FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

การเมือง

จ่อฟันซุกนาฬิกา-คดีข้าว ปูเจอ 2 เด้ง ปปช.ตั้งอนุสอบเชิงลึก เช็กทรัพย์สิน 4 รมต.ก็โดน ทหารลุยตรวจโกดังทั่วปท. ปิยสวัสดิ์โชว์แผนพลังงาน พณ.สั่งตรึงราคาสินค้า 6 ด.

        'บิ๊กตู่'พบนักลงทุนญี่ปุ่นชี้เรียกความเชื่อมั่น สั่งทหารลุยตรวจสต๊อกข้าวทั่วประเทศ พณ.นัดคุยค้าปลีกรายใหญ่ตรึงราคาอีก 6 เดือนสนองนโยบาย คสช. การท่องเที่ยวขอ"บิ๊กตู่"นั่งประธาน ท.ช.ช. 'ปิยสวัสดิ์'ชงแผนปฏิรูปพลังงาน

ปฏิรูปพลังงาน - นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีต รมว.พลังงาน พร้อมกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืนนำเสนอแนวทางปฏิรูปพลังงานให้ผู้บริหารเครือมติชนรับฟังที่อาคารบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน


@ คสช.ชี้นักลงทุนญี่ปุ่นเชื่อมั่น

       เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองทัพบก ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดชสีตะบุตร เลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ติดตามการทำงานในแต่ละส่วนงาน โดย พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า เน้นย้ำในหลายเรื่อง อาทิ กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) ขอให้มีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจอันดีให้เกิดขึ้นในหมู่พี่น้องประชาชนให้มากขึ้น 

       "ทางหัวหน้า คสช.ได้พบปะหารือร่วมกับกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่นถือเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการลงทุนในประเทศไทยมากที่สุดเกินกว่าร้อยละ 50 ซึ่งสามารถเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนกลุ่มนี้คืนมาได้เป็นอย่างดี" พล.อ.อุดมเดชกล่าว และว่า งานทางด้านเศรษฐกิจมีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ทหารในทุกกองทัพภาคเตรียมกำลังพลให้พร้อม เพราะทันทีที่มีการตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการตรวจสอบสต๊อกข้าวเสร็จสิ้น งานต่อไปก็คือการลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวทั่วประเทศ 

@ คสช.เร่งงบปากท้องปชช.

        ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ คณะทำงานโฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในการประชุมคณะทำงาน คสช.ด้านต่างๆ เป็นการติดตามการรายงานโครงการแผนงานที่เตรียมเข้าสู่การพิจารณาการใช้จ่ายงบประมาณปี 2557 ที่เหลืออยู่ เน้นย้ำให้ดำเนินการให้เป็นประโยชน์และเน้นเรื่องปากท้องของประชาชน เน้นความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวง ไม่ใช่แต่ละกระทรวงเสนอขึ้นมา ขอให้สอดคล้องแนวทางเดียวกัน นอกจากนี้เน้นย้ำเรื่องการให้ข้อเท็จจริงกับประชาชน อาทิ เรื่องโครงสร้างพลังงาน โครงสร้างภาษีและการช่วยเหลือเกษตรกรแบบยั่งยืน และขณะนี้มีการปล่อยข่าวทางโซเชียลเรื่องราคาก๊าซ จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวดังกล่าว

@ เผย'บิ๊กตู่'ห่วงราคาสินค้า
     ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า หัวหน้า คสช.ห่วงเรื่องราคาสินค้า ภาวะค่าครองชีพที่มีผลกระทบต่อประชาชน เน้นย้ำต้องดูเรื่องราคาสินค้าที่มีความจำเป็น ให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลราคาที่เป็นธรรม ตรึงราคาสินค้าจำเป็นเพื่อลดภาระของประชาชนและให้กรมการค้าภายในดูแลเรื่องนี้จริงจัง และนอกจากนี้ในเรื่องของการใช้วัตถุดิบในผลิตภัณฑ์ภาคอุตสาหกรรม ขอให้ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นวัสดุพื้นฐาน เพื่อกระตุ้นการพัฒนาในประเทศ สำหรับภาคการเกษตรอย่างยั่งยืนนั้น หัวหน้า คสช.มีแนวคิดให้ช่วยเรื่องปัจจัยขั้นพื้นฐาน ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาการตั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์เพื่อให้ช่วยเหลือเกษตรกรว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะตั้งศูนย์ภายในจังหวัด

@ จัดโซนนิ่งที่พักต่างด้าว 
       สำหรับ ปัญหาความมั่นคงจากแรงงานต่างด้าว ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าวว่า มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศจำนวนมาก มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลจัดระเบียบพื้นที่ที่พักให้ชัดเจน ดูแลให้เป็นหมวดหมู่ และดูแลแรงงานต่างด้าวอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อคนไทยและแรงงานต่างด้าวเอง หากไม่มีการดูแลอาจจะกระทบต่อความมั่นคง ได้มอบนโยบายให้มีการจัดโซนนิ่งที่อยู่อาศัยและดูแลสภาพความเป็นอยู่และสวัสดิภาพด้วย ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานดำเนินการ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นปัญหาต่อเนื่อง
      "ขอให้ข้าราชการทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนการดำเนินการต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นจะใช้มาตรการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งเดิมอาจจะหย่อนยานเกินไป" ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าว

@ 'ปิยสวัสดิ์'ชงปฏิรูปพลังงาน 
      นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในนาม "กลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน" ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เครือมติชนว่า ขอเสนอให้ คสช.ใช้ข้อมูลแนวทางปฏิรูปพลังงานของกลุ่มจำนวน 3 ข้อ อาทิ ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพิ่มการแข่งขันอย่างเป็นธรรมโดยลดการผูกขาดของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อพิจารณาปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีบางกลุ่มออกมาเสนอแนวคิดเช่นกัน บทบาทเน้นไปที่การจับตา แต่ของกลุ่มปฏิรูปอยากเห็นการปฏิรูปที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง เพราะตัวแทนของกลุ่มมาจากหลายภาคส่วนที่คลุกคลีกับพลังงานและเห็นภาพการบริหารมาโดยตลอด

@ แนะปิดข้อมูลบิดเบือน 
      นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ปัจจุบันเริ่มเห็นนโยบายประชานิยมจาก คสช.จากการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือน และตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เพื่อให้เกิดการปรับโครงการพลังงานทั้งระบบก่อน ทางกลุ่มจึงเชื่อว่า คสช.ซึ่งมีทีมที่ปรึกษามีความรู้ เข้าใจโครงสร้างพลังงาน สามารถพิจารณาข้อมูลจากทุกฝ่ายที่นำเสนอเข้าไป รวมถึงข้อมูลจากกลุ่มด้วย ซึ่งไม่ใช่ประชานิยมสุดโต่ง ไม่เช่นนั้นอาจเสียหายระยะยาวได้
      "หากเป็นไปได้อยากให้ คสช.ใช้อำนาจทางกฎหมายที่สั่งปิดข้อมูลทางโซเชียลมีเดียที่พยายามยั่วยุ ปั่นป่วนโครงสร้างพลังงานให้บิดเบี้ยว สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนอย่างผิดๆ กลายเป็นประชานิยมแบบสุดโต่ง เพราะหลายครั้งทำให้เกิดความปั่นป่วนในสังคมอย่างมาก" นายปิยสวัสดิ์กล่าว

@ 'มาร์ค'จี้โปร่งใสเปิดข้อมูลงบ 
       ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป. กล่าวว่า ในการจัดทำร่างงบประมาณรายจ่ายปี 2558 ควรเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมและรับรู้ข้อมูล แต่ถ้าทำเป็นคำสั่งสามารถออกเป็นงบประมาณได้เลย โดยที่ไม่มีใครมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลล่วงหน้า ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ดังนั้น เมื่อ คสช.ต้องการให้ทุกอย่างโปร่งใส ต้องการแสดงให้เห็นว่ามีความเข้าใจว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาใหญ่ จึงควรพยายามอาศัยแรงของประชาชน ดังนั้น ไม่ว่าจะทำร่างงบประมาณด้วยคำสั่งของ คสช. หรือเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ก็ตาม ควรเปิดเผยข้อมูลเหมือนกับเอกสารงบประมาณที่เคยเปิดเผยต่อสภาทุกปี เพื่อให้สาธารณชนรับทราบว่า โครงการไหนมีราคาแพงหรือเหมาะสมหรือไม่ มีการปรับลดโครงการที่แพงเกินไป จะทำให้ทุกคนสบายใจว่ากระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใส แสดงให้เห็นว่า คสช.เอาจริงเอาจังกับการทุจริตคอร์รัปชั่น 

@ ออมสิน ตั้งกองทุนรายย่อย
       นายธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการ ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารอยู่ระหว่างหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรมพัฒนาชุมชน และสำนักส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (สสว.) ในการจัดตั้งกองทุนพัฒนาวิสาหกิจขนาดย่อม (รายย่อย) วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ เบื้องต้นอาจใช้เงินของธนาคารเพื่อปล่อยกู้รายละไม่เกิน 10-50 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยกรมพัฒนาชุมชนจะช่วยคัดเลือกลูกค้า สสว.จะช่วยพัฒนาผู้ประกอบการ และอาจมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาเสริมเรื่องการค้ำประกัน 

@ เล็งเปิดตัวที่จ.เชียงใหม่
       นายธัชพล กล่าวว่า ธนาคารจะเสนอ ธปท.พิจารณาเกี่ยวกับการตั้งเงินชดเชยหรือไม่ต้องกันสำรองกรณีที่เกิดหนี้เสีย 20% แรกของพอร์ต เพราะถือเป็นการปล่อยลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง แต่ต้องหารืออีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร คิดว่าจะได้ข้อสรุปการจัดตั้งกองทุนในเร็วๆ นี้ โดย ธปท.อยากให้ลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่างหน่วยงานเพื่อเปิดกองทุนให้ได้ภายในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ เป็นการพัฒนาแบบครบวงจรเหมือนในญี่ปุ่นหรือยุโรป เตรียมเปิดตัวกองทุนที่จังหวัดเชียงใหม่ เพราะมีสินค้าโอท็อปหลากหลายที่สามารถพัฒนาและต่อยอดได้อีกมาก 

