% ในปี 2015 เพราะบริษัทส่วนใหญ่ใช้กำลังการผลิตเต็มที่แล้วไม่ว่าจะเป็นโรงแยกก๊าซ (GSP) โรงกลั่น TOP, BCP โรงงานปิโตรฯ PTTGC และ IRPC ทำให้การเติบโตของกำไรจะมาจากการขึ้นลงของราคาสินค้าในตลาดโลกเป็นหลัก รวมทั้ง valuations ก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกับคู่แข่งในเอเชีย เรายังคงให้น้ำหนัก Neutral แนะนำเลือกซื้อเพียง GUNKUL (เป้าหมาย 16 บาท) เพราะกำไรโตสูง PE ยังไม่แพง และ IRPC (เป้าหมาย 4.50 บาท) เพราะราคาหุ้นต่ำกว่า Book value 
  (+) กลุ่มรับเหมา-ธนาคาร รฟท.จะจัดประมูล (E-auction) โครงการก่อสร้างทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย สัญญาที่ 1 วงเงิน 1.02 หมื่นล้านบาทในวันที่ 9 มิ.ย. และจะเสนอให้คสช.หรือรัฐบาลใหม่อนุมัติปลายปีนี้ บริษัทที่สนใจยื่นประมูลมี 6 บริษัทได้แก่ ITD, STEC, UNIQ, กิจการร่วมค้า ซีเคซีเอช (CK ร่วมกับบจ.ช.ทวีก่อสร้าง), บจ.กิจการร่วมค้า ทีซีซี. และบจ.เอ.เอส.แอสโซซิเอท เอนยิเนียริ่ง(1964) ตัวเก็งคือ ITD (ราคาเป้าหมาย 5.15 บาท) เพราะมีประสบการณ์ทำงานกับรฟท.หลายโครงการ อย่างไรก็ตาม เมื่อทราบผลแล้ว ระวัง Sell on fact ทั้งกลุ่มรับเหมา ในส่วนของกลุ่มธนาคาร เราคิดว่าน่าสนใจมากกว่า แนะนำหุ้นที่ราคา laggard คือ TMB (ราคาเป้าหมาย 2.60 บาท), KTB (ราคาเป้าหมาย 23.40 บาท) และ KBANK (ราคาเป้าหมาย 212 บาท) 
   (0) M แนวโน้มการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมใน 2Q14 จะฟื้นขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ยังติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 และคาดเปิดสาขา 10 แห่ง จึงคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 480-500 ล้านบาทใน 2Q14 เติบโต 3-7% Q-Q แนวโน้มใน 2H14 จะดีขึ้นจากการบริโภคที่เริ่มฟื้นหลังการเมืองคลี่คลาย ประกอบกับการปรับขึ้นราคาอีก 4% ตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และขยายสาขาอีก 41 แห่ง เรายังคาดกำไรสุทธิปีนี้โต 12% Y-Y คงราคาเป้าหมาย 61 บาท (PE 24 เท่า) แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นจนเหลือ upside เพียง 6% จึงลดคำแนะนำเป็นถือ จากเดิมซื้อ สำหรับปันผลงวด 1H14 คาดจ่าย 0.70 บาท (yield 1.2%)
   (+) กทปส.เคาะราคาคูปองทีวีดิจิตอล 1,000 บาท รอกสทช.อนมุติ 13 มิ.ย.นี้ เป็นราคาที่สูงกว่าที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ที่ 690 บาท คาดว่าจะแจกให้ประชาชน 25 ล้านครัวเรือนได้ในเดือน ก.ค. แต่หากต้องทำประชาพิจารณ์ ก็อาจล่าช้าไปเป็นเดือน ส.ค. เป็นผลบวกกับผู้ขายอุปกรณ์เช่น SAMART, AJD, SINGER, FORTH, MCOT

  ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมาปิดทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งโดยขยับเพิ่มอีก 98.58 จุด ขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจาก ECB โดยอีกประเด็นที่นักลงทุนจับตาดูคือตัวเลขการจ้างงานในคืนวันนี้
   ส่วนตลาดหุ้นยุโรปเมื่อคืนปิดในแดนบวกได้เช่นหลัง ECB ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อจะกระตุ้นเศรษฐกิจหลังระยะหลังเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัว
  ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดเช้านี้ปรับตัวในแดนบวกได้ตามตลาดหุ้นภูมิภาคอื่นตอบรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทาง ECB ออกมาหลังการประชุมเมื่อวานนี้
   ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้า คาดวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.55-32.67 บาท/ดอลลาร์ 
   ราคาน้ำมันดิบในตลาด NYMEX ส่งมอบเดือน ก.ค. ขยับตัวลงเล็กน้อย 0.16 ดอลลาร์/บาร์เรล มาปิดที่ 102.48 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยนักลงทุนจับตาดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศในคืนวันนี้
   ราคาทองคำในตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. ปรับตัวขึ้น 9.00 ดอลลาร์/ออนซ์ มาปิดที่ 1,253.30 ดอลลาร์/ออนซ์ หลัง ECB ออกมาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งทำให้ปริมาณการเงินในระบบเพิ่มขึ้นและเป็นบวกต่อราคาทองคำ
Contact person : Somchai Anektaweepon Research Dept. Tel: 02-646-9967, 02-646-9852 

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด