FacebookTwitterGoogle Bookmarks

JBL

DRT

0-3622-4001-8

MT

SBN-Girl

RedBlueDark SmallMediumLarge NarrowWideFluid

มหาดไทย

นายกฯขอให้ผู้ว่าฯทำงานเชิงรุก-ปรับปรุงขั้นตอนบริหารจัดการภัยพิบัติ

         นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมผ่านระบบวีดีโอ Conference ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดให้การทำงานมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น

        นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวีดีโอ Conference ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อมอบนโยบายการบริหารการบริหารราชการแผ่นดิน ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้นำไปปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ โดยมีประเด็นต่างๆ ที่ได้มีการหารือร่วมกัน อาทิ 1. การติดตามสถานการณ์อุทกภัย (จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดปราจีนบุรี) งานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เช่น 1) การเตรียมพร้อมรับภัยธรรมชาติ โดยการตั้งศูนย์บัญชาการสาธารณภัยส่วนหน้าและการจัดการภัย 2) สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) 3) การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ฯลฯ 2. งานตามนโยบายที่ดำเนินการในระยะ 4 ปี เช่น การพัฒนาศักยภาพผู้ว่าราชการจังหวัดรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ3. งานตามนโยบายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ เช่น โครงการรับจำนำข้าว โครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี และวาระการดำรงตำแหน่งของกำนันผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงการติดตามงาน PMOC และงบประมาณกลุ่มจังหวัด/จังหวัด เป็นต้น

         นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกพื้นที่ว่า นับเป็นโอกาสอันดีที่ได้มาประชุมในวันนี้ เพื่อจะได้สื่อสารเรื่องนโยบายในการทำงานร่วมกัน ทั้งในเรื่องการพัฒนาการทำงานที่ผ่านมา ภารกิจที่จะเดินหน้าในปีต่อไป พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือในดำเนินการตามนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล ทั้งนี้หากผู้ว่าฯ มีคำถามหรือข้อเสนอแนะก็สามารถแลกเปลี่ยนกันในที่ประชุมได้

         พร้อมกันนี้ ขอขอบคุณผู้ว่าราชจังหวัดทุกพื้นที่ที่ปัญหาอุทกภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ช่วยกันทำงานและดูแลประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี รวมถึงการประกาศให้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการสาธารณภัยส่วนหน้าและการจัดการภัยในพื้นที่แต่ละจังหวัดร่วมกับ กบอ. ซึ่งการทำงานในเบื้องต้นก็เป็นไปอย่างมีความเป็นเอกภาพ ทำให้สถานการณ์ต่างในพื้นที่คลี่คลายและดีขึ้นโดยลำดับ ซึ่งขณะนี้จะเหลือพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัยอยู่ 2 จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดปราจีนบุรี โดยได้สอบถามถึงรายละเอียดการดำเนินการในพื้นที่นี้ต่อไป

         อีกทั้ง นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรูปแบบการการบริหารจัดการภัยพิบัติต่างๆ ว่า ขอให้ทุกจังหวัดเริ่มที่จะปรับปรุงเพิ่มเติมในขบวนการขั้นตอนตรงนี้กับทุกภัยพิบัติ และให้มีการนำประสบการณ์ปีที่ผ่านมาปรับใช้ในการดำเนินการประกอบกันด้วย โดยเฉพาะขณะนี้เรื่องของมรสุมหรือปริมาณน้ำฝนก็เริ่มลดลงแล้วนั้น ขอให้มีการเตรียมมาตรการในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้แล้ง เช่น ขอให้มีการสำรวจแหล่งต้นน้ำ ซึ่งหากยังไม่มีท่อส่งน้ำไปยังพื้นที่เกษตรกรรมก็ขอให้ช่วยดูแลทำท่อส่งไปยังพื้นที่ที่คาดว่าจะประสบปัญหาภัยแล้ง เพื่อประชาชนจะได้นำน้ำมาใช้เพื่อการเกษตรได้อย่างพอเพียง รวมถึงการแก้ไขปัญหาของหมอกควัน เช่น การประชาสัมพันธ์ประชาชนไม่ให้มีการเผาฟางข้าว ฯลฯ และการเตรียมมาตรการดูแลในเรื่องภัยหนาว เพื่อป้องกันและลดปัญหาที่จะต้องมาแก้ปัญหาหน้างานด้วย

          นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงวิธีการทำงานและสิ่งที่นายกรัฐมนตรีคาดหวังต้องการเห็นว่า ต้องการเห็นการทำงานเชิงรุก  ซึ่งการทำงานเชิงรุก คือ การยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ดูแลความเดือดร้อนของประชานเป็นที่ตั้ง เพื่อได้รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงและสามารถแก้ไขได้อย่างถูกต้องตรงจุดกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งจะไม่ทำให้มีเหตุการณ์ประชาชนเข้ามาเรียกร้องหรือชุมในส่วนกลาง แต่หากมีก็ควรจะอยู่ในระดับจังหวัดเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ขอให้จังหวัดเข้าไปทำงานอย่างใกล้ชิด โดยส่วนกลางพร้อมที่จะรับฟังปัญหาและร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

         นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ปัญหาภัยยาเสพติด การพนัน ของผิดกฎหมาย ตลอดจนการจริตคอร์รัปชั่น นั้น ขออย่าให้มีและไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ขณะเดียวกันการทำงานระดับจังหวัด ขอให้มีการทำงานที่เป็นโมเดลร่วมกันระหว่างผู้ว่าฯ คู่กับผู้การฯ  เพื่อให้ประชาชนเกิดความอุ่นใจ รวมทั้งเน้นย้ำให้มีการทำงานและสื่อสารที่เข้าไปถึงยังท้องที่ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การถ่ายทอดนโยบายส่วนกลางไปยังจังหวัดและพื้นที่ ให้การทำงานมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตามการหากมีปัญหาที่เกิดขึ้นหน้างานให้ผู้ว่าฯ ส่งข้อมูลอุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นกลับมายังส่วนกลางด้วยเพื่อจะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง และทำให้การปรับปรุงการทำงานและการตัดสินใจในพื้นที่มีความคล่องตัวมากขึ้น

         พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ต้องการเห็นผู้ว่าฯ มีการพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งการศึกษาติดตามข้อมูลที่เป็นองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานของตนเอง หรือองค์ความรู้อื่น ๆ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ รวมถึงการศึกษาเรื่องความสามารถในการบริหารและดูแลปกครอง ซึ่งตรงนี้ได้มอบหมายให้ทาง กพ.และก.พ.ร. ได้ไปดำเนินการที่จะเข้าไปช่วยดำเนินการฝึกอบรม (Training) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลปกครองประชาชนและเสริมองค์ความรู้ต่าง ๆ ให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ขยายผลการดำเนินงานไปในระดับพื้นที่ เพื่อให้การทำงานมีความเข้มแข็งขึ้นและรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้วย

all-2-3

C-Gold

PS

ข่าวล่าสุด