@ ตั้งกองทุนช่วยข้าราชการ
       นายธัชพล กล่าวว่า ธนาคารได้เสนอแนวคิดเรื่องการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยลูกหนี้กลุ่มข้าราชการ ครู ทหาร ตำรวจ โดยจะโอนทั้งหนี้ดีและหนี้เสียของแต่ละสถาบันการเงินมาอยู่ในกองทุน ในส่วนของธนาคารออมสินเตรียมลูกหนี้ไว้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยกองทุนนี้จะทำหน้าที่บริหารทั้งลูกหนี้ที่ดีให้เข้มแข็งและปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ที่มีปัญหา เช่น ลูกหนี้กลุ่มครูจะยกระดับขึ้นเป็นธนาคารครู เพราะลูกหนี้กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่ไม่มีความเสี่ยง เนื่องจากมีเงินเดือนประจำ 
       "แนวคิดการจัดตั้งกองทุนข้าราชการฯเพื่อดูแลลูกหนี้กลุ่มนี้ไม่ให้เกิดปัญหาต่อธนาคาร ถ้าผู้ที่มีประวัติการจ่ายหนี้ที่ดีสามารถกู้เพิ่มได้ แต่ถ้าคนที่ไม่มีเงินจ่ายหนี้อาจจะผ่อนผันให้จ่าย 3 เดือนครั้ง เพื่อเป็นการผ่อนภาระ ระบบธนาคารจะทำไม่ได้ ส่วนการพัฒนาเป็นสถาบันการเงินจะใช้ในลักษณะเดียวกับพัฒนากองทุนหมู่บ้าน ให้เป็นสถาบันการเงินชุมชน" นายธัชพลกล่าว

@ ร่วมประมูลจ่ายข้าวรอบ 2 
       นายธัชพล กล่าวอีกว่า ธนาคารออมสินจะร่วมประมูลวงเงินกู้จำนำข้าวที่เหลืออีก 4 หมื่นล้านบาท หลังจากที่ชนะการประมูลรอบแรกและได้วงเงินไปทั้งหมด 5 หมื่นล้านบาทคาดว่าดอกเบี้ยครั้งนี้น่าจะประมูลอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพ (BIBOR) 6 เดือนเหมือนเดิม ทั้งนี้จะเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาว่าจะยื่นอัตราดอกเบี้ยเดียวทั้งหมด 4 หมื่นล้านเลยหรือไม่ หรืออาจจะแบ่งวงเงินกู้เป็นหลายวง เพื่อเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ย ขณะนี้ธนาคารมีสภาพคล่องถึงระดับ 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งรวมที่ปล่อยกู้รอบแรก 5 หมื่นล้านบาท

@ พณ.นัดถกค้าปลีกตรึงราคา
      รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 มิถุนายน นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เชิญสมาคมการค้าและผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ประมาณ 70 ราย ชี้แจงและขอความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้าต่อเนื่อง 6 เดือน (พฤษภาคม-ตุลาคม 2557) และเชิญผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ ได้แก่ บิ๊กซี เทสโก้-โลตัส และท็อปส์ หารือและขอความร่วมมือในการขายอาหารปรุงสำเร็จ (จานด่วน) ในศูนย์อาหารภายในห้าง ตามราคาแนะนำที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ไม่เกิน 35-40 บาท/เมนู ตามนโยบายของ คสช.ขอให้ผู้ผลิตสินค้าตรึงราคา 6 เดือน

@ เตรียมจัดมหกรรมธงฟ้า
       นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 มิถุนายน ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเรียกผู้ผลิตสินค้าในบัญชีดูแลของกระทรวงพาณิชย์ 205 รายการ มาหารือและขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าตามนโยบาย คสช. เป็นระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน 2557 นอกจากนี้ปลายเดือนมิถุนายนจะจัดมหกรรมธงฟ้า ลดราคาสินค้ากว่าปกติ 10-20% ที่ไบเทค บางนา และเดือนสิงหาคม จัดที่อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งปีนี้เตรียมจัดธงฟ้าประมาณ 1,200 ครั้ง และสั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าปลีกดั้งเดิม (โชห่วย) เน้นลดพ่อค้าคนกลาง 

@ สนง.พาณิชย์แจงปฏิวัติ 
        นางศรีรัตน์ กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ 66 แห่งทั่วประเทศได้ชี้แจงต่อประเทศนั้นๆ แล้ว โดยยืนยันว่าสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันไม่กระทบด้านเศรษฐกิจ นโยบายการค้าเสรี การเจรจาทำความตกลงการค้าเสรี และการปฏิบัติตามพันธกรณีและข้อตกลงทางการค้าต่างๆ ที่ไทยได้ผูกพันไว้แล้ว 
       นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การตรึงราคาสินค้า 3-6 เดือน ถือว่ายังสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคที่กำลังขยายตัว และเอกชนจะยังรับได้ เพราะที่ผ่านมากำลังการผลิตยังไม่เต็มที่และมีสต๊อกสินค้าสำเร็จรูปเหลือ ดูได้จากการแข่งขันลดราคาและชิงตลาดผู้ซื้อ 

@ ชง'บิ๊กตู่'นั่งประธานท.ช.ช. 
       นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า สทท.เตรียมเสนอ คสช.พิจารณาตั้งประธานคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ช.ช.) คนใหม่ โดยอยากเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะ คสช. เป็นประธาน เพื่อเร่งการพัฒนาการท่องเที่ยวให้ยั่งยืน 
      นายธเนศ วรศรัณย์ รองประธาน สทท. กล่าวว่า หากมีประธานที่มาจากการคัดเลือกของ คสช. จะสามารถกำหนดการทำงานด้านนโยบายได้ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อสร้างขอบเขตของงานและเร่งปฏิบัติตามได้รวดเร็ว คาดว่าจะนำเสนอหัวข้อนี้ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ คสช.พิจารณา พร้อมกับเสนอมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว และการเสนอของบประมาณกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 

@ เคอร์ฟิวทำนักเที่ยวหด 30%
      น.ส.ปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า การประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่กรุงเทพฯ กระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการสะท้อนมาว่าได้รับผลกระทบในทุกภาคส่วน ทั้งนี้ พบว่าสัดส่วนนักเที่ยวในกรุงเทพฯ ลดลงประมาณร้อยละ 30 โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนและญี่ปุ่น กทม.จึงได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูและปฏิทินการท่องเที่ยวประจำปี 

@ ผู้ตรวจฯชงเลิกกองทุนน้ำมัน
       รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหนังสือส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเห็นควรให้ยกเลิกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 4/2547 เรื่องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2547 หรือกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากเห็นว่า เป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องตามกฎหมาย และจะทำให้ประชาชนผู้บริโภคได้รับประโยชน์ในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในราคาที่เป็นธรรมมากขึ้น จึงควรพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายต่อไป โดยมีการระบุว่า หากไม่ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณา

@ ป.ป.ช.เล็งฟัน'ปู'ซ้ำไม่แจงทรัพย์สิน ปมมาร์คซักฟอก'นาฬิกา' 2.5 ล้าน
       เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 เกี่ยวกับการซื้อนาฬิกาเรือนละ 2.5 ล้านบาทนั้น ไม่ปรากฏในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า เรื่องนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ช.ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องนี้มาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ช.ได้สรุปข้อเท็จจริงพร้อมความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว คาดว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณาเรื่องนี้ในการประชุมวันที่ 19 มิถุนายนนี้
       นายวรวิทย์ กล่าวว่า การประกาศเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยจำนวน 10 คน ครบกำหนดยื่นบัญชีในวันที่ 5 มิถุนายน เวลา 16.30 น. ทั้งนี้ ทาง ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบเมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ยังมีบุคคลที่ไม่ได้มายื่นบัญชีจำนวน 5 คน ประกอบด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรองนายกฯ นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หากอดีตรัฐมนตรีทั้ง 5 ไม่มายื่นหรือยื่นไม่ทัน ต้องชี้แจงมายัง ป.ป.ช.ถึงสาเหตุและปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้กรณีที่พ้นตำแหน่งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม จะครบกำหนดยื่นบัญชีทรัพย์สินในวันที่ 20 มิถุนายน ซึ่งขณะนี้เริ่มมีอดีตรัฐมนตรีทยอยเดินทางมายื่นบัญชีทรัพย์สินแล้ว คาดว่าจะสามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ประมาณต้นเดือนกรกฎาคม
       นายวรวิทย์ กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ว่า พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ร่ำรวยผิดปกติจำนวน 296.3 ล้านบาท ให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ทรัพย์สินจำนวนดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินนั้น อัยการสูงสุดได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งแล้ว เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม
       เมื่อถามว่า กรณีที่มีกระแสข่าวบนโซเชียลมีเดีย เรื่องคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องแสดงทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.หรือไม่นั้น นายวรวิทย์กล่าวว่า กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ คสช.ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.

 

วันที่ 06 มิถุนายน พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8591 ข่าวสดรายวัน


ขานรับบิ๊กตู่ เมนูจานเดียว 30 บาท 
ห้างดังประเดิมขายถูก พาณิชย์เพิ่มงร้านธงฟ้างออมสินประมูลกู้รอบ 2 อีก 4 หมื่นล.จ่ายชาวนา

      กระทรวงพาณิชย์ถกห้าง-ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ ขานรับนโยบาย "บิ๊กตู่" สั่งตรึงราคาสินค้า ลดภาระค่าครองชีพเพิ่มจำนวนร้าน "ธงฟ้า" ผุดเมนูพิเศษราคาถูก 30 บาท จากปกติขาย 35 บาท รวมทั้ง อาหารแพ็กปรุงสุก เริ่มต้นที่ 6 บาท ส่วน แบงก์ออมสินเตรียมร่วมประมูลเงินกู้อีก 4 หมื่นล้านบาท โครงการจำนำข้าว ขณะที่ปธ.สภาอุตฯ ท่องเที่ยวเสนอตั้ง ปธ.นโยบายท่องเที่ยวคนใหม่ แนะบิ๊กตู่ควรนั่งเอง ด้านปธ.ผู้ตรวจการแผ่นดินก็เสนอเลิกกองทุนน้ำมัน ส่วนงาน "ฟูลมูนปาร์ตี้" เกาะพะงัน ทหารไม่ห้ามจัด ระบุไม่ใช่การชุมนุมทาง การเมือง

คสช.แจงหลักเกณฑ์เคอร์ฟิว 

       เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะคณะทำงานโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงมาตรการเคอร์ฟิว ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนดว่า เพื่อให้เกิดความสบายใจ บางพื้นที่ในเมืองท่องเที่ยวมีการผ่อนปรนแล้ว หากฝ่ายความมั่นคงและการข่าว ประเมินว่าสถานการณ์มีความสงบเรียบร้อยอาจมีมาตรการผ่อนปรนตามลำดับ เพราะ เจ้าหน้าที่ทราบดีถึงการเกิดผลกระทบต่อประชาชนจึงจะใช้ตามความจำเป็นเท่านั้น

       ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวโน้มจะยกเลิกการประกาศเคอร์ฟิวในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกหรือไม่ พ.อ.วินธัยกล่าวว่า มาตรการเคอร์ฟิวเป็นสิ่งที่ คสช.พูดถึงอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และขณะนี้มีการปรับและรายงานเข้ามาตลอด เชื่อว่าอีกระยะจะมีการผ่อนปรนตามสภาพแวดล้อม โดยขึ้นอยู่กับความสงบเรียบร้อย เพราะความไม่สงบที่เกิดขึ้น อาจจะแอบแฝงอยู่ จึงต้องมีการประเมินให้ครอบคลุมทุกมิติก่อน

สั่งคุมเข้มแรงงานต่างชาติ 

       ส่วนร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ คณะทำงานโฆษก คสช. แถลงผลประชุมฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายสังคมและจิตวิทยา และฝ่ายเศรษฐกิจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.กำชับในหลายส่วนงานทำความเข้าใจ และบอกข้อเท็จจริงกับประชาชนให้เข้าใจ อาทิ กรณีปล่อยข่าวเรื่องการปรับราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินั้น เรื่องนี้อยู่ระหว่างการหารือของฝ่ายเศรษฐกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจะเสนอมายังหัวหน้า คสช.พิจารณา จึงยังไม่มีข้อสรุป และขอความร่วมมือประชาชนอย่าเพิ่งหลงเชื่อ นอกจากนี้ ยังเน้นให้หน่วยงานด้านต่างประเทศ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงต่างประเทศให้เข้าใจสถานการณ์ในไทยก่อนและรัฐประหารว่าแตกต่างกันอย่างไร 

       ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า อีกทั้งหัวหน้า คสช.เป็นห่วงแรงงานต่างชาติในบางพื้นที่ ที่มีจำนวนมากและส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่นั้น อาจกระทบด้านความมั่นคง จึงกำชับให้จัดพื้นที่พำนักของแรงงานต่างชาติให้เป็นหมวดหมู่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการควบคุมดูแล นอกจากนี้ ยังมอบให้กองทัพภาคที่ 3 และ 4 เร่งก่อสร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียนใน จ.เชียงราย ที่ประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหว และโรงเรียนที่ถูกไฟไหม้ในพื้นที่ อ.สุไหง ปาดี จ.นราธิวาส และเพิ่มการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และการเสริมสร้างประชาธิปไตยให้มากขึ้น

'บิ๊กตู่'หารือนักลงทุนญี่ปุ่น 

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมติดตามสถานการณ์ของ คสช.ประจำวัน ที่ บก.ทบ. มีพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุมแทน พล.อ.ประยุทธ์นั้น พล.อ.อุดมเดชกล่าวเน้นย้ำในที่ประชุมหลายเรื่อง อาทิ ในส่วนของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ขอให้ประชา สัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนให้มากขึ้น รวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจต่างๆ

       พล.อ.อุดมเดช ระบุด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้พบปะหารือร่วมกับกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการลงทุนในประเทศไทยมากที่สุด เกินกว่าร้อยละ 50 จะเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนกลุ่มนี้คืนมา ได้เป็นอย่างดี ส่วนงานฝ่ายสังคมจิตวิทยา ยังพูดถึงการให้ความสำคัญที่จะใช้มิติด้านวัฒนธรรมแก้ปัญหาความมั่นคงในชาติ การเร่งสร้างเครือข่ายทางวัฒนธรรม รวมทั้งการสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมให้เข้มแข็ง เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสามัคคี ปรองดองให้เกิดขึ้นในชาติได้อย่างดี ส่วนงานด้านเศรษฐกิจนั้น กำชับให้ทหาร ทุกกองทัพภาคเตรียมกำลังพลให้พร้อม เพราะทันทีที่ตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการตรวจสอบสต๊อกข้าวเสร็จสิ้น งานต่อไปคือการลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวทั่วประเทศ 

พาณิชย์เดินสายแจงนานาชาติ 

       นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการชี้แจงข้อมูลต่อหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรการค้า และเครือข่ายที่มีอยู่ในต่างประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจการค้ากับต่างประเทศตามนโยบายของ คสช. ว่าสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศทั้ง 66 แห่ง ชี้แจงสถานการณ์ในไทย พร้อมทั้งเหตุผลความจำเป็น และ แนวความคิดในการบริหารราชการแผ่นดินของคสช. ที่เน้นการสร้างความปรองดอง นำความสงบ สันติ และเสถียรภาพให้กลับคืนสู่ประเทศไทย 

       ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางในการชี้แจงนั้น ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ในต่างประเทศยืนยันว่าในด้านเศรษฐกิจจะไม่มีปัญหาใดๆ โดยไทยยังคง ยึดมั่นในนโยบายการค้าเสรี การเจรจาทำความตกลงการค้าเสรี และการปฏิบัติตามพันธกรณี และข้อตกลงทางการค้าต่างๆ ที่ไทยได้ผูกพันไว้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพันธกรณีภายใต้องค์การการค้าโลก และอาเซียน รวมทั้งการให้ความเชื่อมั่นกับ นักธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจกับประเทศไทยว่าทุกอย่างจะยังคงเดินหน้าได้ต่อไป อย่างไรก็ตาม บางประเทศยังกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางมาไทย จึงยืนยันว่าไม่มีปัญหา ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ยังเดินทางได้ตามปกติ อีกทั้ง คสช.ยกเลิกเคอร์ฟิวในบางจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้ว และคาดว่าจะยกเลิกในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

จัดงานกระตุ้นเศรษฐกิจ 

      ขณะที่ น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงสภาวะเศรษฐกิจที่มีผลต่อการประกอบธุรกิจในช่วงรัฐประหารว่า ในภาพรวมทำให้เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น เพราะจ่ายเงินให้ชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าว ทำให้เกิดการสะพัดของเงินในระบบเศรษฐกิจ รวมทั้ง คสช.ก็ประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน รวมทั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่จะมีความชัดเจนมากขึ้น ดังนั้น ต่อจากนี้ก็เห็นว่าน่าจะมีการเคลื่อนไหวทางธุรกิจต่อเนื่อง เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น 

        น.ส.ผ่องพรรณ กล่าวว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน กรมเพิ่มระยะเวลาการจัดงาน โชห่วยช่วยสังคมขึ้นอีก 1 เดือน คือ ในวันที่ 1-31 ก.ค. ขอความร่วมมือกับซัพพลายเออร์ หรือผู้ผลิตสินค้าให้ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้ผู้ค้าปลีกค้าส่งที่เป็นสมาชิกเครือข่ายของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสมาคมค้าปลีก-ส่งไทย ทั่วประเทศ โดยมีร้านค้า ส่งทั่วประเทศกว่า 380 ร้านค้า ค้าปลีก 58,000 ร้านค้า เข้าร่วมโครงการ และจะจัดงานอีกครั้งในวันที่ 1-30 ก.ย. 

ถกห้างใหญ่ตรึงราคาสินค้า 

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 6 มิ.ย.นี้ นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค และผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ เช่น ห้างเทสโก้โลตัส ห้างบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ และท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต จะหารือร่วมเรื่องการตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยในเบื้องต้นจะขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตสินค้าให้ตรึงราคาสินค้าออกไปอีก 6 เดือน คาดว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากภาคเอกชน เนื่องจากขณะนี้ตลาดมีการแข่งขันกันสูง มีผู้ผลิตสินค้าประเภทเดียวกันหลายราย รวมทั้งยังไม่มีปัจจัยที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น นอกจากผู้ผลิตสินค้าประเภทนม ซึ่งต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศที่มีต้นทุนสูงขึ้น เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนตัวลง แต่ขณะนี้กรมก็ยังไม่อนุมัติให้ปรับขึ้นแต่อย่างใด 

      นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือกับผู้ค้าปลีกให้จัดมหกรรมลดราคาสินค้า หรือโปรโมชั่น เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ค้าปลีกเป็นอย่างดี รวมทั้งเพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน กรมยังจะเดินหน้าจัดงานมหกรรมธงฟ้าราคาประหยัด ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยจะเพิ่มจำนวนการจัดงานจากที่เคยจัด 800-1,000 ครั้งต่อปี เป็น 1,200 ครั้ง หรือเพิ่มขึ้น 200 ครั้งในปีนี้ โดยการใช้การบริหารจัดการงบประมาณเดิมที่มีอยู่กว่า 200 ล้านบาท ในการดำเนินการ 

บิ๊กซีขานรับ-อาหารราคาถูก

      ขณะเดียวกัน นายเนติธร ประดิษฐ์สาร ผอ.ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีมาตรการที่จะร่วมดูแลค่าครองชีพของประชาชน เพื่อสนับสนุนตามนโยบายของคสช. และกระทรวงพาณิชย์ โดยมีทั้งแคมเปญที่กำลังดำเนินการอยู่ และระหว่างหารือกับทางกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งแคมเปญที่กำลังดำเนินการอยู่ ได้แก่ แคมเปญฟู้ดคอร์ตธงฟ้า ราคาประหยัด ที่เริ่มไปเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ถึง 29 มิ.ย. จำหน่ายอาหารราคาประหยัดทุกสาขาของ บิ๊กซี ที่ทางผู้ประกอบการร้านอาหารฟู้ดคอร์ตให้ความร่วมมือ จะมีเมนูอาหารพิเศษราคาประหยัด คือ 30 บาท 1 เมนูทุกร้าน จากปกติจะจำหน่ายในราคา 35 บาทขึ้นไป 

       นายเนติธร กล่าวว่า พร้อมกันนี้ทางบริษัทยังได้นำอาหารแพ็กปรุงสุกไปจำหน่ายบริเวณฟู้ดคอร์ตเป็นครั้งแรก ในราคาเริ่มต้น 6 บาท จำนวน 15 รายการ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนในภาวะที่ค่าครองชีพปรับ สูงขึ้น นับตั้งแต่เปิดแคมเปญมาเกือบ 1 สัปดาห์ ได้รับกระแสการตอบรับที่ดี หลังจบแคมเปญจะประเมินอีกครั้งว่าผลตอบรับเป็นอย่างไร หากดีหรือมีกระแสเรียกร้องบริษัทจะหารือร่วมกับกรมการค้าภายในเพื่อขยายเวลา หรือจัดแคมเปญดังกล่าวอีกครั้งในระยะเวลาอันใกล้ แต่จากนี้บริษัทมีแผนเพิ่มมาตรการอื่นๆ อย่างการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าที่จะเน้นสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันนำมาลดราคา 10-15 เปอร์เซ็นต์ ทุกสัปดาห์ 

'เทสโก้-แม็คโคร'จัดโปรโมชั่น

       ส่วนน.ส.สลิลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัทสื่อสารองค์กร เทสโก้ โลตัส บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด กล่าวว่า ในวันที่ 6 มิ.ย. กรมการค้าภายในเรียกผู้ประกอบการค้าปลีก และผู้ผลิตเข้าไปร่วมหารือ รวมทั้งขอความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้า เพื่อดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยทางบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือ จากที่ผ่านมาบริษัทมีมาตรการช่วยลดภาระของผู้บริโภคอยู่แล้ว ด้วยการจัดโปรโมชั่นลดราคาต่อเนื่อง ทั้งแคมเปญลดราคาทุกสัปดาห์ที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันมาลดราคาที่หมุนเวียนกันไปทุกสัปดาห์ และแคมเปญใหญ่ที่จัดตามที่มีเทศกาล หรือกิจกรรมใหญ่ อาทิ แคมเปญฟุตบอลโลกล่าสุดที่นำเครื่องใช้ไฟฟ้ามาลดราคา เป็นต้น 

      นางสุชาดา อิทธิจารุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม็คโครมีแผนสนับสนุนร้านโชห่วย ต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคชื่นชอบการซื้อสินค้าในร้านเล็กใกล้บ้าน ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างหนัก โดยเฉพาะสินค้าของกินของใช้ รวมถึงการจัดกิจกรรมช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านโชห่วยให้มีการพัฒนารูปแบบบริการและสินค้า เพื่อดึงดูดลูกค้า และช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ส่วนการปรับราคาสินค้าเป็นนโยบายของทางผู้ผลิต แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลการปรับราคาจากผู้ผลิตรายใด

ออมสินให้กู้จำนำข้าวรอบ 2

       ส่วนนายธัชพล กาญจนกูล รักษาการ ผอ.ธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้จะเรียกประชุมคณะกรรมการธนาคาร เพื่อขอ มติให้ธนาคารออมสินเข้าร่วมประมูลวง เงินกู้ 40,000 ล้านบาท ให้กระทรวงการคลัง เพื่อนำไปคืนสภาพคล่องให้ธนาคารเพื่อการ เกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่เบิกจ่ายให้ชาวนาไปก่อนหน้านี้ โดยการประมูลวงเงินกู้ในวันที่ 12 มิ.ย. คาดว่าสถาบันการเงินจะแข่งขันกันดุเดือดมากขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลจากการประมูลวงเงินกู้รอบแรกไปแล้ว 50,000 ล้านบาท

        'การปล่อยกู้ให้กับกระทรวงคลังถือว่าอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่น่าสนใจที่ 2.1792 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของแมตช์ฟันด์ 6 เดือนแค่ 1.5 เปอร์เซ็นต์ และสูงกว่าการนำสภาพคล่องไปลงทุนตามปกติที่ได้ตอบแทน 1.9-2 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ธนาคารมีสภาพคล่องเพียงพอในระดับ 250,000 ล้านบาท รวมที่ปล่อยกู้รอบแรก 50,000 ล้านบาท' รักษาการ ผอ.ธนาคารออมสินกล่าว 

เร่งโครงการพื้นฐานที่จำเป็น 

      นายสมชัย สัจจพงษ์ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ผู้บริหารกระทรวงการคลังเข้าหารือกับคสช. เพื่อสรุปการจัดทำโรดแม็ปทางเศรษฐกิจ คาดว่าหลังจากนี้คณะที่ปรึกษาของ คสช.จะกลั่นกรองและสรุปแผนและประกาศโรดแม็ปอย่างเป็นทางการได้ในไม่ช้า จะเป็นปัจจัยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป สำหรับการทำโรดแม็ปทางเศรษฐกิจมีหลายกระทรวงเศรษฐกิจที่ทำงานร่วมกัน ในส่วนของกระทรวงการคลังก็ยังยืนยัน ในส่วนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 การเร่งทำงบประมาณปี 2558 เร่งโครงการลงทุนพื้นฐานที่จำเป็น มีการคงภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 7 เปอร์เซ็นต์ต่อไปอีก 1 ปี และปฏิรูประบบภาษีเพื่อเก็บรายได้ให้พอกับรายจ่าย และสร้างความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีมากขึ้น

         นายสมชัย กล่าวต่อว่า คสช.ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานทางเศรษฐกิจให้ความสำคัญ กับการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นเงินงบประมาณ และตั้งคณะกรรมการใช้งบประมาณภาครัฐ เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังต้องการให้เกิดขึ้นมานานแล้ว เพราะหากการใช้เงินงบประมาณอย่างไม่รั่วไหลจะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจอย่างเต็มที่

ยืนยันศก.ไทยยังน่าเชื่อถือ 

       ผอ.สศค.กล่าวอีกว่า การใช้จ่ายภาครัฐแบ่งออกเป็นการบริโภคภาครัฐมีสัดส่วน 10.3 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี และการลงทุนภาครัฐมีสัดส่วน 4.7 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี โดยการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 วงเงิน 2.525 ล้านล้านบาท ที่ผ่านมา 7 เดือน เบิกจ่ายได้แล้ว 56.4 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่าย ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่เหลือหากเบิกจ่ายให้ได้ตามเป้า 95 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจ มีเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการใช้จ่าย เป็นการสร้างความมั่นใจนักลงทุนมากขึ้น โดย สศค.คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่าเป้าที่ตั้งไว้เดิม 2.6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และในเดือนนี้จะปรับประมาณการใหม่อีกครั้ง

       นายสมชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ การที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก ทั้งมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทฟิทซ์ เรทติ้ง และบริษัทสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ยังคงอันดับเครดิตของไทยไว้ที่ Baa1 BBB+ และ BBB+ ตามอันดับ ซึ่งเป็นอันดับที่น่าลงทุน สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจที่แข็งแรงและรองรับความเสี่ยงทางการเมืองได้ ขณะเดียวกันการที่สถาบันจัดอันดับเครดิต ทริสเรตติ้ง ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทในจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพราะเห็นว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังแข็งแกร่ง สะท้อนได้จากกำไรของบริษัทยังขยายตัว นอกจากนี้แนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จะช่วยให้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนขยายตัวได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

ทหารไม่ห้าม'ฟูลมูน'พะงัน

       วันเดียวกัน มีหนังสือจากจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี ที่ กห 0484.61/104 ลงนามโดย พ.อ.กิตติ จันทร์เอียด เสธ.จทบ.สุราษฎร์ ธานี ทำการแทน ผบ.จทบ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของฝ่ายทหารของทัพภาคที่ 4 ได้พิจารณาคำร้อง และได้ดำเนินการซักถามถึงความจำเป็นในการจัดงานเทศกาลฟูลมูนปาร์ตี้ ในวันที่ 9-13 มิ.ย. ที่หาดริ้น หมู่ 6 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี แล้ว การจัดงานฟูลมูนปาร์ตี้ดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง การชุมนุมหรือการฝ่าฝืนประกาศของ คสช.แต่ประการใด จทบ.สุราษฎร์ธานีจึงอนุญาตให้นายกษิดิ์เดช ทองชู ปลัดอำเภอเกาะพะงัน รักษาราชการแทนนายอำเภอเกาะพะงันจัดงานฟูลมูนปาร์ตี้ในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวได้

      นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งที่ กห.0484.61/105 อนุญาตให้จัดโครงการเปิดโลกใต้ทะเลเกาะเต่า ครั้งที่ 11 ในวันที่ 17-19 มิ.ย. ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวได้เช่นกัน

ชงตั้งปธ.นโยบายท่องเที่ยวใหม่ 

     นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่าเตรียมนำเสนอคสช. ให้ตั้งประธานคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ช.ช.) คนใหม่ โดยควรเป็นบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดในการบริหารขนาดนี้ เช่น พล.อ.ประยุทธ์ เพราะตามโครงสร้างเดิมจะมีผู้บริหารระดับนายกฯ หรือรอง นายกฯ เป็นประธาน เพื่อเร่งการพัฒนาการท่องเที่ยวให้ยั่งยืน โดยเฉพาะขณะที่การท่องเที่ยวกำลังมีปัญหา เนื่องจากจะเอื้อการทำงานด้านการขับเคลื่อนกฎหมายและมาตรการอื่นๆ ได้เร็วขึ้น ต่างจากที่ผ่านมาเมื่อ มีการบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงกลาโหม, กระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น จะได้รับความร่วมมือไม่เต็มที่หรือล่าช้า

       'การตั้ง ท.ช.ช.ขึ้นมา ถือเป็นความสำคัญลำดับแรกที่ภาคการท่องเที่ยวต้องการ เพราะการทำงานของคณะดังกล่าวจะช่วย ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาและวางแนวทางพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการใช้โครงสร้างเดิมที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ สทท.พร้อมจะร่วมมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) หรือกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ทำงานในฝ่ายเลขาคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อนำเสนอประเด็นที่ต้องการผลักดันแก้ไขได้ทันท่วงที'

ส่งชื่อ'บอร์ดบีโอไอ'ให้คสช. 

      นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปฏิบัติราชการรมว.อุตสาห กรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบอร์ดบีโอไอ ล่าสุดกระทรวงฯ ส่งรายชื่อบอร์ดให้คสช.แล้ว คาดว่าจะอนุมัติแต่งตั้งได้ภายในสัปดาห์ นี้ นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการบีโอไอ อยู่ระหว่างการเตรียมการว่าหากจะต้อง ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคสช. ให้ไว้คืออนุมัติโครงการที่ค้างอยู่ทั้ง 700 โครงการมูลค่า 750,000 ล้านบาท ให้หมดภายใน 2 เดือนนั้นจะต้องมีการประชุมถี่แค่ไหน 

       นายวิฑูรย์ กล่าวว่า กรมโรงงานฯ ได้จัดสัมมนาวิชาการเรื่องอุตสาหกรรมปลอดภัย 2014 (ปี 2) โดยเน้นย้ำให้ผู้ประกอบกอบการให้ความสำคัญกับการสร้างความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุในการประกอบการ โดยให้ถือเป็นการลงอย่างหนึ่ง โดยปัจจุบันพบว่าอุบัติเหตุที่พบมาในโรงงานทั่วประเทศคือ ไฟไหม้ ซึ่งเรื่องนี้ได้กำชัดให้กรมโรงงานฯ เข้าไปตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้น 

เสนอบิ๊กตู่เลิกกองทุนน้ำมัน 

       รายงานข่าวจากผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา นางผานิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหนังสือส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเสนอเห็นควรให้ยกเลิก คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 4/2547 เรื่อง กำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงลงวันที่ 23 ธ.ค2547 หรือกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเนื่องจากเห็นว่าจะต้องแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องตามกฎหมาย และทำให้ประชาชนผู้บริโภคได้รับประโยชน์ในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในราคาที่เป็นธรรมมากขึ้น จึงควรพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายต่อไป โดยระบุว่าหากไม่แก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณา

       ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวมีผู้ร้องเรียนมายัง ผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อเดือนเม.ย.2556 ขอให้พิจารณาและสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีรัฐเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมเข้ากับราคาน้ำมันขายปลีกในท้องตลาด ทำให้ประชาชนผู้บริโภคตกเป็นผู้ต้อง รับภาระกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น เป็นเหตุให้ได้ความรับความเดือดร้อน ซึ่ง ผู้ตรวจฯ ได้พิจารณาจนเสร็จก่อนหน้านี้ แต่ระหว่างยกร่างหนังสือเพื่อส่งข้อเสนอแนะดังกล่าวให้กับนายกฯ เพื่อพิจารณายกเลิกคำสั่งนายกฯ ดังกล่าว แต่เกิดการรัฐประหารขึ้นก่อน ผู้ตรวจฯ จึงมีหนังสือ ดังกล่าวส่งไปยังคสช.

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด